สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

พญาลิ้นงู
                                                      พญาลิ้นงู
                                   “ยอดยารักษาพิษงู”
                                                               จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวมเรียบเรียง
                  เรื่องสมุนไพรในการบำบัดรักษาแมลงและสัตว์มีพิษกัดต่อย ภูมิปัญญาพื้นบ้านเรามีด้วยกันหลายชนิด สมุนไพรพญาลิ้นงูถือเป็นสมุนไพรหรือว่านอีกชนิดหนึ่งที่หมอยาพื้นบ้านนิยมนำมารักษาผู้ถูกงูกัด และแมลงมีพิษกัดต่อยที่ได้ผลดี ต่างจดจำบันทึกไว้สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน จนต้องเสาะแสวงหามาปลูกในบ้านเรือนเพื่อได้ใช้ในยามจำเป็น

                พญาลิ้นงูเท่าที่ผมได้พบเห็นจะมีหัวและใบคล้ายๆต้นหอม ต้นกระเทียม และต้นกุยช่าย ปลายใบยาวคล้ายหางงู บางคนบอกมองเหมือนปลายลิ้นงู คือเรียวแหลมโค้งงอและตวัดขึ้น จึงเรียกพญาลิ้นงู  หัวคล้ายหอมหัวใหญ่ แต่รูปร่างยาวรีกว่าหัวหอม มีสีเขียวอ่อนปนขาว เมื่อผ่าซีกแบ่งครึ่งภายในหัวว่านจะเห็นเกล็ดเป็นชั้นๆ เหมือนเกล็ดงู เนื้อในหัวมีสีเขียวอ่อน
              สมุนไพรชนิดนี้มีข้อห้ามไว้ว่าผู้หญิงที่กำลังมีประจำเดือนห้ามปลูกจะทำให้สรรพคุณทางยาเสื่อม เท็จจริงอย่างไรไม่เคยทดลอง แต่ก็ไม่ควรมองข้ามเพราะส่วนใหญ่สมุนไพรเหล่านี้ถ้าไม่ดีจริงคงไม่มีใครสืบทอดเล่าขานกันมาจนถึงปัจจุบันและยังมีความเชื่ออีกว่าถ้าปลูกไว้จะสามารถป้องกันงูเข้าบ้านได้อีกด้วย งูจะไม่มาแผ้วพานเลย หากเอาว่านนี้ติดตัวไปไหนมาไหนอสรพิษย่อมไม่อาจจะขบกัดผู้นั้นได้ สัตว์มีพิษทั้งหลายต่างหลีกลี้หนีสิ้น ฮ่าๆๆ 
 
                    

      เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๔ คุณเกษม อินทร์ชัยยะ วัย ๗๔ ปี อยู่ที่หมู่ ๗ ตำบลนางแก้ว อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี  ท่านได้ส่งสมุนไพรพญาลิ้นงูมาให้ผมปลูกเพื่อการอนุรักษ์เพราะกลัวจะสูญพันธุ์ ในจดหมายเล่ามาว่า เคยถูกแมงป่องต่อยเจ็บปวดมาก จึงได้ใช้หัวว่านยา “พญาลิ้นงู” ที่ปลูกเอาไว้ในบ้านจำนวน ๒-๓ หัว นำมาตำให้แหลก ผสมเหล้าขาว จำนวน ๒ ช้อนแกง แล้วเอามาพอกแผลเพียงไม่กี่นาทีก็หายปวดอย่างน่าอัศจรรย์
             และมีครั้งหนึ่งหมาที่บ้านถูกงูเห่าดอกจันทร์กัด หมาทำท่าจะไปไม่รอด จึงได้นำว่านพญาลิ้นงูโขลกผสมกับเหล้าขาว ๒ ช้อนแกง คั้นเอายานี้กรอกปากหมา  เพียงไม่นานหมาก็อาการดีขึ้นและหายเป็นปกติ ในจดหมายเล่าว่าดีใจมาก อยากเล่าขานบอกต่อเอาบุญไม่รู้จะทำอย่างไร บอกคุณจำรัสดีกว่าฮ่าๆๆ
             จากประสบการณ์บางคนก็แนะนำว่านอกจากใช้พอกทาแล้วยังใช้ดื่มได้ด้วยโดยไม่ต้องคั้นคือดื่มทั้งเนื้อยาไปเลยจะสามารถถอนพิษได้เร็วขึ้น สรรพคุณใช้ได้ทั้งงูพิษกัด ตะขาบและแมลงป่อง  บางตำราก็บอกว่าถ้าถูกสัตว์มีพิษกัด เช่น งู แมงป่อง ตะขาบ ต่อ แตน ให้นำหัวว่านฝนกับน้ำมะนาว ทาบริเวณที่ถูกกัดต่อย พิษจะหายทันที
 คุณขวัญอ่อน  ปิดตะ
                คุณขวัญอ่อน ปิดตะ จากจังหวัดนครพนม ผู้เคยรู้ฤทธิ์เดชของสมุนไพรพญาลิ้นงู ก็ยืนยันอย่างมั่นใจเช่นกัน และบอกว่าหมอพื้นบ้านทางภาคอีสานจะนำสมุนไพรพญาลิ้นงูมาตำผสมกับเม็ดมะขามสดแล้วพอกลงที่แผลถูกงูกัด มันจะค่อยๆสำแดงเดช ดูดพิษนั้นออกมา ให้หมั่นพอกไปเรื่อยๆจนแน่ใจว่าพิษงูนั้นหมด
             สมุนไพรพญาลิ้นงูมีสรรพคุณเหลือหลาย หากปลูกไว้ในกระถางสักต้นสองต้นไม่นานก็จะขยายเผ่าพันธุ์ไปโดยธรรมชาติ ท่านก็เสมือนมีหมองูไว้ประจำบ้าน หมดห่วงเรื่องงูพิษ ตะขาบ แมงป่อง กัดต่อย สามารถเยียวยาได้ทันเหตุการณ์และยังช่วยเหลือเพื่อนบ้านได้ในยามฉุกเฉิน ข้อห้ามที่หมอพื้นบ้านสั่งนักสั่งหนาคือเมื่อถูกงูกัด ห้ามพูดว่างูตอดเด็ดขาด เพราะจะทำให้ตัวยาในการรักษาเสื่อมและรักษายาก อาจจะหมายถึงตอดคือการต่อเนื่องไม่หายขาด ต้องพูดว่างูกัดหรืองูขบ  หากสนใจปลูกลองติดต่อบ้านส่งเสริมปลูกสมุนไพรไทย    ๐๙-๘๒๘๙-๕๖๗๑           
               ข้อมูลจำเพาะเรื่องงู ที่ควรรู้  งูมีลิ้นสองแฉกเพื่อใช้สำหรับรับความรู้สึกแสวงหาทิศทางของกลิ่นต่างๆ ลิ้นงูสามารถแลบลิ้นออกมาจากปากที่ปิดสนิทได้ โดยทั่วไปแล้วงูจะกลัวและไม่กัด นอกเสียจากถูกรบกวนหรือบุกรุก จะเลื้อยหลบหนีเมื่อมีสิ่งใดเข้ามาใกล้บริเวณที่อยู่ ออกล่าเหยื่อเมื่อรู้สึกหิว โดยกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กเป็นอาหาร ยกเว้นงูบางชนิดที่กินงูด้วยกันเอง เช่น งูจงอาง สามารถมองเห็นได้ดีในที่มืดและในเวลากลางคืน
            ปัจจุบัน มีงูถูกค้นพบแล้วประมาณ ๒,๗๐๐ชนิด แต่เป็นงูไม่มีพิษประมาณ ๒,๓๐๐ชนิด งูมันจะฉกกัดโดยการยื่นหัวไปด้านหลังแล้วยื่นคอมาทางด้านหน้าแบบแรงๆ แล้วกัดโดยใช้เขี้ยวเจาะไปหาส่วนเนื้อหนัง แล้วปล่อยพิษออกไปหาเหยื่อ พิษมันจะอยู่ที่ฟันเขี้ยว ถ้าถึงเวลากัด พิษก็ออกจากฟันแล้วเข้ารูที่ถูกเจาะ
           ในโลกใบนี้มีความเชื่อเกี่ยวกับงูเยอะครับ เช่น ความเชื่อของชาวจีนว่า “ หนี่วา”  เป็นเทพเจ้าผู้หญิงที่เชื่อว่าเป็นต้นบรรพบุรุษของมนุษย์ในปัจจุบัน ก็มีท่อนล่างเป็นงู หรือในความเชื่อของศาสนาคริสต์ ซาตานก็ได้แปลงร่างมาเป็นงูเพื่อล่อลวงให้อาดัมกับอีฟ ซึ่งเป็นมนุษย์ชายหญิงคู่แรกประพฤติผิดในสวนเอเดน จึงถูกพระเจ้าไล่ลงจากสวรรค์
          ที่อินเดีย ก็มีความเชื่อและวัฒนธรรมที่หลากหลาย งูมีชื่อเรียกในตระกูลภาษาอินโด-ยูโรเปียนที่เป็นภาษาที่ใช้ภูมิภาคแถบนี้ว่า "นาคา" อันเป็นชื่อเรียกอย่างเดียวกับ "พญานาค" ซึ่งเป็นงูใหญ่ที่เป็นสัตว์กึ่งเทพในความเชื่อของชนชาวอารยันและเอเชียอาคเนย์ เช่นเดียวกับ "มังกร" ในความเชื่อของชาวจีน ซึ่งเชื่อว่ามีที่มาจากงูขนาดใหญ่ ในทางการแพทย์ งูถือเป็นสัญลักษณ์ของทางการแพทยศาสตร์แบบสากล โดยจะเป็นรูปคทาหรือไม้เท้าที่มีงูสองตัวเกี่ยวพันกันหรือบางครั้งอาจมีปีก ซึ่งมีมาจากเทพปกรณัมกรีก ก็สุดแต่จะเชื่อครับ เชื่อแล้วสบายใจ มีความสุข  แต่ก็มีหลายคนเห็นงูแล้วใส่หลวงพ่อโกย ตัวใครตัวมัน ฮ่าๆๆ
                                       -------------------------------------------------------------------

 
        ปู่อนันตะพุชงนาคราช อยู่ตำหนักที่อำเภอเสิงสาง จ.นครราชสีมา พบกับผู้เขียนโดยบังเอิญ
ที่วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ผู้ชื่นชอบสะสมวัตถุโบราณและสมุนไทย
                           
                                            ---------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
  

blog comments powered by Disqus