สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

สมุนไพรปลูกผมเพื่อคนคิ้วต่ำ
                                               สมุนไพรปลูกผมเพื่อคนคิ้วต่ำ
                                          “หมวกคือมิตร ศัตรูคือลม”
                                                             จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
             หมวกคือมิตร หมายถึงหมวกสามารถปิดบังหัวล้านที่ไม่มีผมได้ ศัตรูหมายถึงลมเพราะลมจะพัดให้ผมบนหัวที่หวีจัดระเบียบสังคมไว้แล้วให้แตกกระเจิงไร้ทิศทางทำให้มองเห็นหัวล้านฮ่าๆๆ
        ที่ต้องหยิบยกเรื่องนี้มาเขียน เพราะมีเสียงโทรศัพท์โทรเข้ามาปรึกษาจำนวนมาก ทั้งๆที่บอกสูตรไปแล้ว แต่คนเราใจร้อน ทำวันสองวันผมจะงอกดกดำเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร ต้องค่อยเป็นค่อยไปเหมือนการปลูกผักรดน้ำใส่ปุ๋ย คนหัวล้านมักขี้ใจน้อยและเป็นปมด้อย หงุดหงิด เพื่อคลายข้อกังวล คลายเครียด ก็จะรวบรวมสมุนไพรที่ปราชญ์พื้นบ้านหมอยาไทยนำมาใช้รักษาเรื่องอันเกิดจากผมบนหัว ซึ่งก็มีด้วยกันหลายตำรับ
        เขียนเรื่องหัวล้านก็อดคิดถึงเพลงคนหัวล้านของราชาเพลงลูกทุ่ง สุรพล สมบัติเจริญไม่ได้ สมัยนั้นเพลงนี้โด่งดังมาก ทำให้เรารู้ว่าหัวล้านมีกี่ประเภทท่านจะได้รู้ว่าท่านสังกัดประเภทไหน ฮ่าๆๆ
      ล้านแรกเรียก
“ทุ่งหมาหลง” ขนาดหมายังหลงคิดดูเถอะ ฮ่าๆๆ ล้านนี้หัวจะโล่งเตียน เหลือแต่ขอบไปถึงท้ายทอย ถ้าเอาหมาไปปล่อยกลางหัว หมาจะกำหนดที่หมายไม่ได้เลยว่า ทิศไหนไปซ้ายหรือขวา หรือหน้าหลัง เรียกว่าถ้าเป็นทุ่งก็มองไปจรดขอบฟ้าได้ทุกทิศ ไม่มีที่หมายให้รู้ เอาหมาไปปล่อยก็ต้องหลง หาทางกลับไม่ได้จึงเป็นที่มาของคำว่าทุ่งหมาหลง
      ล้านที่สองเรียก
“ดงช้างข้าม”  มีลักษณะล้านเป็นทางจากหน้าผากไปถึงท้ายทอย เหมือนทางเดินของช้าง ความกว้างของทางอาจจะแคบหรือกว้างเท่าไหร่ก็ได้ แต่จะไม่ตกขอบ คือช้างยังมองเห็นแนวป่าอยู่ทั้งสองข้าง ฮ่าๆๆ
     ล้านที่สามเรียก
“ง่ามเทโพ” มีลักกษณะหัวล้านเถิกเข้าไปสองข้างขมับเหมือนตัวอักษรเอ็ม  M  คือจะมีผมตรงกลางเหนือกระหม่อมไปจนถึงด้านหลังว่ากันว่าเปรียบได้กับง่ามเทโพ ฮ่าๆๆ
       ล้านที่สี่ เรียกล้าน
"ชะโดตีแปลง" ล้านเป็นวงเหมือนไข่ดาวอยู่กลางหัว โดยมีเส้นผมโดยรอบทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง ซึ่งต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์มองจากด้านบนจึงจะมองเห็นหัวล้านเปรียบได้กับปลาชะโด ตีแปลงจนโคลนตมกระเด็นออกไปรอบทิศ ก็จะมีส่วนน้ำขังเป็นวงกลม เรียกชะโดตีแปลงฮ่าๆๆ
            ล้านที่ห้า เรียก
“แร้งกระพือปีก” หัวจะล้านเถิกเข้าไปสองข้างขมับ แต่ลึกเข้าไปโอบกระหม่อม โดยไปเชื่อมต่อกันด้านหลัง ซึ่งยังคงเหลือกระจุกผมอยู่ด้านหน้า ว่ากันว่าเปรียบได้กับ นกแร้งที่กำลังทำท่าจะกระพือปีก ฮ่าๆๆ
             ล้านที่หก เรียกล้าน
“ฉีกหางฟาด”  มีลักษณะหัวล้านแบบยังมีผมบางๆอยู่คือเปรียบได้กับเหมือนฉีกหางปลาหรือหางวัวฟาดลงไป ก็ยังพอมองเห็นเป็นเส้นเป็นแนวอยู่
             ส่วนล้านที่เจ็ดล้านประเภทสุดท้ายเรียก
“ราชคลึงเครา” ประเภทนี้จะมีทุกลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น จะต่างกันก็ตรงที่มีหนวด เครา รวมกันหนาแน่นมากมาย ว่ากันว่าเป็นราชาแห่งหนวด เคราที่มีมากมายมหาศาลกว่าเส้นผมที่อยู่บนหัวเสียอีก และส่วนใหญ่มักจะมีขนที่หน้าอกอีกด้วยฮ่าๆๆ
           จริงๆแล้วหน้าที่หลักของเส้นผมก็คือปกป้องหัวไม่ให้สูญเสียความร้อนมากเกินไป
โดยเฉลี่ยคนเราจะมีเส้นผมคนละประมาณ ๑  แสนเส้น การที่ผมร่วงวันละ ๑๐-๘๐ เส้นถือว่าเป็นเรื่องปกติ ขณะเดียวกันก็จะงอกขึ้นมาใหม่ชดเชยเป็นวงจรของเส้นผม
           โดยธรรมชาติแล้วรากผมจะมีอายุได้ประมาณ ๓ ปี ซึ่งจะผลิตเคอราตินเพื่อทับเส้นเก่าให้ยาวขึ้นเดือนละ  ๑ เซนติเมตร และมีบางส่วนทยอยหยุดการเติบโตพร้อมกับเกิดเส้นใหม่งอกขึ้นมา ดันรากเดิมจนร่วงออกไปเองภายในระยะเวลา ๓ เดือน ซึ่งจะเป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
           สำหรับภูมิปัญญาไทยที่นำสมุนไพรมาใช้ในการบำบัดรักษาเส้นผมสมัยเด็กๆเห็นใช้มะกรูดนี่แหละสระผมไม่เคยซื้อยาสระผมเลยโดยนำมะกรูดมาผ่าซีกเอาเมล็ดออกบีบเอาแต่น้ำชโลมทั่วหัวเป็นยาสระผม คุณยายบอกกำจัดเชื้อราได้และบำรุงเส้นผมให้ดกดำ ใช้เป็นประจำจะไม่หงอก
           ส่วนน้ำมันทาผมก็จะเอาเมล็ดข้างในของลูกตีนเป็ดน้ำ ลูกจะโตเล็กกว่ากำปั้น แต่เมล็ดข้างในจะเท่าเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ เอาเมล็ดมาบีบน้ำมันแล้วผสมกับน้ำมันมะกอก กะพอประมาณ สมัยก่อนน้ำมันมะกอกของนายห้างประจวบ จำปาทอง มีขายทั่วไปราคาก็ไม่แพงขวดเล็ก  ๕ บาท ๑๐ บาท หลังสระผมแล้วเช็ดผมให้แห้ง เอาน้ำมันที่ผสมได้ชโลมทาให้ทั่วเส้นผมให้ถูกหนังหัวด้วยยิ่งดี ทำทุกวัน ๒-๓ เดือนผมจะดำมันสวยงาม ไม่ต้องพึ่งการย้อมผม
           สำหรับคนที่หัวล้าน ให้เอาขิงตำให้ละเอียดแล้วห่อด้วยผ้าขาวบางๆ หาหม้อดินปากแคบ เอาน้ำใส่แล้วต้ม หาผ้าอีกชิ้นผูกครอบปากหม้อ เวลาน้ำเดือดไอน้ำจะระเหยขึ้นมา เอาขิงที่ตำละเอียดห่อผ้าขาวบางข้างต้น วางลงบนปากหม้อ เมื่อขิงที่เราห่อไว้อุ่นและร้อน ให้เอาไปประคบหัวบริเวณที่ล้าน ความร้อนลูกประคบเอาพอทนได้อย่าให้ร้อนจนเกินไป  เมื่อห่อลูกประคบเย็นก็นำไปวางบนไอร้อนปากหม้ออุ่นใหม่ทำวันละ ๑๐-๒๐  ครั้ง ประมาณ ๑๕ วัน เป็นการกระตุ้นเซลล์รากผม ผมก็จะค่อยๆฟื้นโผล่มาให้เห็นเป็นเส้นฝอยเล็กๆ
          มีบางตำราให้เอาแก่นต้นพญามือเหล็ก และรากทองพันชั่ง นำมาฝนกับน้ำสะอาด ฝนกินและฝนทา ทำติดต่อกัน ๓ เดือน  ผมที่หงอกก่อนวัย จะกลับดำขึ้นมา ผมที่เคยร่วงก็จะหาย ผมที่งอกขึ้นมาใหม่จะดกดำสนิท และบางตำรับของหมอพื้นบ้านศรีสะเกษ จะเอาข้าวเหนียวกัลยา บางคนก็เรียกข้าวเหนียวดำหรือข้าวก่ำ ปริมาณ ๑ ทะนาน ก็เท่ากับ ๑  ลิตร เอามาหุงให้สุก โดยน้ำที่ใช้หุงใช้น้ำคั้นบอระเพ็ดให้ได้ ๑ ทะนานเหมือนกัน นำข้าวที่หุงได้มาตากแดดไว้ ๓ วัน ๓ คืน  แล้วนำข้าวที่ตากแดดนี้ไปหุงอีกด้วยน้ำคั้นกระชายบ้านและน้ำคั้นบวบขม
          หลังจากนั้นก็ตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปบดเป็นผง ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนเท่าเม็ดมะขาม กินแบบทวีขึ้นทุกวัน คำว่ากินแบบทวีขึ้น คือวันแรก ๑ เม็ด วันที่ ๒ กิน ๒ เม็ด วันที่สาม กิน ๓  เม็ด ไปเรื่อยๆแต่ไม่เกิน ๗ เม็ด แล้วเริ่มใหม่
        มีคนแนะนำผมว่าให้เอาน้ำมันหมูที่เคี่ยวใหม่ๆมาทาหัวบริเวณที่ล้าน ตามด้วยทาดีปลาทับอีกครั้ง ดีปลาอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ปลาท่องโก๋ ฮ่าๆๆ  อีกตำรับใช้สมุนไพรใกล้ตัวคือดอกอัญชันสีม่วง ๓ กิโลกรัม น้ำสะอาด ๕ ลิตร น้ำตาลทรายแดง ๑ กิโลกรัม หมักใส่ถังปิดฝามิดชิด เก็บไว้  ๑ ปี จึงนำออกมาใช้ทาบริเวณหัวล้าน แต่ท่านจะคอยไหวหรือครับ ๑  ปี ฮ่าๆๆๆ
        มีบางคนใจร้อนก็แนะนำให้เอาดอกอัญชันมาขยี้เพื่อให้น้ำในดอกอัญชันซึมออกมาจากนั้นให้นำดอกอัญชันที่ขยี้แล้วมาทาให้ทั่วบริเวณหัวโดยเฉพาะที่หัวล้าน
 ทิ้งไว้ ๒๐-๓๐ นาทีแล้วล้างออก ทำอย่างนี้เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๒-๓ ครั้ง  ก็ใช้ได้ผลเหมือนกันแต่ต้องใจเย็นรอผล ๓-๔ เดือน
        หรือท่านจะใช้ตำรับน้ำมันงากับขิงในการปลูกผมก็ได้ เพียงใช้น้ำมันงา ๑  ถ้วย ขิงบดละเอียดอีก ๑  ถ้วย นำส่วนผสมทั้งหมดผสมคลุกให้เข้ากันแล้วชโลมให้ทั่วเส้นผมที่เปียกหมาด ๆและบริเวณที่ล้าน นวดให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ ๕ นาทีหรือมากกว่าถ้ามีเวลา  จากนั้นล้างออกให้สะอาด สระผมตามปกติ แต่สระเพียงครั้งเดียวเท่านั้นสูตรนี้ให้ทำสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง ติดต่อกันมากกว่านาน ๒เดือนครึ่งจึงจะเกิดผล
       ตำรับต่อไปคนเคยใช้บอกว่ามีคนไทยไปเที่ยวอินเดียแล้วได้ตำรับนี้กลับมาปลูกผมได้ดีเพียงใช้น้ำนมวัวสดจากเต้าประมาณ  ๑  ลิตรใส่หม้อนำไปตั้งไฟพออุ่นแล้วใช้สำลีชุบทำเป็นแผ่นบางๆเท่าฝ่ามือแล้วนำไปจุ่มในน้ำนมที่อุ่นให้ชุ่ม  แล้วจึงนำไปโปะบนหัวที่มีผมน้อย ทิ้งไว้ประมาณ  ๑๕-๒๐ นาที ในตอนเช้าหรือเย็น หรือทั้งเช้าและเย็น  ถ้าต้องการเห็นผลเร็วต้องขยันทำทุกวันอย่าได้ขาด
       มีผลการวิเคราะห์ว่า น้ำนมวัวสดมีผลต่อการกระตุ้นต่อมรากผมให้มีขนาดใหญ่และแข็งแรงขึ้นได้ เพราะในน้ำนมอุดมด้วยแร่ธาตุที่มีคุณอนันต์ต่อการเจริญเติบโตต่อทุกเซลล์ของสิ่งมีชีวิต  ตำรับน้ำนมวัวสดปลูกผมนี้ ประมาณ ๒ เดือนจะเริ่มเห็นเส้นผมงอกขึ้นมาเรื่อยๆ ๓ เดือนเส้นผมจะยาว ๑ ซม. ๕-๖ เดือน เส้นผมจะงอกเต็มพื้นที่
      และตำรับที่เป็นที่ยอดนิยมตั้งแต่ปู่ย่าตายายเรามาแล้วคือใช้ว่านหางจระเข้ในการปลูกผม โดยนำว่านหางจระเข้ ๑ ก้านไปปอกเปลือกออกให้หมดเหลือแต่วุ้นข้างใน จากนั้นนำมาผสมกับไข่ไก่ ๑  ฟอง และน้ำมันมะกอกอีก ๑  ช้อนชา วิธีผสมที่ง่ายที่สุดให้เอาไปปั่นเลยก็ได้ หลังจากนั้นนำไปหมักผมทาให้ทั่วหัวบริเวณที่ล้าน ทิ้งไว้ประมาณ ๓๐ นาทีหรือมากกว่า แล้วค่อยล้างออก ทำบ่อยๆจะช่วยในการปลูกผมได้เป็นอย่างดี
                                       ------------------------------------------------------------- 

blog comments powered by Disqus