สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็งมดลูก-ลำไส้
                                                มะเร็งมดลูก-มะเร็งลำไส้
                                       
   “เพชฌฆาตร้ายล่ามนุษย์”
                                                                    จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
            
มะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งมดลูก มะเร็งลำไส้ หรือมะเร็งที่เกิดขึ้นในส่วนอื่นๆของร่างกาย ถือเป็นเพชฌฆาตร้ายที่ตามล่ามนุษย์เราจริงๆ ไม่มีใครที่ไม่กลัว แค่รู้ว่าเป็นมะเร็งบางรายก็ถอดใจเสียแล้ว เกิดจิตตกซึมเศร้าหมดอาลัย ทุกวันนี้ไปทางไหนก็จะพบเห็นผู้ป่วยมะเร็งแทบทั้งสิ้น บางรายรักษาตัวในโรงพยาบาลนับเดือนจนชินชากับอาการป่วยซึ่งมีทั้ง ดีขึ้น -ทรง-ทรุด ต้องลุ้นกันทุกวินาที มีทั้งรอดและไม่รอด
            ถ้ารอดออกมาดูแลตัวเองที่บ้าน ก็ต้องลุ้นต่อว่าอยู่ได้กี่ปี จากสภาพแวดล้อมและการใส่ใจกับอาหารการกิน มีหลายคนที่ทนกับการยั่วยวนของอาหารการกินไม่ไหว เช่น ลาบ ก้อย ต้มเนื้อ ของหมักดอง เมื่อกินเข้าไปทำให้มะเร็งกำเริบมีพลังกลับมาเข่นฆ่าผู้ป่วยรอบสองจนสุดจะเยียวยา
           ต้องย้ำว่าผู้ป่วยมะเร็งต้องตั้งกฎเหล็กในการดูแลสุขภาพ กินพืชผักสีเขียวปลอดสารพิษ กินอาการเหมือนคนไม่มีลิ้น คือไม่เน้นรสชาติความอร่อย  รสชาติอาหารที่กินต้องเกิดจากธรรมชาติ เช่นรสหวาน กินข้าวโพด  ฟักทอง กล้วย น้ำทับทิม มะเขือเทศ ที่มีสารต้านมะเร็ง พืชผักต้องล้างสะอาด ลวกหรือนึ่ง เลือกกินข้าวกล้องเป็นหลัก และข้าวฟ่าง ข้าวบาร์เลย์ ลูกเดือย เม็ดบัว ข้าวโอ๊ต มันฝรั่ง ( ดูเรื่องมะเร็ง หน้า ๑๖ หนังสือเล่มเดียวคุ้มโรคภัย เล่ม ๒ )
        หากเราใส่ใจดูแลสุขภาพตลอดเวลา มะเร็งไม่กล้ามาเยือน แต่ส่วนใหญ่เราประมาทชะล่าใจกว่าจะรู้ตัวว่าป่วยเป็นมะเร็งก็สายเกินกว่าเยียวยา  ตำรับยาแพทย์แผนไทยในการต่อกรกับมะเร็งร้ายมีหลายตำรับ มีทั้งใช้ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ซึ่งก็มีองค์ประกอบหลายอย่าง ถึงแม้มียาดี แต่ไม่คัดเฟ้นอาหารการกิน ไม่ออกกำลังกาย ไม่ปล่อยวางก็ลำบาก
      ผมรู้จักกับหมอจรัญ  เห็นสำเร็จ  หมอพื้นบ้าน อยู่ที่ตำบลโป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
๐๘-๐๐๑๗-๐๕๔๗ ได้มอบตำรับยาให้ผมหลายตำรับอย่างไม่ปิดบังเพื่อขยายผลเป็นวิทยาทาน มีทั้งสมุนไพรรักษา เก๊าท์ สะเก็ดเงิน เบาหวาน หอบหืดวัณโรค ลมชัก  ไฟลามทุ่ง และมะเร็ง ข้อมูลเหล่านี้ก็จะทยอยเขียนเล่าให้ทราบ โดยเฉพาะเรื่องมะเร็งมดลูก –มะเร็งลำไส้ หมอจรัญบอกว่า
    “ ใช้สมุนไพรแก่นขี้เหล็ก  เถาวัลย์เปรียง  ฝางเสน  ดีปลี กำมะถันแดง กำมะถันเหลือง กระดูกควายเผือก สมุนไพรหนอนตายอยาก ทองพันชั่ง ใบมะกา  ใบมะคำไก่  ข้าวเย็นเหนือ  ข้าวเย็นใต้ ทุกอย่างหนักอย่างละ ๕  บาทยา ขิง พริกไทย หนัก อย่างละ ๒  บาทยา ดีเกลือ ๑  บาทยา การบูร์ ๕๐  ตังค์    นำสมุนไพรทั้งหมดมาต้ม ใช้น้ำท่วมยา ดื่ม ๑ ถ้วยชา หลังอาหาร ๓  เวลา กินจนกว่ายาจะจืด แล้วทำชุดใหม่ อาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ”  
       ผมถามว่าสมุนไพรกระดูกควายเผือกที่ว่านั้น เป็นต้นไม้หรือกระดูกควายเผือกจริงๆหมอจรัญบอกเป็นกระดูกควายเผือกจริงๆ ส่วน ตัวยาที่แนะนำมาหาซื้อได้ตามร้านแพทย์แผนไทยทั่วไป หากไม่สะดวกก็ติดต่อขอคำแนะนำกับจากหมอจรัญได้ที่ ๐๙-๑๐๔๐-๑๓๒๓
         อย่างงไรก็ตามโรคทุกโรคและยาทุกตำรับที่ใช้กับผู้ป่วย “ลางเนื้อ ชอบลางยา” บางคนก็ใช้ยาถูกโรค บางคน ก็ไม่ถูกกับโรค อันเนื่องจาก แต่ละคนมีอาการภายในที่แตกต่างกัน อีกทั้ง ระยะเวลาของการเกิดโรค บางคนหายเร็วบางคนหายช้า ดีขึ้น ไม่ดีขึ้น กินยาแล้วต้องสังเกตอาการ บางคนปวดหนักเมื่อกินระยะแรกแล้วหลังจากนั้นก็จะดีขึ้น ผมเคยเขียนประสบการณ์ผู้ใช้หลายเรื่อง ไว้ในหนังสือเล่มเดียวคุ้มโรคภัย และในเว็บ WWW.JAMRAT.NET บางคนได้อ่านบางคนไม่ได้อ่าน บางรายอ่านแล้วตาลายหาหมายเลขโทรศัพท์เจ้าของตำรับไม่เจอ ฮ่าๆๆ ต้องโทรมาโต้เถียงกับผมว่าไม่มีๆไม่มีเบอร์  จริงๆแล้วมีหมายเลขโทรศัพท์ทุกรายที่ผมเขียนถึง  ถือเป็นกฎเหล็กที่ผมต้องบอกเพื่อได้พูดคุยแนะนำกันเองไม่ต้องผ่านผม ให้ผมได้มีเวลาว่างตระเวนหาเรื่องใหม่มาเขียนบ้าง
        มีจิตอาสารายหนึ่ง วันๆมีแต่คนโทรมาถามปัญหา จนไม่เป็นอันทำงาน แต่ก็ยินดีมีความสุขที่ได้พูดคุยแนะนำผู้ป่วย แต่ภรรยาไม่พอใจเพราะสั่งงานสามีแล้วงานไม่เดิน วันหนึ่งภรรยาได้พบกับผม
      “ คุณจำรัส นี่เองเจอแล้ว คุณต้องรับผิดชอบ สามีฉัน วันๆไม่ทำอะไร งานสั่งไว้ยังค้างเติ่งอยู่เลย กลางคืนก็ยังโทรคุย ไม่ไหวแล้ว”    
         ผมถามจิตอาสาว่าจริงหรือครับ ได้รับคำตอบว่า ก็คนโทรเขาโทรมาเอง ไม่เลือกเวลา ผมก็ต้องรับ บางครั้งก็คุยติดลม พอวางโทรศัพท์รายนี้ รายใหม่ก็โทรมา  ภรรยาขว้างโทรศัพท์ผมพังไปหลายเครื่องแล้ว ฮ่าๆๆ ผมหัวเราะเองครับ ฮ่าๆๆ จิตอาสาต้องแอบๆคุย ฮ่าๆๆ ปิดเสียงเรียกใช้ระบบสั่นแทน ฮ่าๆๆ   ก็ยังมีโทรศัพท์มาหาผู้เขียนบ่อย ไม่รู้ว่ามีคนบอกต่อ หรือดูจากเน็ต หรืออ่านหนังสือ สรุปคือโทรมาถาม ฮ่าๆๆ   ก็เข้าใจได้ครับว่า คนเราเวลากลุ้มใจเดือดร้อน อยู่บนความเป็นความตาย ก็ต้องสอบถามให้หายสงสัย นี่ถ้าผมเสกคาถาได้ ก็อยากเป่าเสกให้ผู้ป่วยทุกคนหายจากโรคมะเร็ง
           สำหรับสมุนไพรที่มีฤทธิ์ ต่อกรกับเจ้ามะเร็งระดับต้นๆที่ผู้ป่วยกินสะดวกและได้ผลดีมี  สมุนไพรธุดงค์เก้าดอยกลั่นเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง ได้จากการนำสมุนไพรเก้าชนิดมากลั่นใสบริสุทธิ์เหมือนน้ำเปล่าแต่มีสรรพคุณทางยาสูง เคยมีผู้ป่วยมะเร็งขั้นวิกฤติกินยามะเร็งมา ๑๐๘ ชนิดราคาแพงสุดๆ แต่กลับมาเห็นผลกับธุดงค์เก้าดอย อย่างไม่น่าเชื่อ   ๐๘-๓๓๒๘-๙๙๔๙  สมุนไพรธุดงค์เก้าดอยกลั่นจะไปดูแลน้ำเหลือง เลือด และบำรุงร่างกายให้ฟื้นตัวเร็ว ในรายที่กินอาหารไม่ได้ เบื่ออาหารก็จะทำให้กินอาหารได้    
         และมีผู้ป่วยมะเร็งที่ใช้ “สมุนไพรเทพประทานสังหาร”โรคแล้วอาการดีขึ้นจนเป็นที่พอใจ เรี่ยวแรงฟื้นกลับคืนมา แม้ก้อนซีสต์ที่เคยมีนับสิบก้อนในมดลูก หมอตรวจหาอีกครั้งไม่พบ  ๐๘-๕๒๔๕-๘๐๘๑
         ผมได้รับจดหมายจาก สิบเอกประยูร บุญกาญจน์ ๓๙ หมู่ ๔ ต.โพธิ์ใหญ่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานีส่งหนังสือ “พุทธทำนายจากปู่ฤาษีมณีรัตน์”  จัดพิมพ์โดย ด.ต.ปราโมทย์-นางรัชนก-ด.ช.กิตติพศ  ชมชัย และหนังสือ “พระคัมภีร์ พระคาถาขององค์พระศรีอริยะเมตไตรย์” จัดพิมพ์โดยพ่อใหญ่หล๋อย  โพธิ์ใหญ่  ผมได้รับพร้อมยันต์แผ่นใหญ่แต่ไม่ได้เขียนบอกว่ายันต์อะไร

       ในหนังสือ “พระคัมภีร์ พระคาถา” มีคำสอนว่า  “เกิดเป็นคนต้องมีความกตัญญูรู้คุณ รักพี่รักน้อง ซื่อสัตย์สุจริต มีสัจธรรม มีธรรมจริยางาม มีศีลธรรมสงบเสงี่ยมเจียมตัวและให้มีความละอายแก่ใจทั้งเกรงกลัวต่อบาป”  ภายในเล่มมีใบแทรก คำอธิษฐานก่อนกินยาด้วย เห็นว่ามีประโยชน์จึงขออนุญาตคัดลอกมาบอกกล่าวผู้ป่วยเอาบุญ ข้อความมีว่า
    “  ขออัญเชิญเดชะบารมี พระมหาอิทธิฤทธิ์ บรมครูแพทย์ชีวกโกมารภัจ จงประทานยาทิพย์ และประสิทธิ์ประสาทให้โรคหายทันใจ  สวาหะ นะอะ นะวะ โรคาพยาธิ วินาสสันติ พุทโธ  โรคา  อัปเปหิ สวาหายะ พุทธังเป็นยา  ธัมมัง รักษา  สังฆังหาย”
       ถึงตรงนี้ก็ต้องขอบอกว่า ขอความสุขกาย-สุขใจ จงมีแด่ท่านผู้อ่านทุกท่าน  ความโศกอย่าได้ใกล้ความไข้อย่าได้มี ส่วนผมจะพยายามสืบเสาะหายาดีมาเขียนเล่าต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดแรง ฮ่าๆๆ
                                 -------------------------------------------------------------
       
       

blog comments powered by Disqus