สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

โรคเบาหวาน
                                                        โรคเบาหวาน
                                 “โรคเรื้อรังจนเสียชีวิต”

                                                                        จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
               เบาหมายถึงน้ำหนักน้อย ค่อยๆถ้าภาษาปาก ก็หมายถึงเยี่ยว ,ฉี่หรือปัสสาวะฉะนั้นโรคเบาหวาน แปลแบบบ้านๆก็คือโรคฉี่หวาน ฮ่าๆๆขนาดฉี่ออกมามดยังมาตอมโรคนี้ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติได้ ทำให้ระดับน้ำตาลในเม็ดเลือดสูงและมีน้ำตาลออกมากับปัสสาวะ โดยสาเหตุเกิดจากการขาดฮอร์โมน “อินซูลิน” (Insulin)หรืออินซูลินทำงานได้ไม่เต็มที่
             โดยปกติคนเราถ้าเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ถ้าเจาะช่วงเช้า หลังจากงดอาหารหลังเที่ยงคืน จะมีค่าระหว่าง ๙๐-๑๒๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเจาะเลือดหลังจากรับประทานอาหารอิ่มแล้ว ๒ ชั่วโมง จะมีค่าระหว่าง ๑๕๐-๑๖๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์  ในผู้ป่วยเบาหวานหมอจะพยายามรักษาโดยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงกับค่าปกติมากที่สุด
              โรคเบาหวานไม่เลือกเพศไม่เลือกวัยแม้แต่ อ้วนหรือผอม สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากขาดฮอร์โมน “อินซูลิน” (Insulin)หรืออินซูลินทำงานได้ไม่เต็มที่
               ภาวะฉุกเฉินของโรคนี้คือระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปบางรายก็สูงเกินไปต้องกินยาตามแพทย์สั่ง บางรายก็ยากิน บางรายก็ยาฉีด โดยเฉพาะยาเม็ดกินก่อนอาหาร ลืมไม่ได้ ไปไหนต้องพกยาไปด้วย กินกันเป็นปี อย่าถามว่าจะหายเมื่อไหร่ ฮ่าๆๆ
              ผู้ป่วยเบาหวานต้องระมัดระวังควบคุมเรื่องอาหารและการลดน้ำหนักตัว นอกจากนั้นต้องออกกำลังกาย ดูแลความสะอาดของเท้าบ่อยๆหมั่นตัดเล็บ อย่าปล่อยให้เล็บขบเป็นหนอง  เวลาเดินต้องสวมรองเท้า เพื่อป้องกันการเหยียบของมีคม ทำให้มีบาดแผลเกิดขึ้น  กินยาอย่างสม่ำเสมอทุกวันตามแพทย์สั่ง สำหรับยาฉีดจะต้องฉีดก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง ส่วนยาเม็ดต้องกินก่อนอาหาร ครึ่งชั่วโมง-หนึ่งชั่วโมง
              โรคแทรกซ้อนที่ผู้ป่วยเบาหวานต้องระวังคือ เบาหวานขึ้นตา ตามัว เป็นต้อกระจกหรือตาบอดได้ บางรายมักมีเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจหยุดเต้น ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานนาน ๑๐-๒๐ ปี ไตจะเสื่อม อาจเกิดภาวะไตพิการถ้าคุมเบาหวานไม่ดี และผู้ป่วยบางรายกระทบสมองเกิดอาการอัมพาต กล้ามเนื้อส่วนต้นแขน ต้นขาอ่อนแรง
              ผู้ป่วยเบาหวานมักท้องผูก หรือท้องเดินบ่อยๆ กระเพาะปัสสาวะคราก ไม่มีแรงเบ่ง ความรู้สึกทางเพศลดลงหรืออาจมีบุตรได้ยาก ส่วนระบบประสาทมักมีอาการชาหรือปวดแสบปวดร้อนตามปลายมือ ปลายเท้า หนังตาตก กลอกตาลำบาก กลืนก็ลำบาก
               แนวทางการรักษาตามแพทย์แผนไทยใช้สมุนไพรในการต้มดื่มซึ่งมีด้วยกันหลายพันตำรับ ตามแต่หมอพื้นบ้านได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ในหนังสือเล่มเดียวคุ้มโรคภัย เล่ม ๒ หน้า ๗๙ ผมเคยเขียนถึงโรคเบาหวาน ใครเป็นให้กินมะแว้ง จะกินด้วยวิธีไหนก็ได้ วันละ ๑ กำมือ เป็นเวลา ๑ เดือนห้ามเว้น ถ้าเว้นต้องเริ่มใหม่
              สมุนไพรรักษาโรคเบาหวานบางตำรับต้องใช้สมุนไพรหลายชนิดค่อนข้างหายาก จะขอแนะนำตำรับยาง่ายๆที่หมอพื้นบ้านแนะนำมา ให้เอาใบขี้เหล็ก ใบชะอม ใบพญามือเหล็ก อัตราส่วนเสมอภาค ( เท่ากัน) เติมเกลือเล็กน้อยแล้วตำเข้าด้วยกัน แล้วปั้นเป็นลูกกลอน กินก่อนอาหาร๓ มื้อ เช้า-เที่ยง-เย็น ครั้งละ ๓-๔ เม็ด หรือจะใช้สมุนไพรลูกใต้ใบทั้ง ๕ ตั้งแต่รากถึงยอดคือทั้งต้น  ๑ กำมือ น้ำท่วมยา ต้มดื่ม
           อาจารย์พายัพ  พงศ์สำราญ อาจารย์ใหญ่วัดต้นสน บ้านแหลม เพชรบุรี แนะนำว่าให้ใช้สมุนไพรทองพันชั่งทั้งห้า สมุนไพรเหงือกปลาหมอทั้งห้า สมุนไพรพญาร้อยรู ทั้งหมดหนักอย่างละ ๖ บาทยา ( ๑ บาทเท่ากับ ๑๕ กรัม) สมุนไพรข้าวเย็นเหนือ สมุนๆไพรข้าวเย็นใต้ อย่างละ ๓ บาทยา เอาใส่หม้อเติมน้ำท่วมยาแล้วนำไปต้มให้เดือด ๒๐ นาที ดื่ม ๑ แก้ว ก่อนอาหาร ๓ มื้อ
          คุณธุลี  ดินดำ ผู้เดินทางสืบสานภูมิปัญญาไทย กรุงเทพฯ แนะนำผมว่าให้ใช้สมุนไพรครอบจักรวาลหรือต้นฟันสี และต้นไมยราบ (หญ้างับ ) อัตราส่วนเท่ากันนำไปตากแดดให้แห้งแล้วนำมาคั่วให้เหลือง ต้มดื่มต่างน้ำชา บำบัดโรคเบาหวานดีนักแล ฮ่าๆๆ  สรรพคุณสมุนไพรครอบจักรวาล ผมเคยเขียนไว้ในหนังสือ “เล่มเดียวคุ้มโรคภัย เล่ม ๑”  หน้า๖๗ สมุนไพรครอบจักรวาลที่ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิขึ้นตามรายทางเยอะ ติดต่อคุณสมปักษ์  ไทยป้อม ๐๘-๘๔๑๐-๗๐๐๕ ส่วนต้นไมยราบหรือหญ้างับ ติดต่อป้าเสงี่ยม  ไม้แป้น ปราชญ์พื้นบ้าน บ้านป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ๐๘-๔๙๗๑-๕๙๙๙
         หมอพื้นบ้านจังหวัดศรีสะเกษใช้พริกไทย บดเป็นผง หนัก ๕ บาทยา สมุนไพรเหงือกปลาหมอ ๑๐ บาทยา บดเป็นผง นำทั้งหมดมาผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนเท่าปลายนิ้วก้อยกินวันละ ๒ เม็ด ก่อนนอนทุกคืน ทำกิน ๒-๓ ชุดอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ
        อีกตำรับผมไปสัมภาษณ์หมอพื้นบ้านไทยลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล หวงแหนตำรับนี้มาก ใช้ขับพิษดูแลเลือด สลายไขมันในเส้นเลือด บำรุงไต เป็นหลัก ถ้าสองส่วนนี้ดี หมอบอกว่าร่างกายมันจะทำงานรักษาโรคเอง เบาหวานจิ๊บๆ มีคนหายมาแล้ว ผู้ป่วยที่เคยเป็นเบาหวานมาหลายปี หลังกินแล้วไปตรวจวัดน้ำตาลในเลือดดกลับมาเป็นปกติด้วยความประทับใจ จะสร้างบ้านให้หมอแต่พ่อหมอไม่เอา
       “ ผลพลอยได้ของผู้ป่วยเบาหวานคือนอกจากเบาหวานอำลาแล้ว งูจงอางก็จะผงาดชูคอจนต้องตกตะลึง”  พ่อหมอบอกผม สมรรถภาพทางเพศกลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง หลังดื่มบังเอิญผู้เขียนไม่ได้เป็นเบาหวาน แค่ดื่ม ๒-๓ แก้ว ต้องงด ฮ่าๆๆ   ( สมุนไพรตำรับจักรพรรดิ ๐๙-๘๒๘๙-๕๖๗๑ )  ตำรับนี้ พ่อหมอบอกมะเร็ง เอดส์ เก๊าท์ อัมพฤกษ์-อัมพาต ชาตามแขน- ขา ปวดเส้น ผื่นคันภูมิแพ้ ไมเกรน ไทรอยด์ ขาดอยู่โรคเดียวคือดักแด้ เพราะไม่มีผู้ป่วยให้ลอง
       หลังดื่มระยะแรกจะปวดเมื่อยทั้งตัว บางครั้งก็ปวดมากปวดน้อยตามอาการเป็นหนักเป็นเบา แล้วก็หายไป เวลาปัสสาวะจะมีกลิ่นฉุน อุจจาระก็มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ อันเนื่องจากสารพิษถูกขับ ก็ลองดูครับลางเนื้อชอบลางยา
        และผมว่าที่ง่ายที่สุด ใครเป็นโรคเบาหวานพยายามหาสมุนไพรรสขมๆมากิน ถ้าทนกินขมได้เบาหวานคงไม่กล้ามาเยือนแน่ๆ ในหนังสือ “เล่มเดียวคุ้มโรคภัย เล่ม ๑” หน้า ๘๐ ผมได้สัมภาษณ์คุณวิจัย สำเภา อยู่บางนา กรุงเทพฯ  ท่านแนะนำตำรับยาสมุนไพรขม ๒๑ ชนิดรักษาโรคเบาหวานซึ่งได้มาจากนายทหารคนหนึ่งที่นำมาเผยแพร่ นายทหารท่านนั้นบอกว่าพระธุดงค์ปักกลดในป่าได้มอบสูตรนี้มาให้ ต้นตำรับได้มาจากซินแสชาวจีนถวายตัวยาให้ท่านฉัน ตัวยามี
       สมุนไพรมหาหิงค์    ยาดำ  รากตองแตก  หัศคูณเทศ หนักอย่างละ ๒ บาทยา ว่านน้ำ กานพลู  รากชะพลู หนักอย่างละ ๒ สลึง เจตมูลเพลิง เกลือสินเธาว์ การบูร แห้วหมู บอระเพ็ด ลูกกระวาน กระเทียม ขมิ้นอ้อย หนักอย่างละ  ๑ บาทยา พริกไทย  ดีปลี  ผลกระดอม  หนักอย่างละ ๓ บาทยา โกศพุงปลา และโกศสอ หนักอย่างละ ๒  เฟื้อง ใบสะเดา ๘ บาท
      ตัวยามากครับหาเองคงลำบากไปที่ร้านยาแพทย์แผนไทย แถวถนนจักรวรรดิ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์  จัดเบอร์ให้  ๒-๓ ร้านครับ   เจ้าคุณเป๋อ  ๐๒-๒๒๑-๓๒๗๒  ,  เวชพงศ์โอสถ ๐๒-๒๒๒-๑๑๕๗ ,  จักรวรรดิยาไทย  ๐๒-๒๒๓-๖๓๓๔   บอกให้เขาจัดให้ ตัวยาทั้งหมดต้องบดให้ละเอียดแล้ว ผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอน ขนาดเท่าเม็ดพุทรา กินสบายๆกินตอนเช้าตื่นนอนยังไม่ต้องแปรงฟัน ครั้งเดียว ๖ เม็ด ตามด้วยน้ำ ๑  ลิตร กินแล้วหลัง ๑  ชั่วโมงค่อยกินข้าว
        จะใช้สูตรไหนตำรับไหนก็แล้วแต่ท่านนะครับ ทั้งหมดนี้มันอาจจะหายหรือไม่หาย แต่ที่ผมพบมามีคนหาย ก็คงเป็นไปตามวิบากกรรม ถ้าหายก็หมดบ่วงกรรม ถ้าไม่หายก็ปรับเปลี่ยนตำรับอื่น เพราะบางคนเป็นหลายโรคพร้อมๆกันคงต้องใช้เวลา หมอเขียวเคยบอกผมว่า คนเราถ้าป้อนอาหารดีๆเข้าไป ก็จะไม่เกิดโรค แต่ทุกวันนี้สารพิษเยอะครับ มันเข้าไปทำลายเครื่องจักรอุปกรณ์ภายในร่างกายพังหมด ฮ่าๆๆ
                                            --------------------------------------------------
 
    
   

blog comments powered by Disqus