สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็ง "ผลพวงที่ร่างกายเสียเอกภาพ"
                                                          มะเร็ง
                           “ผลพวงที่ร่างกายเสียเอกภาพ”
                                                                   จำรัส  เซ็นนิล   รวบรวม/เรียบเรียง
         เมื่อเจ้ามะเร็ง เชื้อร้ายไปแฝงตัวที่ไหนก็จะไปทำลายอวัยวะส่วนนั้นและลุกลามไปยังส่วนอื่นๆของร่างกายนับเป็นผลพวงที่ร่างกายเสียเอกภาพไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันมาเยียวยาได้เพราะมะเร็งทำลายแม้กระทั่งภูมิคุ้มกัน
         มะเร็งที่พบบ่อยมี ๖ ชนิด เกิดจากปัจจัยเสี่ยงที่คล้ายกัน คือ สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ โดยเฉพาะบริเวณที่มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ผู้อาศัยหรือคลุกคลีกับสารเคมี พฤติกรรมการบริโภค นี่ก็สารเคมีอีกเช่นกันที่ตกค้างอยู่กับพืชผักอาหารรวมถึงวัสดุในการบรรจุอาหาร และเรื่องกรรมพันธุ์ก็มีส่วน
        มะเร็งชนิดแรกที่พบบ่อยคือมะเร็งปอด ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงจากการสูบบุหรี่
        มะเร็งกระเพาะอาหาร มีปัจจัยเสียงจากอาหารเค็ม
        มะเร็งเต้านม มีปัจจัยเสี่ยงจากการรับไขมันอิ่มตัว หรืออาหารที่มีไขมันสูง กรรมพันธุ์และแอลกอฮอล์
        มะเร็งลำไส้ใหญ่ และลำไส้ส่วนปลาย  มีปัจจัยเสี่ยงคือเนื้อสัตว์ แอลกอฮอล์ และกรรมพันธุ์
        มะเร็งปากและช่องคอ มีปัจจัยเสี่ยงจากการสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
        มะเร็งตับ มีปัจจัยเสี่ยงคือ โรคตับอักเสบจากไวรัสบีและอาหารที่ปนเปื้อนด้วย “อะฟลาท็อกซิน” เชื้อราที่เป็นต้นกำเนิดของอะฟลาท็อกซินจะเจริญเติบโตได้ดีในอาหารที่ มีความชื้นมากๆ แต่ผู้บริโภคสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตา เพราะจะมีสีเขียวอมเหลือง หรือสีเขียวเข้ม ดังนั้น เมื่อพบว่าอาหารมีราสีเขียวอมเหลือง ควรนำไปทิ้งทันทีและห้ามนำมาปรุงอาหารเด็ดขาด   
           สำหรับอาการที่พบในระยะเริ่มแรกของผู้ป่วยมะเร็งจะเป็นแผลเรื้อรัง เรียกว่า ถ้าเป็นแผลตรงไหนเกิน ๒ สัปดาห์แล้วเรื้อรังไม่หายให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นมะเร็งผิวหนังก็ได้ บางคนมีก้อนที่คลำได้ บริเวณเต้านม ในท้อง คอ รักแร้ หรือขาหนีบ บางคนมีเลือดออกผิดปกติ เช่นออกจากจมูก ออกทางเต้านม เลือดออกจากช่องคลอด ถ่ายเป็นเลือด ไอเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด
              บางราย หูด ไฝ ปาน ซึ่งเคยมีอยู่ก่อนแล้วอยู่ดีๆก็เปลี่ยนไป เช่นโตขึ้นหรือเป็นแผลแตก  ระบบขับถ่ายผิดปกติ ท้องผูกสลับท้องร่วงท้องเสียเป็นประจำหรือกลืนอาหารลำบาก มีอาการไอหรือเสียงแหบแห้งอยู่นาน  หากมีอาการตามที่ว่ามาให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ
             แนวทางการรักษามะเร็งแบบแพทย์แผนปัจจุบัน แล้วแต่ชนิดและระยะเวลาของมะเร็ง มีทั้งกินยา ผ่าตัด ฉายแสง เคมีบำบัด “คีโม”  ผู้ป่วยต้องมีความอดทน ใจเย็น โดยเฉพาะญาติๆ คนใกล้ชิดต้องช่วยกันให้กำลังใจ การฉีดคีโมจะทำให้ภูมิต้านทานดีพลอยกระทบไปด้วย ผู้ป่วยจะต้องฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรงคือสร้างหรือเพิ่มภูมิต้านทานขึ้นมาใหม่อยู่ตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่ภูมิต้านทานไม่มีจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน
          กรณีนี้ทำให้ผู้ป่วยต้องนอนพักรักษาในห้องปลอดเชื้อ ซึ่งปัจจุบันแม้ในโรงพยาบาลใหญ่ๆห้องปลอดเชื้อก็มีน้อยไม่เพียงพอต่อผู้ป่วย ถ้าจะเปรียบเทียบการฉีดคีโม ก็เหมือนมีผู้ร้าย ๒-๓คนวิ่งเข้าไปในตลาด เราขว้างระเบิดเข้าไปถูกผู้ร้าย ๑ คนตาย แต่คนดีๆพลอยโดนลูกหลงตายไปด้วย ๕-๖ คน พอขว้างลูกที่ ๒ ผู้ร้ายตายอีก ๑ คนดี ก็ตายตามไปอีก ๕ ประมาณนี้นะครับ
         ถ้าเราหันมารักษาตามแนวธรรมชาติบำบัด ตามแพทย์แผนไทย คนดีภูมิต้านทานดีจะไม่กระทบกระเทือน เมื่อเราคัดเลือกอาหารดีเข้าไปกองกำลังคนดีภูมิต้านทานดีก็แข็งแกร่งขึ้น ขณะเดียวกันเราก็ค่อยๆกำจัดเชื้อร้ายขับสารพิษออกไป กรณีนี้ผู้ป่วยจะไม่ทรมานเจ็บปวด ขอเพียงมีกฎเหล็กในตัวเองอย่ากินตามใจปาก กินอาหารที่มีประโยชน์ต้านเชื้อมะเร็งและ ทำสมาธิลดความเครียด หมั่นออกกำลังกาย
        เจ้ามะเร็งเมื่อมันไม่ได้รับอาหารอันโอชะที่มันชอบ มันจะหมดเรี่ยวแรง ผอมโซ มันจะหยุดนิ่งไม่แพร่เผ่าพันธุ์ เมื่อเราต้อนมันอยู่มุมแล้วค่อยๆจัดการกับมันไปเรื่อยๆแค่นี้เอง ฮ่าๆๆ                
        ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งติดอันดับ ๑ ในเอเชียแล้ว  อัตรา ๑ คน ใน ๘ คน สาเหตุเกิดจากอาหารการกิน กินเนื้อสัตว์ปิ้งย่าง  กินอาหารกะทิค้างคืน กล้วยแขก ปาท่องโก๋  ไส้กรอก เบคอนและขนมครก  ผัดผักค้างคืนกินไม่หมด  ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดมะเร็งได้ทั้งสิ้น   
                                                     --------------------------------------------------------
                
 
                                     

blog comments powered by Disqus