สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็งแพ้ "อะจิเช่า-หญ้าลิ้นเป้ด"
                                           มะเร็งแพ้ “ อะจิเช่า” หญ้าลิ้นเป็ด
                                         “ เพิ่มเกล็ดเลือด-บำบัดมะเร็ง”
                                                                      จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
             ชื่อ
“ อะจิเช่า” คนไทยจะไม่รู้จักนอกจากคนจีนโพ้นทะเล แต่พอบอกว่าหญ้า “ ลิ้นเป็ด” ก็พอมองเห็นลางๆเพราะรูปร่างหน้าตาสมุนไพรตัวนี้มีลักษณะเหมือนลิ้นเป็ด ฮ่าๆๆ
            สมุนไพร “อะจิเช่า” เดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ โดยแพทย์ลูกหลานชาวจีนที่มาเยี่ยมญาติที่เมืองไทย แล้วปลูกอนุรักษ์ไว้ใช้ในครัวเรือน เพื่อใช้กินรักษาสุขภาพโดยเฉพาะฝีเนื้อร้ายในร่างกายให้ยุบและฝ่อไป ที่ประเทศจีนคนจีนส่วนใหญ่จะปลูกในบ้านเพื่อเป็นยาสมุนไพรเท่านั้น มีรสชาติขมทั้งต้น ถือเป็นยาเย็น
          หมอพื้นบ้านบางคนเล่าว่าพระธุดงค์นำมาเผยแพร่ทางฝั่งประเทศลาว เวียดนาม ก็พอจะมองเห็นการเดินทางมาของ “อะจิเช่า” อีกเส้นทางหนึ่ง  เนื่องจากวัดบางแห่งมีปลูกแสดงว่าเจ้าอาวาสต้องรู้คุณค่าแล้วนำมาปลูก ผมเคยเห็นที่วัดสามแยกบ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์
           จำได้แม่นครับเมื่อปี ๒๕๕๕ ผมขับรถฝ่าสายฝนลุยโคลนขึ้นไปยอดเขา สูงชัน ถนนที่ขึ้นไปเรียกว่าเละ- ลื่นส่ายไปมา โคลนเกือบครึ่งล้อ แต่ด้วยความมุ่งมั่นจะไปดูต้นเบาบับ
BAOBAB ต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกถิ่นกำเนิดอยู่แถบทวีปแอฟริกา เพิ่งมาปลูกที่เมืองไทยอยู่ที่วัดสามแยก อ.น้ำหนาว เสียงเล่าขานบอกว่าต้นใหญ่ขนาดรถสิบล้อสองคันวิ่งสวนกันในโพรงต้นไม้ชนิดนี้ ต้นสามารถจุน้ำได้ ๑๒๐,๐๐๐ ลิตร (ดูภาพได้ที่เรื่องเล่าสุขภาพ ตอน ..ตามหาต้น BAOBAB ที่น้ำหนาว
         ขนาดต้นเบาบับที่ปลูกวัดนี้ ขนาดลำต้นเท่าขาคน ประมาณการปลูกว่าอายุประมาณ ๑ ปีน่าเสียดายวันที่ผมไปไม่มีโอกาสพบเจ้าอาวาส เนื่องจากช่วงนั้นเจ้าอาวาสมีข่าวทางลบ ด้านไม่สำรวมถีบเก้าอี้ และมีเพศสวาทกับลูกศิษย์ชาย จึงไม่ต้อนรับนักข่าว ถามเจ้าหน้าที่ตอบได้อย่างเดียวไม่รู้ไม่ทราบวัดนี้มีวงจรปิดเต็มไปหมด แอบดูมีใครมาบ้าง รวมผมด้วยฮ่าๆๆ
      เรามาดูสรรพคุณของ
“อะจิเช่าหรือหญ้าลิ้นเป็ด” บางคนก็เรียก “คออูฐ” และ “อีงูลาย” คงเรียกตามลักษณะใบ สรรพคุณของสมุนไพรชนิดนี้ใช้ดับร้อน แก้ความร้อนในเลือดใช้ภายนอกดับพิษแก้บวม มีฤทธิ์เข้าถึงม้ามและปอดใช้แก้เจ็บคอเพราะปอดร้อน ใช้ภายนอกแก้พิษแก้บวม ใช้ทาไฟลามทุ่ง
           หมอพื้นบ้านมักเอาหญ้าลิ้นเป็ดทั้ง ราก ต้น ใบ กิ่ง ดอก มาต้มใช้รักษาฝี-แผลภายในหรือเนื้อร้าย  มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปอด ตัวยาจะมีรสชาติขม ใช้เป็นยาเย็นดีมาก คุณอุไรวรรณ  อธิคมกมลาศัย เขียนไว้ในหนังสือ
“เมื่อผู้พิพากษาเป็นมะเร็ง” ว่าสามีคุณประมุข อธิคมกมลาศัย  ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค ๗ ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้และมะเร็งปอด ก็ได้รับคำแนะนำให้กินสมุนไพรหญ้าลิ้นเป็ดเป็นประจำเพื่อเพิ่มเกร็ดเลือด เพราะคนเป็นมะเร็งส่วนใหญ่เกร็ดเลือดจะต่ำ
         การต้มสมุนไพรลิ้นเป็ดดื่ม ใช้ใบประมาณ ๒๐ ใบน้ำ ๒ ลิตร ต้มให้เดือดดื่มครั้งละครึ่งแก้ว ก่อนอาหาร ๓ เวลา หรือจะนำใบไปคั้นผสมน้ำดื่มก็ได้ ว่ากันว่า ใช้กวาดคอ แก้ทอลซิลอักเสบได้ชงัด แก้ไอเป็นเลือด บ้างก็บอกว่าคนกินเผ็ดไม่ได้ ให้เอาใบมาเคี้ยวอมไว้สักครู่ แล้วคายทิ้งลิ้นจะทนต่อสารเผ็ดในพริกได้
ใครที่ปากลิ้นเปื่อยเหงือกบวม นำใบลิ้นเป็ด ๓-๔ใบมาเคี้ยวอม ส่วนผู้หญิงที่นมคัดเจ็บปวดนม นอกจากคั้นน้ำกินแล้วก็สามารถนำกากมาพอกทาก็สามารถบรรเทาอาการปวดได้
        
หญ้าลิ้นเป็ด เป็นพืชล้มลุก ขึ้นจากรากใต้ดิน หรือไหล ใบลักษณะคล้ายลิ้นเป็ด ดอกเหมือนกับดอกเบญจมาศ จะออกดอกช่วงฤดูหนาว เป็นสีเหลือง เมล็ดจำนวนมาก รูปแบน ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด หรือไหล
         
สมัยปู่เย็นผู้พิทักษ์สายน้ำเมืองเพชร จังหวัดเพชรบุรียังมีชีวิตอยู่ ถ้าใครสักเกตบนหัวเรือของปู่เย็น จะมีกระถางปลูกสมุนไพรหญ้าลิ้นเป็ดไว้เหมือนกัน ปู่เย็นคงรู้สรรพคุณและคุณค่าทางยาของหญ้าลิ้นเป็ดจึงปลูกอนุรักษ์ไว้ใกล้ตัว ยามฉุกเฉินก็สามารถนำมาใช้ได้ ทั้งแก้คัน แก้ไอ โรคเกี่ยวกับช่องปาก พิเศษสุดคือใช้รักษามะเร็งและเพิ่มเกร็ดเลือด
         อย่าลืมหาสมุนไพรหญ้าลิ้นเป็ดมาปลูกกันและมีเวลาก็ลองทำกินดูแม้รสชาติจะขม เพราะโบราณว่าไว้ “หวานเป็นลม ขมเป็นยา”  กินป้องกันเชื้อร้ายก่อนที่มันจะมาเยือนเรา ผมว่ากินป้องกันดีกว่ากินรักษานะครับฮ่าๆๆ
                                                    -----------------------------------------
 
 
 แล้วจะหารูปมาฝาก (  ถ่ายไว้เมื่อปี ๒๕๕๕)   ภาพ ๙๙ %  ผมถ่ายเองครับเพื่อป้องกันปัญหาลิขสิทธิ์
 
 
 
 
 
  

blog comments powered by Disqus