สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็ง สะพานสู่ความตายจริงหรือ ?
                                      มะเร็ง สะพานสู่ความตายจริงหรือ ?
                                                                       จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
            ที่ผมตั้งชื่อเรื่องว่า 
“มะเร็งสะพานสู่ความตายจริงหรือ?” เพื่อบอกผู้อ่านผู้ป่วยว่าไม่จริงเสมอไป ในความเป็นจริงมีหลายคน สามารถรักษาหายได้และมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน แล้วทำไมบางคนจึงไม่รอด ก็เพราะแนวทางการรักษาเยียวยาและการรับประทานอาหารที่แตกต่างกัน
          ต้องทำความเข้าใจอีกครั้งว่า “มะเร็ง”  เกิดจากการที่เซลล์ของอวัยวะต่างๆในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือเกิดการแบ่งตัวผิดปกติและเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยกลไกของร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้อร้าย เมื่อก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น จะทำให้อวัยวะที่เกิดมะเร็งไม่สามารถทำงานตามปกติได้ บางครั้งก้อนจะมีขนาดใหญ่แล้วไปเบียดไปกด ลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆได้
         ทุกวันนี้มีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มมากขึ้น แล้วจะไม่มากได้ยังไงครับ กินเนื้อปิ้งย่างที่มีรอยไหม้กรียมแกล้มเหล้ากันอย่างเอร็ดอร่อยทำให้เกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ สูบบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งปอด กินเนื้อปลาที่ปรุงไม่สุก โอกาสเกิดมะเร็งท่อน้ำดีมีมาก  การมีเพศสัมพันธ์เปลี่ยนคู่นอนทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกบ่อยแล้วน้ำมันพืชที่ใช้แล้วประหยัดนำมาทอดทำอาหารซ้ำแล้วซ้ำอีกคนที่ชอบกินทอดมัน กล้วยทอดกล้วยแขก ปาท่องโก๋ และขนมครกระวังหน่อยครับ
           นอกจากนั้น
การกินพืชผักที่มีสารเคมีตกค้าง กินอาหารที่มีผงชูรส บางรายก็ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องสูดรับมลพิษทุกวัน เหล่านี้มันเกิดการสะสมสารพิษในร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับสารพิษเหล่านี้ มันมึนหัวครับฮ่าๆๆ หลงทิศหลงทางไม่สามารถขจัดได้ ไม่สามารถต่อกรกับเจ้าพิษร้ายได้ พิษร้ายจึงก่อตัวเป็นเนื้อร้ายตั้งเป็นองค์กรอิสระนอกเหนือการควบคุมของรัฐบาล เอ้ยไม่ใช่ของร่างกายฮ่าๆๆ
        มะเร็งมีหลากหลายความร้ายแรง มีการจัดลำดับความรุนแรงได้ ๓ ประเภท คือ มะเร็งที่มีความร้ายแรง
สูง เช่นมะเร็งปอด มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี มะเร็งกลุ่มนี้ลุกลามเร็วมากผู้ป่วยมักจะมีอาการเมื่อโรคเป็นมากแล้ว  มะเร็งอีกประเภทคือมีความรุนแรงปานกลาง เช่นมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งชนิดนี้มักแสดงอาการผิดปกติผู้ป่วยจึงสามารถไปตรวจพบและสามารถรักษาได้เร็วก่อนที่จะลุกลาม
ผู้หญิงก็ไปตรวจ
“แมมโมแกรม”เพื่อค้นหามะเร็งเต้านม “ตรวจเลือดในอุจจาระ” เพื่อค้นหามะเร็งลำไส้และการ “ตรวจแปปสเมียร์” เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูก     ส่วนมะเร็งประเภทสุดท้ายคือมะเร็งที่มีความรุนแรงน้อย เช่นมะเร็งผิวหนัง มะเร็งจะอยู่เฉพาะที่ มีการลุกลามช้าและมักไม่มีการแพร่กระจาย
        รู้ถึงมหันตภัยของเจ้ามะเร็งแล้ว ต้องหลีกเลี่ยงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง แล้วหมั่นเฝ้าระหวังดูแลสุขภาพ ทั้งการตรวจสุขภาพ การออกกำลังกาย รวมทั้งอาหารการกิน เป็นการช่วยกรองเป็นเกราะอีกด่านหนึ่งก่อนที่ภูมิต้านทานในร่างกายจะค้นพบและทำลายล้างศัตรูร้ายอีกครั้งหนึ่งให้ง่ายดายยิ่งขึ้น ฮ่าๆๆ
                                                   ---------------------------------------------------- 

blog comments powered by Disqus