สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะรุม
                                                            มะรุม
                                                     สูตรยาอายุวัฒนะ
                                                                        จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
             สูตรยาอายุวัฒนะที่ผมนำมาเผยแพร่นี้ ได้มาจากคุณอรทัย  เสนานิคม เจ้าหน้าที่สำนักงานยาสูบนครพนม เธอเล่าให้ผมฟังว่า   มีคุณยายคนหนึ่งอายุร่วม ๘๐ ปี ร่างกายแข็งแรง เดินทางไปไหนมาไหนไม่เคยปวดแข้งปวดขาขึ้นลงบันไดบ้านสบาย ในชีวิตไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเลย เคล็ดลับของคุณยายคือกินสมุนไพรลูกกลอนมะรุมเป็นประจำ
 คุณอรทัย เสนานิคม
           คุณยายแนะนำวิธีทำยาลูกกลอนมะรุมสูตรอายุวัฒนะว่า ให้เอาใบมะรุมมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วใส่ถาดคลุมด้วยผ้าขาวบางนำไปตากแดดให้แห้ง หลังจากนั้นนำมาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดมะขามแล้วนำไปตากแดดอีกรอบหนึ่ง พอแห้งก็เก็บใส่ขวดแก้วปิดฝามิดชิด นำมากินก่อนนอนคืนละ ๓ เม็ด หลับสบาย ตื่นเช้าขึ้นมาสดชื่น
          จริงๆแล้วมะรุมเป็นพืชผักพื้นบ้านอยู่คู่ครัวคนไทยมานานแล้ว นิยมนำมะรุมไปทำเป็นอาหารเพื่อรับประทานเป็นผักอย่าง แกงส้ม แกงลาว แกงอ่อม แกงกะหรี่ ยำฝักมะรุม ส่วนดอกมะรุมลวกรับประทานกับน้ำพริก ส่วนยอดอ่อน ใบอ่อนนำไปต้มสุกรับประทานร่วมกับแจ่ว ลาบ ก้อย  แต่ถ้านำมาใช้เป็นยาสมุนไพรนั้นจะใช้เกือบทุกส่วนของต้นมะรุมรวมทั้งเปลือกด้วย
  สมุนไพรมะรุม
          ชาวอีสานเรียกมะรุมว่า “ผักอีฮุม” และ “บักฮุ้ม” ชาวเหนือเรียกกันว่า “บะค้อนก้อม”  มะรุมอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวมหลายชนิด ซึ่งจุดเด่นของมะรุมก็คือจะมีวิตามินเอ ซี แคลเซียม โพแทสเซียม และธาตุเหล็กในปริมาณที่สูงมาก   ถ้าเปรียบเทียบคุณค่าทางอาหารของใบมะรุมกับอาหารชนิดอื่น พบว่าใบมะรุมมีวิตามินเอมากกว่าแครอท มีแคลเซียมมากกว่าน้ำนม มีธาตุเหล็กมากกว่าผักโขม มีวิตามินซีมากกว่าส้ม และมีโปแตสเซียมมากกว่ากล้วย
             มีการวิจัยพบว่า มะรุมมีฤทธิ์ ที่น่าสนใจมากมาย เช่น ฤทธิ์ลดความดันโลหิต ต้านการเกิดเนื้องอก ต้านมะเร็ง ลดระดับคอเลสเตอรอล ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันตับอักเสบ ต้านออกซิเดชัน ต้านเชื้อแบคทีเรีย ลดระดับน้ำตาล และฤทธิ์ต้านการอักเสบ
            อย่างไรก็ตามผมเคยสอบถามอาจารย์เนตรดาว  ยวงศรี แพทย์แผนไทยท่านแนะนำว่ามะรุมไม่ควรกินต่อเนื่องยาวนานควรเว้นบ้างเป็นระยะ แล้วค่อยกินใหม่ ผู้ป่วยที่ใช้มะรุมติดต่อเป็นเวลานานๆ ควรตรวจการทำงานของตับ เพราะพบว่าผู้ป่วยบางรายที่ใช้มะรุมติดต่อกันเป็นเวลานาน แล้วพบว่าเอนไซม์ตับเพิ่มขึ้น
           สำหรับหญิงตั้งครรภ์หากรับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไปก็อาจจะทำให้แท้งบุตรได้ และยังรวมไปถึงผู้ป่วยโรคเลือด ก็ไม่ควรรับประทานมะรุมเช่นกัน เพราะจะทำให้เม็ดเลือดแตกง่าย
           มีหลายคนกินมะรุมแล้วได้อ่านตำรับตำรา ศึกษาข้อมูลการวิจัยแล้วเล่าขานให้ฟังว่าสามารถชะลอวัย ทำให้ผิวพรรณดีไม่หยาบกร้าน เสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันมะเร็ง ช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอล ช่วยรักษาโรคมะเร็งในกระดูก  ทำให้เลือดลมไหลดี รักษาโรคโลหิตจาง ลดความดัน รักษาโรคความดันโลหิตสูง รักษาโรคหัวใจ  ลดน้ำตาล ช่วยรักษาโรคเบาหวาน โดยรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาล  แก้หอบหืด ภูมิแพ้  ช่วยรักษาโรคตาได้เกือบทุกโรค ช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคโพรงจมูกอักเสบ ใช้แก้ไข้ และถอนพิษไข้  รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน  ช่วยบำรุงและรักษาปอดให้แข็งแรง
             หลายปีมาแล้วผมเคยแนะนำเรื่องมะรุมให้กับแฟนคลับผมคนหนึ่งที่จังหวัดยโสธรซึ่งป่วยเป็นโรคหลายโรค ทั้งเบาหวาน ความดันปวดๆเมื่อยๆ ส่วนใหญ่เรื้อรังรักษามานานไม่หาย หลังจากกินมะรุมแล้วดีขึ้น จึงหันมานำมะรุมบรรจุแค็บซูลบรรจุกล่อง ยัดใส่ย่ามสะพายไปงานบวช งานศพ งานวัด เรียกว่ามีงานมีคนที่ไหนก็จะไปร่วมงานทันที ไม่ต้องเชิญก็มา ใช้วิธีแนะนำสรรพคุณของมะรุมแบบขายตรง ไม่นานมีเงินฝากธนาคารร่วมแสน ฮ่าๆๆ
                                                --------------------------------------------------- 

blog comments powered by Disqus