สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็งหรือจะสู้ภูมิคุ้มกัน
                               มะเร็งหรือจะสู้ “ภูมิคุ้มกัน”
                                                       จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
     ภูมิคุ้มกันคือกองทัพที่สำคัญที่สุดในร่างกายคนเรา ถ้ากองทัพอ่อนแอศัตรูร้ายย่ำยีแน่นอน เรามาสร้างภูมิคุ้มกันเสริมกองทัพให้แข็งแกร่งกันเถอะ ถ้าเราติดตามข่าวจะเห็นว่าประเทศมหาอำนาจมักสร้างแสนยานุภาพด้านกองทัพไว้ป้องกันประเทศ มีรถถัง เครื่องบินรบ เรือดำน้ำ อาวุธที่ทันสมัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันประเทศ แล้วแบบนี้ศัตรูหน้าไหนจะกล้าตอแยฮ่าๆ
    ร่างกายคนเราก็เช่นกัน ต้องการภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมาต่อสู้ขับสารพิษออกจากร่างกาย สารพิษต่างๆมันมากับอาหารที่เรากินเข้าไป และสิ่งแวดล้อมที่มีมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ผมเคยไปเยี่ยมผู้ป่วยมะเร็งที่ระยอง ส่วนใหญ่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม
    หลายคนไม่ได้เรียนรู้ที่จะต่อสู้กับสารพิษที่ได้รับสะสมเข้าไป เมื่อมันเข้มแข็งยากที่จะเยียวยา พอหมดสภาพป่วยหนัก สิ่งที่ผู้ป่วยละญาติต้องทำคือส่งโรงพยาบาล  ถามว่ามีคนเคยหายไหมครับ  จากสถิติมีแต่เยื้อชีวิตไปเป็นชั่วโมง  วัน และเดือน น้อยรายจะถึงปีแล้วผลสุดท้ายมันเป็นความเย็นชา เคยชินที่จะยอมรับสภาพ กลับบ้านรอไปวัดในที่สุด
    ถ้าภูมิคุ้มกันเราดี มะเร็งไม่สามารถเติบโตได้ ในทางกลับกัน หากภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เซลล์มะเร็งจะเจริญเติบโต วิธีการที่หมอมักนำมาใช้ตามที่ตัวเองได้ร่ำเรียนมาคือการผ่าตัด จะไม่ผ่าได้ไงหมอเขาเรียนมาทางผ่าตัดเขาก็ต้องผ่า บ้างก็ฉีดคีโม และรังสีรักษา ถูกระดมมาใช้จนหมด
     ยิ่งถ้าหมอไม่มีจรรยาบรรณ และไม่ได้ศึกษากฎแห่งกรรมก็จะเชียร์ญาติผู้ป่วย ให้ใช้ยาเสริมนอกระบบราคาแสนแพง จะเชียร์ว่าดี แต่ไม่ใช้ก็ไม่เป็นไร พูดแบบนี้ญาติคิดหนัก ต้องตัดสินใจใช้ยอมเสียเงินเพื่อรักษาชีวิตญาติพี่น้องลูกหลาน ยาดีๆอัดเข้าไปหนักๆ มะเร็งตาย ภูมิคุ้มกันดีๆก็พลอยตายไปด้วย
    พอร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกัน ไม่มีกองทัพปกป้องเชื้อร้ายที่มีกระจัดกระจายทั่วไปมันก็สามารถผ่านเกราะเข้ามาได้อย่างง่ายดาย ไม่มีใครรอดไปได้สักรายครับ ติดเชื้อที่นั่นที่นี่ ที่เราคุ้นหูกันบ่อยคือผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด
    มะเร็งไม่มีวันตายตราบใด ที่เรายังกินอาหารอยู่ เพียงแต่มีมากมีน้อยมีในปริมาณที่ตรวจไม่พบ ร่างกายคนเราสร้างเซลล์มะเร็งวันละ ๑๐๐-๕๐๐ เซลล์ แต่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจะกำจัดเซลล์มะเร็งเหล่านั้นทันที เราจึงมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่เป็นโรคมะเร็ง
     เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๘ ผมเดินทางไปพิสูจน์การสร้างภูมิคุ้มกันรักษาโรคที่ค่ายสุขภาพของหมอเขียว ที่อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เตรียมมุ้งหมอนสัมภาระไปค้างแรมถึง ๕ วัน ชีวิตตื่นเต้น สนุกได้ความรู้ได้เพื่อนได้เข้าใจทั้งธรรมะ รู้กฎแห่งกรรม โดยเฉพาะการกินอาหารเพื่อสุขภาพ พืชผักหาง่ายปลูกง่าย กินอยู่สบายๆ ร่างกายโล่งเบาอย่างบอกไม่ถูก
     หลายคนเมื่อปฏิบัติตัวดี ไม่มีโรคภัย เหมือนชีวิตเกิดใหม่ ก็อุทิศตนเป็นจิตอาสา ช่วยเหลือคนอื่นต่อไป ทิ้งผัว ทิ้งเมีย ทิ้งแฟน เอ้ยไม่ใช่ ทิ้งยศฐาบรรดาศักดิ์ หัวโขน มาอยู่กับธรรมชาติ
    เวลา ๐๓,๔๕ น.จะมีเสียงธรรมะเสียงเพลงปลุกให้ตื่น สภาพมุ้งหมอน เสื่อและสัมภาระจะหายวับไปกับตา เพราะถูกเก็บใส่กล่อง-กระเป๋าเข้าที่เข้าทาง ทุกคนพร้อมกันที่ศาลาธรรมเวลา ๑๔.๓๐น. เพื่อสวดมนต์  นั่งสมาธิ ฟังธรรม ฝึกโยคะ
   ช่วงนี้มีความสุขมาก สุขใจครับ เพราะการรักษาโรค ต้องรักษาใจก่อน แล้วจึงรักษากาย ใช้วิธีสงบจิตใจ อธิษฐานจิต ตั้งใจพัฒนาจิตให้เจริญยิ่งขึ้น ให้สูงยิ่งขึ้น ตั้งใจทำคุณงามความดี ทำความผาสุกให้กับตนเองและผู้อื่นให้มากยิ่งขึ้นๆจนสุดความสามารถอย่างพอดี ตามองค์ประกอบและเหตุปัจจัย ที่จะทำได้
   เริ่มสวดมนต์บทคำบูชาพระรัตนตรัย ปุพพภาคนมการ  ไตรสรณคมน์ พุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติโอวาทปาติโมกขคาถา อภิณหปัจจเวกขณปาฐะ ภวตุสัพ ท่านผู้อ่านตื่นเช้าลองสวดบทเหล่านี้ดูนะครับใจมันจะโล่ง ตัวเบาอย่างบอกไม่ถูก ถ้าผมจะเขียนบทสวดให้อีกคงจะยาวน่าดูค่อยหาบทสวดจากหนังสือสวดมนต์มีในร้านหนังสือและวัดทั่วไป 

        ติดตาม....ตอนต่อไป ฮ่าๆๆ 

blog comments powered by Disqus