สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

พลังสมาธิบำบัด
                                            พลังสมาธิบำบัด
                                                                         จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
       หลังจากสายฝนโปรยปรายลงมาที่จังหวัดนครพนมอย่างต่อเนื่องหนักบ้างเบาบ้าง และช่วงบ่ายโมงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ ก็เกิดพายุหมุนขึ้นที่ บ้านดงติ้ว ต.บ้านกลาง องเมือง จ.นครพนม ทำเอาหลังคาบ้านของนายไขแสง  บรรหาร ปลิวว่อนไปกับสายลม พอวันที่ ๕ สิงหาคม เริ่มมีแดดรำไร ผมออกจากที่พักไปที่บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม
     บ้านดงโชค ในอดีตถือว่าลึกลับอยู่ในป่ามีเสืออาศัยอยู่มักมีข่าวเรื่องเสือมาคาบคนไปกินเสมอ ปัจจุบันถนนหนทางสะดวกสบาย เสือหาดูยาก ขับรถจากตัวเมืองนครพนมไปไม่ถึง๒๐ นาที การเดินทางออกจากตัวเมืองนครพนมไปตามเส้นทางนครพนม-สกลนครประมาณ ๓กิโลเมตรถึงบ้านภูเขาทองแล้วเลี้ยวซ้ายผ่านบ้านนาจอกตรงไปที่ว่าการอำเภอเมืองจะมองเห็นป้ายบอกเลี้ยวซ้ายไปบ้านดงโชค    พอเข้าหมู่บ้านถามหาที่พักสงฆ์โชติธรรม อยู่บนเนื้อที่ ๒๐ ไร่ จะมองเห็นศาลาปฏิบัติธรรมโรงฉัน และกุฏิพระเรียงรายทั้งซ้ายขวา
       ผมขับรถช้าๆเข้าไปภายในบริเวณที่พักสงฆ์โชติธรรม สถานที่ปฏิบัติธรรมบ้านดงโชค ผ่านศาลาปฏิบัติธรรมมองเห็นพระ ๓-๔ รูปนั่งสมาธิอยู่ ถัดมาอีก๒๐ เมตรมีรถยนต์จอดอยู่ ๒ คันหน้ากุฏิชั้นเดียว ผมจอดรถเดินไปยังกุฏิชั้นเดียว เห็นสุภาพสตรีคนหนึ่ง จึงเอ่ยปากถามว่าที่รักษาผู้ป่วยด้วยพลังสมาธิบำบัดอยู่ตรงไหนครับ เธอบอกอยู่ในกุฏินี้ ให้นั่งรอก่อน มีคนรักษาอยู่ ๒-๓ คน
      “คุณมารักษาหรือครับ”  ผมถาม ผู้หญิงคนนั้นเธอตอบกลับมาว่า
     “ หนูช่วยงานอยู่ที่นี่ แต่ก่อนเคยเป็นภูมิแพ้  ตอนนี้รักษาหายแล้วค่ะ” 
       ระหว่างคอย ผมเดินไปสำรวจศาลาปฏิบัติธรรมที่อยู่ใกล้ๆกัน ภายในศาลามีโต๊ะหมู่บูชา เลยถือโอกาสนั่งกราบขอพรเพื่อความเป็นศิริมงคล ส่วนด้านตรงข้ามมีรูปหลวงปู่หงษ์  พรหมปัญโญหรือพระครูประสาทพรหมคุณ ขนาดใหญ่ และมีภาพแนะนำการฝึกสมาธิในอริยบทต่างๆ มีป้ายเชิญชวนให้เข้าปฏิบัติธรรมลงทะเบียนได้ทุกวันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  แล้วก็ป้ายเชิญชวนสมทบทุนสร้างโบสถ์กลางน้ำงบประมาณ ห้าแสนบาท ป้ายเชิญชวนเป็นเจ้าภาพสร้างกุฏิกรรมฐานจำนวน  ๕๐ หลัง หลังละสี่หมื่นบาท และถัดมาก็มีป้ายเขียนข้อความว่า ผู้มาแก้วิบากกรรมแท้งลูกติดต่อพระวิฑูรย์ วิจิตโต (หลวงพี่โตโต้) ๐๙-๙๙๖๕-๑๔๘๙
     ผมสงสัยว่าทำไมถึงมีภาพหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ที่นี่ แสดงว่าเจ้าอาวาสอาจเป็นศิษย์หลวงปู่หงษ์ ก็เป็นได้ เท่าที่ผมทราบหลวงปู่หงษ์  พรหมปัญโญ หรือพระครูประสาทพรหมคุณ วัดสุสานทุ่งมน (วัดเพชรบุรี)  อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังมีวิชาอาคมแก่กล้า  ท่านพูดภาษาเขมรได้ และมีคนเล่าว่าท่านจะนอนบนแคร่ ด้านล่างจะขังงูตะขาบแมงป่องสัตว์อสรพิษเต็มไปหมด เป็นการฝึกวิชา เมตตาแม้แต่สัตว์มีพิษก็ไม่ทำอันตรายท่าน
   สมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ข้าราชการ นายทหาร พ่อค้าคหบดีมักจะนำปากกามาให้หลวงปู่หงส์เจิมให้ ศรัทธากันว่ามีอภินิหารเซ็นโครงการต่างๆผ่านฉลุยเงินทองไหลมาด้วยอภิมหาเมตตาได้เลื่อนขั้นตำแหน่งใหญ่โตก็มาก
      ขณะผมเดินกลับมาที่กุฏิรักษาผู้ป่วย เห็นชายสูงอายุเปิดประตูเดินออกมาด้วยเหล็กค้ำยันทราบภายหลังว่าเป็นผู้รับเหมาใหญ่ของจังหวัดนครพนมมารักษา ผมเดินเข้ามาข้างในกุฏิได้พบกับพระอมร  ปวัฒฑโน เจ้าอาวาสที่พักสงฆ์โชติธรรม ทราบว่าท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่หงส์ พรหมปัญโญจริงๆ และมีผู้หญิงอีกคนแต่งชุดขาวลักษณะเหมือนแม่ชีเป็นผู้ช่วยพระอมรในการรักษาผู้ป่วยกรณีที่ผู้ป่วยเป็นผู้หญิงและผู้ป่วยที่มีอาการไม่หนัก ทราบชื่อว่าชื่อคุณอิสรีย์  อินทร์ไชย ก็เป็นลูกศิษย์หลวงปู่หงส์เช่นกัน
       เจ้าอาวาสเล่าให้ผมฟังว่าสำนักสงฆ์แห่งนี้มีพื้นที่ ๒๐ ไร่จากการบริจาคของคุณอิสรีย์  เริ่มสร้างที่พักสงฆ์สถานปฏิบัติธรรมเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๗ ปัจจุบันเปิดรับผู้ปฏิบัติธรรมทุกวันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะนี้กำลังหาผู้ใจบุญร่วมบริจาคสร้างกุฏิกรรมฐาน จำนวน ๕๐ หลัง หลังละสี่หมื่นบาท และสร้างโบสถ์กลางน้ำ งบประมาณห้าแสนบาท
    ผมเริ่มทึ่งและประทับใจในแรงศรัทธาของคุณอิสรีย์ อินทร์ไชย ที่มีศรัทธาแรงกล้าถวายที่ดินให้เป็นสมบัติของศาสนา สถานที่พึ่งสุดท้ายของทุกคน  คุณอิสรีย์ เล่าให้ผมฟังว่า ครอบครัวเธออยู่ในสายปฏิบัติธรรม เธอเป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง ๕ คน ของคุณพ่อซึงก็บวชเป็นพระคนในตำบลรู้จักกันดีชื่อมหาจำนงค์  ส่วนคุณตาชื่อคุณตาจันบน  เหมหาก็เป็นโยมอุปัฏฐากถวายที่ดินให้กับการสร้างวัดบ้านหนองญาติและวัดรังษีญาติการามทั้งสองวัดนี้อยู่ที่บ้านหนองญาติ ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม
    จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่เธอได้อุทิศชีวิตเป็นอุปัฏฐายิกาให้กับศาสนามุ่งหวังให้ทุกคนมีศีลมีธรรม รู้คุณค่าของการใช้พลังสมาธิในการรักษาทั้งด้านจิตใจและร่างกายให้แข็งแรงเบิกบานมีความสุข โดยอุทิศเวลาส่วนหนึ่งช่วงกลางวันตั้งแต่ เก้าโมงเช้าถึงบ่ายสามโมงเย็นอยู่ที่วัดมาช่วยพระอาจารย์ช่วยเหลือผู้ป่วยเจ็บให้พ้นทุกข์
   สำหรับการใช้พลังสมาธิบำบัดรักษาผู้ป่วยนั้น พระอาจารย์อมรเล้าว่า เริ่มแรกช่างที่มาสร้างวัดมักมีปัญหาป่วยบ่อยทั้งหัวใจบางคนก็เป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต ก็เลยช่วยรักษา ตอนหลังมีคนป่วยเป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย มาให้รักษาก็อาการดีขึ้น ตอนนี้มากันทั้งหมู่บ้าน
   แนวทางการรักษาตามแนวทางที่หลวงปู่หงส์สั่งสอนมา ผู้ป่วยจะต้องเตรียมค่าครู ใส่พาน ๑๙๙ บาท ต่อหนึ่งจุด แล้ว อธิษฐานจิตให้กับหลวงปู่หงส์ที่โต๊ะบูชาที่ตั้งไว้ภายในกุฏิ  หลังจากนั้นพระอาจารย์อมรก็จะใช้มือไปจับตรงที่มีปัญหาเพิ่มพลังสมาธิไปบำบัด ใช้เวลาไม่นานตามแต่อาการของผู้ป่วย  รายได้ก็จะนำไปสมทบทุนสร้างโบสถ์กลางน้ำ  เปิดรับรักษาทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๕.๐๐น.
  สถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้เงียบสงบเหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม นอกจากนั้นยังช่วยเหลือผู้ป่วยให้พ้นจากวิบากกรรมที่ป่วยเป็นโรคต่างๆอีกด้วย  นับเป็นความโชคดีของจังหวัดนครพนมที่มีสถานที่ดีๆอย่างนี้ เรามา
ช่วยกันสะสมเสบียงบุญของชีวิตจะสนับสนุนตามกำลังศรัทธาช่วยกันให้สถานที่แห่งนี้มั่นคงเป็นหลักยึดเหนี่ยวให้มีความสุขทั้งกายและใจ  ติดต่อเข้าปฏิบัติธรรม สมทบทุนในกิจการของที่พักสงฆ์หรือต้องการนำผู้ป่วยไปบำบัดประสานไปที่  ๐๙-๙๙๖๕-๑๔๘๙  ขอให้ทุกท่านพบความสุขครับ
                             --------------------------------------------------------------------------- 

blog comments powered by Disqus