สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

หมอจับเส้น "มือหนึ่งนครพนม"
                                                            หมอจับเส้น
                                        “ มือหนึ่งนครพนม”
                                                               จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
      ช่วงตระเวนแดนดินถิ่นอิสานตามหาหมอพื้นบ้านที่นครพนม อาการปวดไหล่ขวาของผม ก็ยังดีขึ้นไม่มากนักหลังจาก ไปให้หมอหลายคนนวดจับเส้นซึ่งส่วนใหญ่ที่ผมประเมินจากการที่ได้ทดลองนวดจะเป็นลักษณะการนวดผ่อนคลายเสียมากกว่า
    ล่าสุดผมได้เดินทางไป บ้านหัวดอนน้อย อ.ธาตุพนม จ.นครพนมซึ่งอยู่ห่างจากวัดพระธาตุพนมไปตามเส้นทาง จังหวัดมุกดาหารประมาณ ๓ กิโลเมตร เพื่อค้นหา หมอจำเส้นมือดี ตามที่คุณโสภี  โพธิ์ศรี อดีตทหารอากาศแนะนำมา
   “ สวัสดีครับ แถวนี้รู้จักบ้านหมอจับเส้นไหมครับ” ผมจอดรถลงไปถามชาวบ้านละแวกนั้น
  “ ไปอีกนิดหนึ่งเลยโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม ใกล้โรงเรียนบ้านดอนน้อย แถวนี้เขารู้จักกันหมดไปถามอีกครั้งนะคะ” แม่ค้าขายส้มตำแนะนำ และเมื่อขับรถใกล้ถึงโรงเรียนบ้านดอนน้อยคราวนี้ผมไม่ลงจากรถ ตะโกนถามช่างร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซด์ที่อยู่ริมถนน
 “ พี่ครับ รู้จักบ้านหมอจับเส้นไหมครับ” แทนที่เขาจะตอบอยู่ตรงไหน กลับถามผมมาว่า
“ เส้นเอ็นกดทับเหรอครับ”  ผมรู้สึกงง แล้วตอบไปว่า
“ ใช่ๆๆ บ้านหมออยู่ตรงไหนครับ”  รีบตอบเพื่อไม่ให้เสียเวลา
“ ไปอีกนิดจะเห็นหลัก กม.๔๘ แล้วเลี้ยวขวาตรงป้ายยูเทริน มองเห็นต้นมะยมอยู่หน้าบ้าน เป็นบ้านชั้นเดียวขับตรงเข้าไปเลย” ผมขอบคุณแล้วรีบบึ่งรถไปทันที
       เมื่อถึงบ้านหมอผมเดินขึ้นไปบนบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูงประมาณ ๑ เมตรตรงเข้าไปในตัวบ้านซึ่งเปิดประตูหน้าต่างโล่ง บริเวณภายในกว้างโล่ง อากาศถ่ายเทเย็นสบาย  กลางห้องมองเห็นหมอกำลังนวดจับเส้นให้กับผู้ป่วยชายรายหนึ่ง ซึ่งนอนหงายบนเสื่อผืนย่อม มีหมอนหนุนที่หัว มีหมอนข้างหนุนขาทั้งสองให้สูงขึ้น ผมยกมือไหว้หมอและบอกวัตถุประสงค์ในการมารักษาอาการปวดไหล่ให้หมอฟัง หลังจากนั้นก็นั่งรอบนพื้นใกล้กับที่นวด
 หมอโนช  ลำพอง
      ผมถือโอกาสพูดคุยกับผู้ป่วยรายหนึ่งที่มานวดที่นี่ ชื่อเนิด  พ่อมาตย์ อยู่ที่ตำบลพุแก อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม มีอาการปวดหลังปวดเอว เคยทั้งกินยา เดินทางไปรักษาและนวดมาหลายที่ แต่ไม่ดีขึ้น หลังมาให้หมอที่นี่จับเส้นแล้วอาการดีขึ้นตามลำดับ คุณเนิด เล่าให้ผมฟังว่า
   “ หมอจะจับเส้นตรวจสอบดูว่าจะสามารถกู้คืนได้หรือเปล่าบางรายต้องใช้เวลา บางรายถ้าเคล็ดขัดยอกมา นวดดึงไม่ถึง ๕ นาที”  ผมชักทึ่ง ระหว่างนั้นมีสุภาพสตรีท่านหนึ่งมาจากกรุงเทพฯเคยมารักษาแล้วดีขึ้น คราวนี้เกิดเคล็ดที่ข้อเท้า กลับมาอีกรอบ หมอให้นั่งเก้าอี้จับนวดคลึงดึงไม่ถึง ๕ นาทีผู้หญิงคนนั้นกลับบ้านได้เลย  ผมคิดในใจ เราโชคดีจริงๆได้พบเจอหมอจับเส้นจริงๆซะที
     ส่วนค่ายกครูทราบว่าแล้วแต่กำลังศรัทธา เห็นผู้หญิงคนนั้นมอบให้หมอหนึ่งร้อยบาท ขณะนั่งรอผมสังเกตที่ข้างฝาด้านทิศตะวันออกมีภาพของพระภิกษุรูปหนึ่งที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแขวนอยู่  ผมทำท่าจะถ่ายรูปหมอก็เอ่ยขึ้นว่า
   “ ถ่ายลงไลน์ไม่ได้นะครับ” ผมชะงักแล้วก็พูดตอบไปว่า
  “  เออ..ผมขออนุญาตถ่ายเป็นที่ระลึกครับ ”  หมอเงียบไม่ตอบ
               สักพักหนึ่งหมอก็เล่าให้ผมฟังว่าว่า  ท่านชื่อพระเทพนรินทร์  ชินรังสี  ฉายา “ฉันทโก ภิกขุ อยู่วัดเทพนรินทราราม อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี เคยมานวดที่นี่ ท่านเดินธุดงค์นั่งสมาธินานเลยปวดเมื่อย  เวลามามีรถตู้ติดตามมาด้วย ๔-๕ คัน ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้น  หมอปูผ้าปูที่นอนพร้อมหมอนอย่างดีให้ ท่านบอกไม่เอา  หมอนเสื่อแบบนี้ดีแล้ว เราคนเหมือนกัน หมอถวายน้ำท่านก็รับแต่ไม่ฉัน  เวลามาที่นี่ญาติโยมจะตามมา ฟังท่านเทศน์ให้ความรู้ทุกครั้งไม่ถือตัว
      ท่านเคยชวนหมอไปอยู่ด้วยไปช่วยกันปลูกป่าถวายในหลวง ราชินี แต่หมอไม่ไป หมอ เคยขอของดีท่าน ท่านบอกว่าจะให้ แล้วบอกว่าของดีอยู่ที่ปาก ถ้าปากเราดีไม่มีใครเบียดเบียนทำร้ายเรา ถ้าปากเราไม่ดีเขาก็ทำร้ายเรา ไม่มีอะไรดีเกินปากของดีจึงอยู่ที่ปาก  
    ผมตัดบทมาถามประวัติของหมอทราบว่าท่านชื่อ หมอโนช  ลำพอง พื้นเพเป็นคนอำเภอธาตุพนม สมัยเล็กๆได้ตามคุณแม่ไปอยู่ประเทศจีนได้ร่ำเรียนวิชานวดเขี่ยเส้นเอ็นจากหมอจีน  หลังจากตามแม่กลับประเทศไทย ช่วงหลังแม่เกิดป่วยเป็นอัมพาต หมอจีนก็ได้มาเยี่ยมและรักษาจนแม่แม่หายป่วย หมอโนช ก็ได้เพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์จากหมอจีนเพิ่มขึ้น  ช่วงหลังมีคนรู้กิตติศัพท์ ในการนวดเขี่ยเส้นเอ็นรักษาอาการต่างๆของหมอโนช จากปากต่อปากทำให้ผู้คนที่ทราบข่าวต่างหลั่งไหลมารักษาแทบทุกวัน ส่วนค่าใช้จ่ายก็ตามกำลังศรัทธาของผู้ป่วย
    มีหลายรายโทรให้ไปนวดรักษาตามที่ต่างๆแต่หมอจะไม่ไป ผู้ป่วยต้องมารักษาที่บ้านของหมอเพราะหมอไม่ชอบการเดินทาง ไม่ชอบนั่งรถ เนื่องจากในอดีตหมอเคยขับรถจนเกิดอุบัติเหตุทำให้สูญเสียลูกสาวอันเป็นสุดที่รักไป จึงเกิดปมแผลในใจตลอดมา
     และแล้วก็ถึงคิวที่ผมจะนวดหมอบอกไม่ต้องถอดเสื้อให้นอนหงายผมรีบบอกหมอว่ามีอาการเจ็บที่ไหล่ขวาด้านหลัง  หมอคว้ามือขวาของผมมาจับไว้ แล้วนวด กด เขี่ยที่บริเวณไหล่ขวา  เจ้าพระคุณท่านผู้อ่านครับสุดบรรยายถึงความเจ็บปวด  เพราะมือหมอหนักมาก ผมกัดฟันหลับตา ได้ยินเสียงหมอบอกว่าเจ็บจะทนไหวไหมนี่ หมอยังบอกอีกว่าผมนอนตะแคงแล้วเอาหัวทับแขนมากไป เส้นมันขี่กันหรือเบียดกัน หมอนวดคลึง กด เขี่ยบริเวณหัวไหล่ประมาณ ๑๐ นาที เจ็บมากๆสุดจะทน แต่ต้องทน
     จากนั้นหมอบอกนอนตะแคง แล้วนวดบริเวณไหล่ขวาอีก โอ้ย..เจ็บจริงๆทั้งกดทั้งเขี่ย กดปล่อย เขี่ยปล่อยประมาณ๗-๘ นาที แล้วหมอบอกให้นอนคว่ำ นวดบริเวณไหล่ด้านหลังซึ่งเป็นจุดที่ผมปวด หมอทำเหมือนเดิม  กด เขี่ย ปล่อย ผมเจ็บอยากจะร้อง พอจะร้องหมอก็ปล่อยมือ หมอนวดอยู่ประมาณ๗-๘ นาทีแล้วหมอก็พูดให้ผมชื่นใจว่า   “เสร็จแล้ว”  สวรรค์โปรดผมคิดในใจหลังจากนั้นหมอบอกให้ลองยกแขนขึ้นยกแขนลงลองดู เป็นการทดสอบ
     คิวต่อจากผมมีผู้ป่วยชายอีกรายข้อเท้าเคล็ดเดินแล้วเจ็บ หมอให้นอนเหยียดขา แล้วนวดๆดึงๆเขี่ยๆประมาณ ๕ นาที หมอบอกเรียบร้อยแล้วกลับได้ฮ่าๆๆ 
    วันนั้นกลับมาที่พักผลปรากฏว่าบริเวณไหล่ด้านหลังที่เคยปวดไม่ปวดแล้วแต่จะปวดระบมกับบริเวณหัวไหล่ที่หมอกดเขี่ยจุดใหม่แทน ผมต้องใช้น้ำมันนวด ขอบคุณสวรรค์ที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสมือหมอ หมอจับเส้นมือหนึ่งของนครพนม ที่ทำให้ผมได้ลิ้มรสการนวด กด เขี่ยเส้นขนานแท้ เจ็บเจียนตาย แต่หาย ฮ่าๆๆๆ
      ใครอยากทดสอบ รักษาอาการเส้นเอ็นเหมือนผม ติดต่อนัดหมายหมอได้ที่  ๐๘-๔๙๖๑-๕๘๗๗ ขอให้ทุกท่านโชคดีหายป่วยครับ
          วันต่อมาผมได้ตรวจสอบข้อมูลจากเพื่อนที่จังหวัดอุดรธานีเรื่องวัดเทพนรินทรารามและภิกษุในรูปที่เห็นที่บ้านหมอ ก็ทราบว่าวัดเทพนรินทราราม  ตั้งอยู่ที่ ๑๑๙ หมู่ ๑๒ ต.วังสามหมอ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานีสร้างขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๓  เดิมชื่อวัดคำไม้ยุง เพราะบริเวณนี้มีตันไม้พยุงอยู่เป็นจำนวนมาก  ก่อนสร้างวัดนี้เกิดจากนิมิตในสมาธิของพระอาจารย์เทพนรินทร์ ชินรังสี เจ้าอาวาสวัดปัจจุบัน ท่านศึกษาธรรมะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ออกธุดงค์ที่อำเภอเซกา  จังหวัดบึงกาฬ ได้นิมิตเห็นภาพสถานที่ของวัดที่มีแต่เทพ เทวดา อยู่เต็มไปหมดถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จึงเลือกเป็นที่สร้างวัดโดยได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านในหมู่บ้านสมนรินทร์   ต่อมาได้รับพระราชทานพระพุทธชินราชจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อประดิษฐานไว้เป็นพระประธานในวัดเทพนรินทราราม
          นี่เป็นประวัติย่อๆนะครับจริงๆแล้ววัดนี้มีอะไรๆที่น่าสนใจให้ศึกษาอีกมากมาย ใครมีโอกาสผ่านมาทางนี้ก็แวะปฏิบัติธรรมที่วัดนี้รับรองท่านจะไขปริศนาได้ความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมอย่างที่ท่านอาจจะคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน
                                                ------------------------------------- 
 

blog comments powered by Disqus