สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็งเพื่อนคุณหรือเปล่า
                              มะเร็งเพื่อนคุณหรือเปล่า
                                                        จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
               ผมรอนแรมไปตามจังหวัดต่างๆจนมาถึงจังหวัดมุกดาหารซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนที่มีแม่น้ำโขงขวางกั้นกับประเทศเพื่อนบ้านคือประเทศลาว มาพักที่นี่ก็ได้รับข่าวคราวการสูญเสียชีวิตของผู้คนด้วยโรคมะเร็งอย่างน่าใจหาย เพราะผู้คนแถบนี้มีวัฒนธรรมด้านอาหารการกินคือก้อยดิบหรือ “ซกเล็ก” ก็เรียก     ยิ่งแถบนี้มีชาวเวียตนามอาศัยอยู่ก็มีอาหารจานเด็ดเหมือนกันเรีอก  “เลือดแปลง”  เฉพาะเครื่องในที่หั่นมาสุกแต่เลือดที่ใส่มาจับตัวกันผลึกสีแดงแจ๊ด ต่างกับภาคเหนือก็มีเหมือนกันเรียก  “ลู่” จำติดตาเห็นชื่อแปลกๆลองสั่งมากิน ที่ไหนได้ลาบเลือดธรรมดานี่แดง ฮ่าๆๆ
             อาหารสุกๆดิบๆเหล่านี้แหละครับที่ไปสะสมในร่างกายจนเป็นบ่อเกิดแห่งมะเร็งร้ายตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ว่ามันยังไม่ออกมาอาละวาดแผลงฤทธิ์เท่านั้นเอง มะเร็งมันแฝงอยู่ในร่างกายคนเราจนเป็นเพื่อนสนิทไปไหนมันไปด้วย เพราะทุกคนมีเซลล์มะเร็งอยู่แล้ว เซลล์พวกนี้แรกๆจำนวนน้อยเครื่องมือทางการแพทย์ไม่สามารถตรวจหามันเจอ จนกว่าจะมีปริมาณเซลล์เป็น ๒-๓ ร้อยล้านเซลล์
          หากไปพบหมอแล้วหมอบอกว่าคุณไม่มีเซลล์มะเร็งในร่างกายหลังจากการตรวจ อย่าได้วางใจนั่นหมายความว่าเครื่องมือทางการแพทย์ม่สามารถตรวจพบเซลล์มะเร็งได้เนื่องจากขนาดของเซลล์มะเร็งยังไม่มากพอ หรือขนาดยังไม่ใหญ่พอให้เครื่องมือแพทย์ตรวจเจอ
         ถ้าจะว่าไปแล้วเซลล์มะเร็งเกิดขึ้นมากถึง ๖-๑๐ ครั้งในหนึ่งช่วงชีวิตของคนเรา  เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเซลล์มะเร็งก็จะถูกทำลายเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งขยายตัวและสร้างก้อนเนื้อร้ายขึ้นมา แต่เมื่อคนไข้ถูกบ่งชี้ว่าเป็นมะเร็งแสดงให้เห็นว่ามีการขาดสารอาหารบางชนิด หรือโภชนาการไม่ดีซึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม อาหารหรือปัจจัยอื่นในการดำรงชีวิต
        การเอาชนะเซลล์มะเร็งสามารถทำได้โดยการสร้างความแข็งแกร่งให้เซลล์เม็ดเลือดขาวหรือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้พร้อมที่จะต่อกรกับเจ้ามะเร็งร้าย ถ้าเมื่อไหร่ภูมิต้านทานเราอ่อนแอมันเอาเราแน่อย่าเผลอ ฮ่าๆๆ     การให้คีโมหรือสารเคมีบางชนิด ทำให้เซลล์มะเร็งถูกทำลายอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็ทำลายเซลล์ที่ดีของร่างกายไปด้วยอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำลายระบบของอวัยวะสำคัญไปด้วย เช่น ตับ ไต หัวใจ หรือปอด
       ส่วนการฉายรังสี ก็จะทำลายเซลล์มะเร็งและทำให้เนื้อบางส่วนไหม้เป็นแผลเป็นและทำลายเซลล์เนื้อเยื่อที่ดีไปด้วยเช่นกัน โดยทั่วไปแล้วการให้คีโมหรือการฉายรังสี อาจจะทำให้ขนาดของก้อนเซลล์มะเร็งลดลงแต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้มีผลทำลายก้อนเนื้อไปมากกว่านั้น เมื่อร่างกายต้องรับสารพิษจำนวนมากจากการให้คีโมหรือการฉายแสง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะถูกทำลายด้วย ดังนั้นร่างกายก็ง่ายต่อการติดเชื้อ หรือพ่ายแพ้ต่อเซลล์มะเร็ง  การให้คีโมหรือการฉายแสงอาจเป็นสาเหตุให้เซลล์มะเร็งมีการกลายพันธุ์หรือดื้อยาทำให้ยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจสามารถทำให้เซลล์มะเร็งกระจายไปยังส่วนอื่นๆได้
     วิธีที่มีประสิทธิภาพที่จะต่อสู้กับเซลล์มะเร็งคือ หยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยการหยุดให้อาหารที่เซลล์มะเร็งจำเป็นต้องนำไปใช้ พูดง่ายๆให้มันอดอาหารที่มันชอบ แล้วมันก็ผอมโซไม่มีแรงต่อกรกับเราฮ่าๆๆ
                                           ----------------------------------------------------------
หมายเหตุ    เย็นวันนี้ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๗ พระคุณเจ้าอาจารย์ปัญญา พระนักธุดงค์จากจังหวัดร้อยเอ็ดที่ผมเคารพศรัทธาได้เดินทางมาพักที่ อ.ปากคาด จังหวัดบึงกาฬ บอกว่าได้ไปพบแม่หมอแล้วพาไปหาสมุนไพรแก้มะเร็งระยะสาม ทำให้ผมสนใจอยากไปกราบนมัสการพระคุณท่านเพื่อดูตัวยาให้เห็นกับตาจะได้นำมาเผยแพร่ช่วยเหลือผู้ป่วย
      พระคุณเจ้ามีกำหนดเดินทางธุดงค์เข้าเขตภูเขาฝั่งลาวด้วยซึ่งท่านบอกยังมีสิ่งมหัศจรรย์ในบ้านเราอีกเยอะโดยเฉพาะ “ภูถ้าพระ” ถ้ำบาดาลพญานาคที่พระอาจารย์ของพระปัญญาไปพบมา นี่ถ้าไม่ติดต้องดูแลคุณพ่อพรุ่งนี้ผมคงได้กราบท่านถึงแดนธุดงค์แล้วก็ได้ฮ่าๆๆๆ (พระอาจารย์ปัญญา ๐๘-๗๔๔๗-๐๑๑๔ )
    

blog comments powered by Disqus