สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

สร้างพลังจิต "พิชิตมะเร็ง"

                    สร้างพลังจิต “พิชิตมะเร็ง”    
                 

                                                                     จำรัส เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง

                  แรงบันดาลใจที่ผมเขียนเรื่องมะเร็งเนื่องจากทุกวันนี้คนที่ผมรู้จักรอบตัวมักหล่นหายไปจากการเข่นฆ่าของเจ้ามะเร็งปีศาจร้าย เมื่อรู้ข่าวส่วนใหญ่อยู่ในโรงพยาบาลเกินกว่าที่จะช่วยเหลือออกจากอ้อมอกหมอปัจจุบันได้ มันเป็นเวลาแห่งความเป็นความตาย ทั้งผู้ป่วยและญาติเหมือนคนหลงทิศจะไปทางไหนดี เสียเงินเสียทองเท่าไหร่ไม่ว่า นอนรอความหวังจากหมอผู้เชี่ยวชาญจากวันเป็นเดือนเป็นปี ยามหมอให้กลับบ้านพักฟื้นก็ดีใจแต่ดีใจไม่นานก็ต้องกลับไปนอนดูสายยางที่หยดน้ำยาลงมาทีละเม็ดถุงแล้วถุงเล่า เหมือนเทียนที่กำลังริบหรี่
               ญาติๆมาเยี่ยมก็เหมือนนำเชื้อร้ายมาฝากเพิ่มเติมเพราะภูมิคุ้มกันผู้ป่วยแทบจะไม่มีอาการโรคติดเชื้อจะเกิดตอนนี้ ทำไงได้ประเพณีไทย ยามเจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องมาดูแลกัน ยิ่งน่าสงสารบางรายนอนเฝ้าลูกที่ป่วยอยู่ในห้องปลอดเชื้อ ตัวเองทั้งนั่ง-เดิน-หมดแรงก็นอนอยู่ริมระเบียงตึกให้เจ้ายุงร้ายมาไต่ตอม ต้องยอมทนเพราะเป็นห่วงชีวิตลูก
               เห็นมาหลากหลายกับความทุกข์ทรมาน บางรายกลับมาบ้านนอนรอความตายไปวันๆก็มี เรามาให้กำลังใจผู้ป่วยมะเร็งด้วยการป้อนข้อมูลว่าต้องหายๆเข้าไปในโปรแกรมเยอะๆเพราะโรคมะเร็งที่หายได้ด้วยใจสู้ หากเรารักตัวเองจิตใจของเราจะกำหนดพฤติกรรมทุกอย่าง ทั้งการใช้ชีวิตและการกินอยู่ซึ่งเอื้อให้สุขภาพแข็งแรงได้ด้วยจิตใต้สำนึกของตัวเองที่เรียกกันว่า “จิตสั่งกาย”
              นักจิตวิทยาแบ่งจิตใจของมนุษย์ออกเป็นจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก
จิตสำนึกคือการกระทำที่รู้ตัวตลอดสามารถสั่งได้ คิดได้ ตัดสินใจได้ และสั่งให้สมองทำงานไปตามความต้องการของตัวเองได้ เช่นจิตอยากไปเที่ยววัดพระแก้ว ก็สั่งร่างกายให้ขับรถไปเที่ยววัดพระแก้ว จิตอยากกินก๋วยเตี๋ยว จิตก็สั่งกายให้เดินทางไปกินก๋วยเตี๋ยวตามที่จิต้องการ บางคนบอกสั่งได้เหมือนเมียเลยฮ่าๆๆ ในชีวิตประจำวันเราใช้พลังจิตสำนึกเพียง ๗ % เท่านั้น ในการรับรู้สิ่งต่างๆเช่นร้อน หนาว เย็น โกรธ โมโห รัก เศร้า ดีใจ ตกใจ
              ส่วน
จิตใต้สำนึกคือพลัง ๙๓ % เปรียบเสมือนยักษ์หลับที่ไม่มีอำนาจใดๆทั้งสิ้นแต่ถ้าหากมันถูกปลุกให้ตื่นขึ้น อำนาจมหาศาลไร้ขอบเขตของมันจะสามารถดลบันดาลสิ่งต่างๆที่เราต้องการได้ กลไกของจิตใจมนุษย์มีคำสั่งอยู่ ๒ อย่างคือสั่งให้มีชีวิต และสั่งให้ตาย ปกติแล้วเซลล์มะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้เองในกระแสเลือด คนที่ยังไม่เป็นมะเร็งนั้นเป็นเพราะเซลล์เม็ดเลือดขาวยังทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสามารถจัดการสิ่งแปลกปลอมทิ้งได้ในทันที แต่เมื่อใดที่ปล่อยใจให้ตัวเองจมอยู่กับความเศร้า ความเก็บกด ความเครียด ร่างกายก็จะรับสัญญาณแห่งความตายจากจิตใจ ทำให้ภูมิต้านทานลดลงและก่อให้เกิดมะเร็งได้
              ทางแก้ปัญหาคือผู้ป่วยมะเร็งต้องเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิต้านทานภายในร่างกายของตัวเองให้ได้ ต้องทำให้จิตสำนึกและจิตใต้สำนึกมีเป้าหมายเดียวกันให้ได้ โดยจัดการกับวิธีคิด อย่าจมอยู่กับความเศร้า ความเครียด อย่าทำตัวเองให้เหงา ออกไปสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างบ้างทำให้เราได้แบ่งเบาความทุกข์ และรับทัศนะที่ดีๆจากผู้อื่นเข้ามาทำให้จิตใจเราสบายขึ้นพยายามมองโลกในแง่ดีสร้างกำลังใจขึ้นมาใหม่ แล้วจิตจะมีกำลังมากจนสามารถนำ
“พลังจิต” นั้นมาปลุกภูมิต้านทานและสัญญาณแห่งความอยู่รอดขึ้นมาต่อสู้กับโรคมะเร็งได้อย่างน่าอัศจรรย์
             ที่เป็นเช่นนี้เพราะเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆในร่างกายล้วนถูกควบคุมโดยฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อ ซึ่งถูกควบคุมโดยต่อมใต้สมองอีกทอดหนึ่ง ซึ่งต่อมใต้สมองก็จะถูกควบคุมโดยสมองส่วนไฮโปทาลามัส ที่สามารถสั่งให้เซลล์เม็ดเลือดขาวแข็งแรงขึ้นได้ เมื่อภูมิต้านทานกระเตื้องขึ้นเซลล์มะเร็งก็จะค่อยๆถูกกำจัดออกไป หากมีความมั่นใจ มีใจสู้ ก็จะสามารรถเอาชนะมะเร็งโรคร้ายได้ไม่ยากเลย
             จะเห็นว่าเกจิอาจารย์ดังๆมักใช้วิธีนั่งสมาธิใช้พลังจิตมาบำบัดโรคร้ายภายในร่างกายมาเนินนานแล้วแต่คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจจึงไม่สามารถก้าวข้ามในสิ่งที่ตัวเองยังไม่รู้อย่างน่าเสียดาย
                                           ----------------------------------------------------

blog comments powered by Disqus