สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ยืนขาเดียว"ป้องกันอัลไซเมอร์"
                                 ยืนขาเดียว
                       
“ป้องกันอัลไซเมอร์”
                                                           จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
        ตามศาสตร์แพทย์แผนจีนกล่าวว่า การบริหารร่างกาย “ยืนขาเดียว” แบบนกกระเรียน จะสามารถปรับความสมดุลในร่างกายได้สุดยอด ถ้าเราสังเกตจะเห็นนกกระเรียนหลับตายืนได้เป็นเวลานานๆ ได้อย่างสบาย แต่สำหรับคนเรา ถ้ายืนขาเดียวแบบนกกระเรียน ไม่หลับตาจะยืนได้นาน ถ้าหลับตาเมื่อไหร่ จะล้มทันที มีหลายคนไม่เชื่อแต่เมื่อลองทดสอบดูแล้วจะทึ่ง ถึงกฎเกนฑ์นี้
     คุณจะยืนขาเดียว ข้างไหนก็ได้ จะเป็นขาซ้ายหรือจะขาด้านขวา จะรู้สึกถึงความแตกต่างที่ไม่เหมือนกัน
แต่หากคุณยืนได้ไม่ถึง ๑๐ นาที แสดงว่าประสาทควบคุมของคุณถดถอยไปถึงอายุ ๖๐-๗๐ ปีแล้ว ฮ่าๆๆ
ผมเคยทดสอบกับพี่สาวผมหลังคุยให้ฟัง
 “ ทำได้ๆ สบายมาก”  ตอบอย่างมั่นใจ
  “ เอ้าลองยกขาข้างใดข้างหนึ่งขึ้นตามแต่ถนัด”  ผมบอก
    พี่สาวผมกระหยิ่มยิ้มย่อง ยืนได้สบายขณะลืมตา พอผมบอกหลับตาไม่ถึง ๑ นาที ร่างอันอ้วนถ้วนสมบูรณ์ เริ่มเซถลา จนผมแทบกระโดดคว้าเกือบไม่ทัน ฮ่าๆๆ
      การฝึกยืนขาเดียว ฝึกบ่อยๆจะฟื้นฟูความสมดุล  หากทำให้ได้วันละ ๑  นาที จะมีประโยชน์ต่อการรักษาระดับความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด  โรคที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลังและจะห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ 
      เมื่อร่างกายคนเราเกิดการเจ็บป่วย ทางแพทย์จีนถือว่าอวัยวะภายในร่างกายมีสภาพการทำงานที่ไม่สัมพันธ์กัน ร่างกายจะเกิดสภาพไม่สมดุล ฉะนั้นการยืนขาเดียว จะทำการปรับสภาพส่วนต่างๆให้เกิด ความสัมพันธ์กันเป็นหนึ่งเดียว
     ในตำราที่สืบทอดันมาบอกว่าที่เท้ามีเส้นประสาทที่สำคัญวิ่งผ่านถึง  ๖  เส้น การยืนขาเดียวทำให้เส้นประสาทที่อ่อนแอเกิดอาการปวดเมื่อย ถือเป็นการฝึกฝนไปในตัว และพลอยทำให้อวัยวะที่เกี่ยวเนื่องกับเส้นประสาทเหล่านั้นได้รับการปรับแต่งช่วยกันฟื้นฟู
           การยืนด้วยขาข้างเดียว ทำให้มีสมาธิ จะชักนำให้ลมปราณและเลือดในร่างกายวิ่งลงสู่ฝ่าเท้า ทำให้เกิดผลดีต่อการรักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลัง และยังสามารถปรับปรุงอาการสมองฝ่อ ป้องกันโรคที่เกี่ยวกับสมองได้อีกด้วย ที่สำคัญจะเพิ่มพูนระบบอิมมูนของร่างกายอย่างรวดเร็ว ใครที่เป็นโรคเท้าเย็น ได้ผลทันตาเห็น
          เขียนถึงระบบอิมมูนหลายคนอาจจะสงสัย คือนับตั้งแต่เกิดจนสิ้นชีวิต มนุษย์เราต้องได้รับสิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งที่ไม่มีในร่างกายของตนอยู่ตลอดเวลา สิ่งแปลกปลอมดังกล่าวอาจเป็นสิ่งที่มีชีวิต เช่น จุลชีพ (Microorganism) หรือสิ่งที่ไม่มีชีวิต เช่น สารเคมี เป็นต้น การเข้าสู่ร่างกายของสิ่งเหล่านี้ อาจเป็นอันตรายแก่ร่างกาย เพื่อที่จะให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ ธรรมชาติจึงได้กำหนดให้ร่างกายมีความสามารถที่จะกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่ร่างกาย ความสามารถดังกล่าวเรียกว่า ภูมิต้านทานหรือภูมิคุ้มกัน (immunity) ภูมิต้านทานของร่างกายมี ๒ แบบ คือ ภูมิต้านทานแบบไม่จำเพาะ (nonspecific immunity) ซึ่งร่างกายมีอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ใช้สำหรับกำจัดสิ่งแปลกปลอมทุกชนิด อีกแบบหนึ่งเป็นภูมิต้านทานแบบจำเพาะ (specific immunity) ซึ่งใช้กำจัดสิ่งแปลกปลอมที่มีสมบัติเป็นแอนติเจน (antigen) ภูมิต้านทานแบบหลังนี้ จะเกิดขึ้นภายหลังที่แอนติเจนเข้าสู่ร่างกายแล้ว และจะใช้กำจัดได้แต่เฉพาะแอนติเจนนั้นเท่านั้น ระบบที่สร้างภูมิต้านทานเรียกว่า ระบบอิมมูน (immune system)
        การบริหารร่างกายขาเดียว ไม่กำหนดอายุช่วงไหนก็ทำได้ ยิ่งเป็นหนุ่มสาวยิ่งดี แต่พอมีอายุอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย กว่าลมปราณเลือดลมจะหมุนเวียนดี ก็ลองฝึกดู โรคภัยไข้เจ็บจะได้เหินห่าง แต่ที่แน่ๆโรคอัลไซเมอร์จะหายไป ความจำจะดีขึ้น ที่นี้แหละ เรื่องความหลังหลายสิบปีที่ไม่พอใจกันอาจจะถูกขุดขุ้ยขึ้นมา พูดต่อว่าต่อขานกันไม่จบสิ้น  ถ้าเป็นเช่นนั้น  ตัวใครก็ตัวมันละครับ ฮ่าๆๆ
        การฝึกยืนขาเดียว ควรฝึกจากง่ายไปหายาก เช่น ลองทำพร้อมกับยึดเสา เกาะฝาบ้าน เกาต้นไม้ไปด้วย ทำโดยใช้เวลาน้อยๆก่อน แต่อาจทำหลายๆครั้ง ทำแบบลืมตาในช่วงแรก เมื่อชำนาญขึ้น จึงลองทำแบบหลับตา การยืนขาเดียว จะยืนด้วยขาข้างไหนก็ได้แล้วแต่ถนัด หรือจะสลับกัน แต่ต้องเป็นขาเดียว ขาอีกข้างจะยกไปข้างหน้าหรือพับไปข้างหลังก็ได้คล้ายๆนกกระเรียน  จะยกเพียงเล็กน้อยหรือยกสูงเลยก็ได้ ตามใจชอบ ฝึกบ่อยๆจะช่วยฟื้นฟูความสมดุลของร่างกาย
                           ----------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
  

blog comments powered by Disqus