สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

โรคสะอึก
                                                      โรคสะอึก
                                                              จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
               การสะอึกเป็นอาการที่เกิดขึ้นแล้วน่ารำคาญมาก ผมเคยเป็นมาแล้ว โดยเฉพาะอาชีพผู้ประกาศข่าวถือเป็นอุปสรรค์อย่างแรง เช่นช่วงหนึ่งขณะที่ผมกำลังประกาศขานชื่อสถานีวิทยุ อาการสะอึกมันมาแบบไม่บอกกล่าว ผลออกมาจึงเป็นดังนี้
         ....ที่นี่สถานีวิทยุ (สะอึก) กระจายเสียงแห่ง.(สะอึก) ประเทศไทย (สะอึก) ขณะนี้ (สะอึก) เว (สะอึกถี่ขึ้น) ลา เจ็ดนาฬิ (สะอึก)..กา    โอ๊ย มันน่ารำคาญที่สุดมันทำให้เราหงุดหงิด ต้องออกมาจากห้องส่ง กระโดด วิ่ง เต้นแร้งเต้นกา ยืดเส้นยืดสาย เผื่อจะหาย ความรู้สึกขณะนั้นเหมือนระบบลมหายใจเรามันเดินไม่สะดวก ลองเอามือปิดจมูกกลั้นหายใจ สูดลมหายใจลึกๆแล้วหายใจออกแรงๆดื่มน้ำจนพุงกาง ทำสารพัดวิธีจนเหนื่อยล้าอาการสะอึกก็ยังเป็นเหมือนเดิม  สะอึกนานจนกระทั่งมันหายไปเอง
          และอีกครั้งหนึ่งไปจัดรายการวิทยุกับเพื่อน อยู่ๆเพื่อนเกิดสะอึกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ต้องนั่งรอ
รอนานจนไม่ไหวเพื่อนก็จัดรายการไปด้วยสะอึกไปด้วย ฮ่าๆๆ  เชื่อว่าหลายๆ ท่าน คงจะมีประสบการณ์การ "สะอึก" กันมาบ้างแล้ว และทราบกันดีว่า การจะทำให้หยุดสะอึกอย่างจงใจนั้นไม่สามารถทำได้
          นพ.นรินทร์ อจละนันท์ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี บอกว่า อาการสะอึกเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อกะบังลมที่อยู่ตรงรอยต่อระหว่างช่องปอดและช่องท้องที่เกิดขึ้นเองได้โดยไม่ทราบสาเหตุที่ แน่ชัด แต่คาดว่าเกิดจากมีสิ่งมากระตุ้นเส้น ประสาท ๒ ตัว คือ Vagus nerve และ Phrenic nerve ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมระบบประสาทต่อกับระบบทางเดินอา หารส่วนต้น โดยเสียงสะอึกที่เกิดขึ้น มาจากการหายใจออก ขณะที่กะบังลมเกิดการกระตุกทันทีทัน ใด ทำให้เกิดเสียงดังของการสะอึกขึ้น
      สำหรับ ลักษณะอาการแบ่งออกเป็น ๔ กลุ่ม คือแรกอาการสะอึกช่วงสั้นๆ อาจเพียง ๒-๓ นาที  กลุ่มที่สอง การสะอึกหลายๆ วันติดกัน  กลุ่มที่สามจะ สะอึกติดๆ กันหลายสัปดาห์ และกลุ่มสุดท้ายจะมีอาการสะอึกตลอดเวลา โดยที่การสะอึกกลุ่มแรกเป็นการสะอึกช่วงสั้นๆ ที่ไม่มีอันตรายใดๆ แต่การสะอึกติดต่อกันหลายๆ วัน เป็นอาการที่ไม่ธรรมดา เนื่องจากมีสาเหตุมาจากโรคอื่นๆ เช่น ความผิดปกติทางสมอง การเป็นอัมพาต การเป็นโรคทางเดินอาหาร การอักเสบในช่องท้องบริเวณกะบังลม โรคหลอดเลือดสมองตีบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ พิษสุราเรื้อรัง รวมถึงอาการทางภาวะจิตใจ และผลกระทบจากการใช้ยาบางชนิด กลุ่มแรกพอเยี่ยวยาเองได้แต่กลุ่มอื่นต้องไปพบแพทย์นะครับ
    คนส่วนใหญ่มักจะสะอึกหลังจากการรับประทานอาหารมากเกินไปหรือเร็วเกินไป หรือรับประทานอาหารที่ทำให้มีก๊าซมาก บางคนอาจเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่มากเกินไป บางคนที่มีความตึงเครียดมากเกินไป ก็อาจเป็นสาเหตุของการสะอึกได้
    ผมจำได้เมื่อเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๖ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเคยลงข่าวหนุ่มวัย ๓๖ ปี จากตำบลนาป่า อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เครียดป่วยด้วยโรคสะอึกมานานกว่า ๓ เดือนรักษาไม่หาย ผูกคอดับ ลาโลก
       สำหรับแนวทางการรักษาการสะอึกเบื้องต้นถ้าอาการสะอึกแบบสั้นๆ ให้กระตุ้นผิวด้านหลังของลำคอ แถวๆ บริเวณที่เปิดปิดหลอดลม โดยการดึงลิ้นแรงๆ หรือใช้ด้ามช้อนเขี่ยที่ปิดเปิดหลอดลมแบบนี้เสี่ยงหน่อย บางคนใช้วิธีกลั้วน้ำในลำคอ  จิบน้ำเย็นจัด หรือกลืนน้ำตาลทราย  ๑-๒ ช้อนโต๊ะ โดยไม่ต้องใช้น้ำ หรือ กลืนก้อนข้าว ก้อนขนมปัง ก้อนน้ำแข็งเล็กๆก็ใช้ได้
     บางตำราดื่มน้ำจากขอบแก้วที่อยู่ด้านนอกหรือด้านไกลจากริม ฝีปาก แบบนี้ก็มีเหมือนกันแปลกดี มีคน
จิบน้ำส้มสายชูที่เปรี้ยวจัด หรือดมสารที่มีกลิ่นฉุน เช่น แอมโมเนีย ก็หายสะอึกได้ แม้กระทั่งการฝังเข็ม การสวดมนต์ทำสมาธิ ก็มีคนปฏิบัติตามหายสะอึกได้เช่นกัน
    อีกวิธีใช้กลั้นหายใจเอาไว้โดยการนับ  ๑-๑๐ แล้วหายใจออก จากนั้นดื่มน้ำตามทันที ก็แล้วแต่จะเลือกใช้ บางคนก็ใช้ได้ผลบางรายก็ไม่ได้ผล สูตรใครสูตรมัน  มีคนเล่าให้ฟังว่าหายใจในถุงกระดาษก็แก้อาการสะอึกได้ หรือจะกลืนน้ำแข็งบดละเอียด ข้อสำคัญถึงเวลาสะอึกจะหาน้ำแข็งบดทันหรือเปล่า ฮ่าๆๆ           
     นี่ก็อีกวิธีหนึ่งคือการ เคี้ยวขนมปังแห้ง   แม้กระทั่งใช้มะนาวเพียงบีบมะนาวให้ได้สัก ๑ ช้อนชา แล้วจิบก็แก้สะอึกได้   มีคนแนะนำ จิบน้ำจากแก้วเร็วๆ หลายๆ อึก ติดๆ กัน และใช้นิ้วมืออุดหูประมาณ ๒๐-๓๐ วินาที   อุดหูไปด้วย แล้วดูดน้ำจากหลอดไปด้วย   แหงนหน้า กลั้นหายใจ นับ ๑-๑๐ จากนั้นหายใจออกทันที แล้วดื่มน้ำหนึ่งแก้ว  ใช้นิ้วโป้ง และนิ้วชี้จับลิ้นเอาไว้แล้วดึงออกมาข้างหน้าแรงๆ เพื่อช่วยเปิดหลอดลมที่ปิดอยู่ สารพัดวิธีระวังลิ้นหลุดออมานะครับ ฮ่าๆๆ
     คนจีนเคยแนะนำผมให้ใช้วิธี กดจุด โดยออกแรงบีบเนินใต้นิ้วโป้งของมืออีกข้างหนึ่ง หรือกดบริเวณร่องเหนือริมฝีปาก  นวดเพดานปาก    หรือทำให้ตกใจ เช่น ตบหลังแรงๆ โดยไม่ให้รู้ตัวก่อน  จะใช้วิธีเขี่ยภายในรูจมูกให้จามก็ได้  ถ้าเป็นเด็กอ่อนควรอุ้มพาดบ่าใช้มือลูบหลังเบา ๆ ให้เรอ
    เขียนเรื่องสะอึกผมได้รับจดหมายจากคุณสายทอง  พิศเศษ จากตำบลตลาดไทร อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ได้เขียนจดหมายมาแนะนำผมว่าถ้าใครมีอาการสะอึก ให้เอาลูกมะกรูดมา ๓ ลูกแล้วนำมาผ่าครึ่ง แล้วบีบกรองเอาแต่น้ำ ผสมกับน้ำตาลทรายแดง ๑ ช้อนโต๊ะแล้วคนให้ละลายเข้ากันดี จากนั้นยกดื่มรวดเดียวให้หมด คุณสายทองบอกพอน้ำยาตกถึงท้อง อาการสะอึกหายปานปลิดทิ้ง ได้ผลดีจริงๆ
    นอกจากนั้นคุณสายทอง ยังแนะนำประสบการณ์ที่ตัวเองเคยมีอาการจุกเสียดแน่นท้อง ตั้งแต่อายุ ๗ ปี จนกระทั่งอายุ ๕๐ ปี แต่ก่อนในบ้านมองไปทางไหนจะเห็นแต่ขวดยาธาตุน้ำขาวและยาหอมปราบลมเต็มไปหมด ปัจจุบันหายมา ๘ ปีแล้วด้วยสมุนไพรไทยจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน ตัวยามีกะเพราแดง เปลือกสะเดา เปลือกแคบ้าน เปลือกลูกทับทิม น้ำปูนไส
   สมุนไพรทุกอย่างอัตราส่วนอย่างละ ๑  กำมือ นำใส่หม้อ เติมน้ำปูนใส  ๓ ขัน ต้มให้เหลือ ๑ ขัน ดื่มเช้า-เย็น ก่อนอาหาร ดื่มเพียง ๒ หม้อ รับรองอาการจุกเสียดแน่นท้องหายแน่นอน
  จริงๆแล้วบ้านเรามีสมุนไพรใกล้ตัวสามารถนำใช้ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงมากมาย แต่ข้อมูลความรู้เหล่านี้ยังไม่ได้แพร่หลาย ส่วนใหญ่ยังเป็นองค์ความรู้อยู่กับหมอพื้นบ้านและประสบการณ์ผู้ใช้ได้ผลดีเพียงไม่กี่ราย อันเนื่องจากขาดการสานต่อ  ไม่มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนั้นยังมีการหวงแหนในตำรับวิชาอีกส่วนหนึ่ง ถึงเลาแล้วที่เราจะต้องช่วยกันเผยแพร่อนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยไว้ให้ลูกหลาน ได้พึ่งพาตัวเองในการดูแลสุขภาพเสียแต่เนินๆ ก่อนที่จะมีอาการหนัก เกินกว่าที่หมอจะเยียวยาอย่างไม่น่าจะเป็น
                                            -----------------------------------------------
 
 
      
      
 
  

blog comments powered by Disqus