สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็ง "เป่าคาถารักษามะเร็งเต้านม"
หมอพื้นบ้านรักษามะเร็งเต้านม
        
                     
เป่าคาถารักษามะเร็งเต้านม
                                            จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
      
ผมเดินทางรอนแรมไปพบแฟนคลับหลายจังหวัดเพื่อแนะนำการดูแลรักษาสุขภาพด้วยสมุนไพรใกล้ตัว และมีโอกาสไปบรรยายที่จังหวัดอุตรดิตถ์ หลังการบรรยายคุณพรและสามี ได้เชิญไปพักที่บ้านเพื่อสัมผัสบรรยากาศบ้านสวน ที่บ้านมหาราช ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

,
ซ้ายสุดคุณนิต ขวาสุดคุณพร  จุ้มจันทร์

      ผมตามคุณพร  จุ้มจันทร์และสามีคุณนิต ถึงบ้านมหาราช ประมาณ ๕ โมงเย็น ได้พบกับคุณพ่อเงิน  ฟองฟู และพ่อหมอชำนาญ  ฟองฟู น้องชายคุณพ่อเงิน นั่งอยู่ใต้ถุนบ้านไม่สวมเสื้อนั่งรับลมแบบสบายๆ หลังการพูดคุยกันจึงได้ทราบว่าบริเวณนี้เคยถูกดินภูเขาถล่มฝนตกหนักน้ำท่วมหลากบ้านเรือนละแวกนี้เสียหายชาวบ้านล้มตายหลายชีวิต คุณพร- สามีพร้อมญาติๆต้องอพยพหนีตายไปอยู่บนที่สูงท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาทั้งวันทั้งคืนต้นไม่ตันซุงไหลมากระแทกเสาบ้านพังไปหลายต้น ขณะที่เพื่อนบ้านใกล้เคียงบ้านเรือนพังเสียหายยับเยินเนื่องจากบ้านพักอยู่ใกล้ลำธาร

    
ขณะที่คุณพร  จุ้มจันทร์และคุณนิต สามีกำลังสาละวนกับการเตรียมอาหารการกินมื้อเย็น หมอชำนาญ ฟองฟู อายุ ๗๐ ปี ( ๒๕๕๕) ได้ชวนผมไปดูภูมิประเทศรอบๆบ้านพร้อมแนะนำสมุนไพรพื้นบ้าน เดินไปคุยไปท่านบอกว่าท่านได้ศึกษาวิชาเป่าคาถารักษาโรคมะเร็งเต้านม จากหมอฮ้อนผู้เป็นพ่อ
 
    

แนวทางการรักษา เริ่มแรกเอาน้ำใส่ขันประมาณครึ่งขัน แล้วเอาข้าวสารข้าวเจ้ามาประมาณหยิบมือ ใส่ขันแช่พร้อมอธิษฐานจิตตั้งนะโม  ๓  จบ แล้วเป่าคาถา เอาให้ผู้ป่วยยกขันดื่ม  ๑ คำ แล้วหมอก็อมน้ำยานี้เป่าใส่บริเวณมะเร็งเต้านม เป่าเสร็จก็ท่องคาถา รักษามะเร็ง ให้เป่า ๓  ครั้ง ทำอย่างนี้ ๓ วัน
   ผมถามท่านว่าท่านมีผู้สืบทอดหรือยัง ท่านบอกยังไม่มี มีลุกลูกก็ไม่ชอบ ด้วยความกลังว่าวิชานี้จะสาบสูญ ผมจึงขออนุญาตสืบทอด แต่พ่อหมอเงียบไม่มีคำตอบ ผมพยายามหาจังหวะขออนุญาตถึง ๓ ครั้งท่านก็เงียบ จวบจนมืดค่ำที่ท่านพาผมตระเวนไปตามเชิงเขา-ริมลำธารเพื่อดูสมุนไพรในท้องถิ่นเกือบชั่วโมงกว่าๆ ท่านคงจะสังเกตดูพฤติกรรม นิสัยใจคอว่าผมเหมาะที่จะได้รับการสานต่อตำรานี้หรือไม่ จนท่านพูดขึ้นมาว่า
    “ คุณจำรัส นี่ชอบสมุนไพรจริงๆเลยนะ เห็นเดินดูสมุนไพรพินิจพิเคราะห์ถ่ายรูปไปเขียนไปจนเหงื่อไหลไคลย้อย ตามหมอมาเลย”  โอ้โห้ ผมดีใจสุดขีด นั่งคุกเข่าพนมมือขอบคุณถวายตัวเป็นศิษย์ กลัวหมอเปลี่ยนใจ หมอพาเดินไปบ้านอีกหลังที่เป็นที่พักของหมอ พาเดินขึ้นบ้านเข้าไปในห้องพระ หมอพาผมก้มกราบกับพื้นบ้านหันหน้าไปทางหิ้งพระ หมอเขย่งตัวเอาถาดที่อยู่บนหิ้งพระลงมา มีเหรียญและของดีที่หมอศรัทธาบูชาเต็มไปหมด หมอบอกเตรียมจัดพานขัน ๕ ขออนุญาตพ่อครู ครอบครูให้ลูกศิษย์ พ่อหมอยกพานวางบนหัวผมและทำพิธีขอพร เป่าคาถา ใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที ผมเลยกลายเป็นศิษย์รุ่นแรกไปโดยปริยาย
 
 

    ผมตั้งปณิธานว่าจะไม่รับรักษา จนกว่าพ่อหมอจะสิ้นบุญ และรับถ่ายทอดวิชาไว้ก็เพราะกลัววิชานี้จะสาบสูญไปเท่านั้นเอง พระคาถาที่ท่านมอบมา ท่านเป็นคนเป่า ผมเป็นคนบันทึก ยาวและจำค่อนข้างยาก แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใด ผมจำเป็นบทเพลง ท่องได้ขึ้นใจอย่างน่าอัศจรรย์ ฤาเพราะครูบาอาจารย์ท่านยินดีมอบให้ บุญพาวาสนาส่ง
    คืนนั้นพ่อครูกับผมนั่งสนทนากันจนดึกผมร่ำลาพ่อหมอ เข้าเต้นท์นอนซึ่งผมกางไว้บนชานบ้านของคุณพร คืนนั้นหลับไปด้วยความสุขที่สุด



  หลังจากนั้นไม่นานผมมีโอกาสมาบรรยายที่ จ.อุตรดิตถ์อีกครั้ง และได้ไปเยี่ยมกราบคารวะท่านถึงบ้านสวนท่านดีใจมากที่ลูกศิษย์มาเยี่ยม ท่านชวนพักที่บ้านสวนอีกครั้ง แต่ผมมีความจำเป็นต้องรีบกลับ เลยไม่ได้พัก ขากลับพ่อหมอและคุณพรได้เตรียมลางสาด-ลองกองเป็นของฝากกลับบ้านเป็นเข่ง ฮ่าๆๆ
   ช่วงหลังที่ผมไปเป็นหน้าผลไม้พอดี ใครผ่านไปมาแถบ อ.ลับแลจะเห็นรถมอเตอร์ไซด์ขนเข่งลองกองลางสาดไปส่งตลาดวิ่งกันขวักไขว่เต็มท้องถนนไปหมด ยิ่งเดินทางไปบ้านมหาราชบ้านพ่อหมอ ยิ่งอยู่ลึกลัดเลาะเข้าไปถึงเชิงเขาร่มรื่นด้วยสวนไม้ผลมากมาย เงียบ สงบ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ข้อสำคัญ น้ำใจของผู้คนยิ่งใหญ่เหนือคำบรรยาย น้ำใจชั่งกิโลไม่ได้
        ด้วยความเคารพพ่อหมอชำนาญ  ฟองฟู บ้านมหาราช  ตำบลแม่พูล  อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์  ๐๘-๗๑๙๙-๕๙๗๐  และคุณพร  จุ้มจันทร์  ๐๘-๑๑๘๑-๔๑๖๕ (สัญญาณโทรศัพท์อาจจะไม่เสถียรเท่าไหร่เพราะอยู่ในหุบเขา)
                                             ------------------------------------------------------  
   

   


  

blog comments powered by Disqus