สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

สะเก็ดเงิน
                               สะเก็ดเงิน
                            “โรคเวร-โรคกรรม”
                                                   จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
  โรคสะเก็ดเงิน หรือเรื้อนกวาง เป็นโรคที่ใครเป็นแล้วถือว่ามีกรรมเพราะเป็นโรคกรรมพันธุ์หาตัวยามารักษายากมากส่วนใหญ่พอทุเลา  แต่หากไม่ดูแลตัวเองทั้งอาหารการกินและสิ่งแวดล้อมให้ดีพอก็จะทำให้กำเริบขึ้นมาอีก โรคนี้ไม่ได้มาจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส แต่เป็นโรคที่เกิดจากการถูกกระตุ้นพันธุ์กรรมให้เกิดโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องที่รุนแรง
   ใครที่เป็นโรคสะเก็ดเงินต้องระวังเรื่องอาหารการกิน ของแสลงกับโรคนี้คือ อาหารทะเล โดยเฉพาะปลาหมึก กุ้ง หอยของหมักดองโดยเฉพาะหน่อไม้ทั้งสดทั้งดอง ผักกาดดอง ของมึนเมาทุกชนิด ของมีมันสูง เช่นถั่วเขียว ถั่วลิสงและถั่วชนิดต่างๆเพราะมีเชื้อราแทบทั้งสิ้น ยกเว้นถั่วเหลืองกินได้ จำพวกผลไม้เปรี้ยวจัด ก็เป็นของต้องห้ามเพราะจะทำให้โลหิตจาง ภูมิคุ้มกันก็จะลดลงด้วย ส่งผลให้ร่างกายสร้างสารต่อต้าน และเกิดเป็นน้ำเหลืองเสีย หากเปรี้ยวน้อยๆจะกระตุ้นการสร้างโลหิตใหม่ได้ดี

   หมอพื้นบ้านเราได้บันทึกเกี่ยวกับโรคเรื้อนชนิดต่างๆไว้ถึง ๙ ชนิด คือ เรื้อนกวาง เรื้อนเกล็ดปลา เรื้อนดอกหมาก  เรื้อนบอน เรื้อนมะไฟ เรื้อนมูลนก เรื้อนวิมาลา เรื้อนหิด เรื้อนหูด
   เรื้อนกวาง จะเริ่มเกิดตามข้อมือ ต้นคอเป็นน้ำเหลืองลามออกไป เมื่อต้องยาเข้าบางครั้งก็หาย บางครั้งก็ไม่หาย ไม่ถึงชีวิต แต่ทรมาน
 เรื้อนเกล็ดปลา เริ่มเกิดที่หน้าก่อน แล้วจึงลามลงไปต้นคอจนถึงทรวงอก แล้วลามเป็นเกล็ดดำไปทั่วทั้งตัว
 เรื้อนดอกหมาก จะผุดขึ้นมาขาวๆคล้ายดอกหมาก ถ้าเหงื่อออกจะทำให้คัน ต้องเกาจนน้ำเหลืองซึมจึงจะคลายแต่ก็ทรมานมาก
 เรื้อนบอน เมื่อเริ่มเป็นจะเป็นรู ปรุไปทั่ว จะมองเห็นไม่ชัดเจนลักษณะขาวๆแดงๆอยู่ในเนื้อรำไรเห็นไม่ถนัด
เรื้อนมะไฟ จะขึ้นเป็นเกล็ดแดงขอบขาวใหญ่เท่าผลมะไฟ ทำให้ร้อนเหมือนไฟปวดแสบปวดร้อน 
เรื้อนมูลนก จะผุดขึ้นเป็นแว่นเป็นวงตามผิวหนังทั้งเล็กทั้งใหญ่ สีขาวนุงๆขอบนูนเป็นแว่นเป็นวงตามผิวหนังลักษณะเป็นเกล็ดเงิน ทำให้คัน นานเข้าจะลามทั้งตัว ทุเลาบ้าง และลุกลามบ้างหากไม่ดูแลความสะอาด มักเกิดกับผิวหนังที่ถูกเสียดสีบ่อยๆ เช่นข้อศอก ศีรษะ เข่า ข้อ เท้า ถ้าเป็นมากๆอาจจะขยายตามตัว บางคนเป็นที่เล็บมือ เล็บเท้า และมีอาการปวดข้อ ปวดกระดูกตามร่างกาย โรคนี้สงบบ้างเป็นบางครั้งเท่านั้นถ้ามีภาวะแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกที่ทำให้เกิดทุกข์ จะทำให้โรคนี้กำเริบได้เสมอ ปัจจุบันเรียกผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวนี้ว่า เป็น
“โรคสะเก็ดเงิน”

เรื้อนวิมาลา  เริ่มเกิดที่หู จะเกิดขึ้นที่หู และต้นคอ  ทำให้เปื่อยพุพองทำให้คัน มีสัณฐานดุจมะเร็งไร ยิ่งเกายิ่งคัน ครั้นใส่ยาแล้วทำให้แสบร้อนตามที่เกา ส่วนใหญ่อาการดีขึ้นหายมากกว่าไม่หาย
เรื้อนหิด มักจะขึ้นทั่วทั้งตัวแล้วก็ลุกลามเหมือนกลาก
เรื้อนหูด  เมื่อเริ่มเกิดจะผุดเป็นตุ่มๆทั่วทั้งตัว ทั้งเล็กเท่าเม็ดพริกไทย หรือใหญ่เท่าผลมะกรูดมะนาวก็มี ทำให้เมื่อยมึนไปทั้งตัว ตามตำราบอกว่าเป็นพยาธิกามโรค รักษาไม่หาย เมื่อใกล้ตายพยาธิจะแตกออก ตามตุ่มทุกตุ่ม แล้วเปื่อยเน่าเหม็นดังซากศพ แล้วถึงตาย
   โรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมกับความเครียด อาจถ่ายทอดข้ามรุ่น จากปู่ย่า ปู่ย่าทวด  ตายาย ตายายทวด หรือแม้แต่ลุงป้าน้าอา
   ย้อนหลังหลายปีมาแล้วผมได้รู้จักกับคุณภัสสรีนารถ (ภัสสรินทร์) ศรีธานิยโสธร  ที่ลำน้ำเข็ก อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลกขณะที่เธอมาบริการกาแฟให้กับคณะสื่อมวลชนที่มาทำข่าวส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้ได้ทราบภูมิหลังและชีวิตที่แสนทุกข์ทรมานของเธอ

   ซ้ายคุณภัสสรีนารถ ขวาคุณอินทุกานต์

   ภัสสรีนารถ เป็นชาวจังหวัดพิษณุโลก เป็นนักเรียน กพ.ไปเรียนต่อที่ประเทศใต้หวัน อยู่ต่างประเทศ ๑๒ ปี สมัยเด็กมักเป็นลมพิษและคันตามตัวประจำ สาเหตุคนจีนโบราณบอกว่าเด็กสาวจีนวัยก่อน ๑๕ ปีห้ามกินเนื้อห่านจะทำให้เลือดเป็นพิษเพราะเป็นช่วงอายุที่เริ่มมีประจำเดือน ถ้าเลือดไม่ดีอาจเป็นโรคเรื้อนได้
   “ ดิฉันเป็นโรคเรื้อนจากการแพ้ภูมิตัวเองที่เรียกว่าเรื้อนกวาง บางตำราเรียกเรื้อนมูลนก แพทย์แผนปัจจุบันเรียก
"โรคสะเก็ดเงิน”  คุณภัสสรีนารถ เล่าให้ผมฟัง
  เธอป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงินขั้นรุนแรงเป็นทั้งตัวหัวจรดปลายเท้า จนเข้าข้อกระดูก เดินทางไปรักษามาทั่วโลกเสียเงินไปหลายล้านก็ไม่หาย น้ำหนักลดเหลือ ๓๖ กิโลกรัม หมดเรี่ยวแรงเดินไม่ได้นอนอยู่กับที่ อ้าปากกว้างไม่ได้กินอะไรลำบาก ร่างกายภายในร้อนระอุเป็นไฟแต่ภายนอกกายเย็นเป็นน้ำแข็ง ญาติพี่น้องเตรียมจัดงานศพแล้วเพราะดูแล้วไม่น่ารอด
  
“โรคนี้ทรมานมากคิดจะยิงตัวเองฆ่าตัวตายก็หลายครั้ง”  ความทุกข์ระทมขมขื่นที่เธอระบายออกมาให้ฟัง
แต่เหมือนดวงยังไม่ถึงที่ตาย คืนหนึ่งมีหญิงชราเข้าฝันบอกตัวยาให้หลายชนิด ส่วนอีกชนิดจะมีคนมาบอก ซึ่งก็เป็นจริงดังฝันเพียงไม่กี่วันมีคนมาบอกจริงๆ คือ ต้นสิรินธรวัลลี หรือต้นประดง ๓๒ ซึ่งเป็นตัวยารักษาอาการปวดข้อและกระดูก
   หลังจากเธอปฏิบัติตัวดื่มสมุนไพรตามความฝันอาการของเธอก็ดีขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันถ้าไม่บอกว่าเคยเป็นโรคสะเก็ดเงิน เราคงไม่รู้เพราะผิวพรรณดีหน้าตาสดใส ล่าสุดเธอได้จัดทำหนังสือเล่าประสบการณ์ชีวิตพร้อมข้อแนะนำสำหรับผู้ป่วยไว้มากมายชื่อหนังสือ “คุยเรื่องโรคสะเก็ดเงิน” โดยมีน้องสาวคุณอินทุกานต์น้องสาวที่ศึกษาจากวัดโพธิ์และสอบได้ใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะการแพทย์แผนไทย สาขาเภสัชกรรมสาขาเวชกรรมและสาขาผดุงครรภ์ และวิทยาศาสตร์สุขภาพสาขาแพทย์แผนไทยจาก มสธ.มาช่วยเหลือด้วยโทร.๐๘-๙๒๐๐-๓๖๔๐ และ ๐๘-๑๔๗๕-๐๐๙๖

  
                                            กลางใบตัวผู้   ขวาใบตัวเมียจะมีรอยฉีกลึกเกือบถึงโคนใบ
   สำหรับต้นสิรินธรวัลลีหรือต้นประดง ๓๒ ผมได้พบเห็นที่สวนป่าสมุนไพรเขาหินซ้อน สวนพฤกษศาสตร์ภาคตะวันออก อยู่ภายในบริเวณศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา สวนป่าสมุนไพรเขาหินซ้อน เป็นสวนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาติให้จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๒๓ เพื่อเป็นแหล่งปลูกรวบรวมพืชสมุนไพรชนิดต่างๆไว้ศึกษาวิจัยทางวิชาการ เผยแพร่การใช้ประโยชน์และเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ของนักเรียน นักศึกษาและประชาชนที่สนใจ มีพืชสมุนไพรที่ปลูกไม่ต่ำกว่า ๙๐๐ ชนิด (๐๓๘-๕๙๙-๑๐๕)
       ต้นสิรินธรวัลลี เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงสลับ ปลายใบแยกเป็นแฉกตื้นๆหรือแยกถึงโคนใบ ดอกเป็นช่อ ออกดอกตามปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลืองส้มถึงแดง ผลเป็นฝักแบน สรรพคุณ รากและลำต้นแก้ฝี หนอง แก้ปวดตามข้อ ตามเส้นเอ็น (โรคประดงเส้น) แก้ลมพิษ (ประดงลม) ดอกช่วยเจริญอาหาร
    และอีกแห่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นแหล่งของสมุนไพรต้นสิรินธรวัลลีคือที่ จังหวัดบึงกาฬ ผมได้ไปเยี่ยมปราชญ์พืชบ้าน อ.สุขพัฒน์โชค  มหิศนันท์  ที่ชุมนุมว่านยาสมุนไพรอำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ  จากการแนะนำของคุณบรรเจิด คำแดง นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ใจดีจังหวัดหนองคาย อาสาพาผมไปพร้อมเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี


        บนซ้ายคุณบรรเจิด กลาง อ.สุขพัฒน์โชค
      ผมและคุณบรรเจิดเดินทางไปถึงบ้าน อ.สุขพัฒน์โชค  ที่บ้านท่านมีซุ้มประตูหน้าบ้านซึ่งถูกปกคลุมด้วยเถาต้นสิรินธรวัลลีเต็มไปหมด รอบบ้านปลูกว่านยาสมุนไพรทุกชนิด แม้แต่ในรถเก๋งคันเก่าของท่านก็จะมีหยูกยาสมุนไพรวางไว้จนแทบไม่มีที่นั่ง เรียกว่าห้องยาเคลื่อนที่ว่างั้นเถอะ ฮ่าๆๆ
.
 

      อ.สุขพัฒน์โชค รูปร่างอ้วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ใจดี ท่านบอกว่าสำหรับโรคสะเก็ดเงิน ท่านมีขั้นตอนรักษาคือให้กินยาขับพิษ ๕ ราก เพื่อกระทุ้งพิษไข้ก่อน จึงจะกินยาสมุนไพรต้นสิรินธร หรือ ๓๒ ประดง แล้วก็ใช้ยาต้มแก้น้ำเหลืองเสีย พุพองตามร่างกาย ซึ่งมีสมุนไพร เหงือกปลาหมอ ทั้ง ๕ หนัก ๔ บาทยา ( ๑ บาทเท่ากับ ๑๕ กรัม) ข้าวเย็นเหนือ หนัก ๔ บาท  ข้าวเย็นใต้ หนัก ๔ บาท  คงคาเดือด หนัก ๔ บาท  หัวร้อยรู หนัก ๔ บาท  ผีหมอบ หนัก ๔ บาท ใบมะกา หนัก ๔ บาท    ฝักราชพฤกษ์ หนัก ๒ บาท
        ยา ๑ หม้อเติมน้ำให้ท่วมยา เคี่ยวงวดเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง รับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยช้า วันละ ๑-๒ ครั้ง รับประทาน ๓-๔ วัน โรคก็จะหายได้ ยา ๑ หม้อต้มรับประทานได้ ๕ วัน แล้วเปลี่ยนยาใหม่ หลังจากนั้นประสานผิวกายภายนอกตามแผลในร่างกาย
       สำหรับยาที่ใช้ทาโรค เรื้อนกวาง หรือ สะเก็ดเงิน ใช้สมุนไพรที่มีส่วนผสมของ  เห็ดมูลโค หนัก ๔ บาท
   เห็ดร่างแห หนัก ๔ บาทใช้ส่วนผสมทั้ง ๒ อย่างนี้ มาบด รวมกันให้เป็นผงละเอียด แล้วใช้ละลายกับน้ำมันงาใช้ทาบริเวณที่เป็นแผล หรือใช้รังหมาล่า (ค้างปีไม่เอา) ใส่ถ้วยแล้วบีบมะนาวใส่ลงไป ผสมทาวันละ ๓ เวลา ไม่กี่วันก็หาย
     ตัวยามีหลายชนิดผมว่าติดต่อ อ.สุขพัฒน์โชค เลยดีกว่าท่านมีตัวพร้อมทุกอย่าง ท่านอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๑หมู่ ๓ บ้านบุ่งคล้าเหนือ ต.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ โทร.๐๔๒-๔๙๙-๐๕๒ มือถือ๐๘-๓๔๑๕-๘๐๕๕
     คุณบรรเจิด  คำแดง เล่าให้ผมฟังว่าเคยรู้จักคนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินหลายราย เห็นความเจ็บปวดของเขาแล้วสงสาร ทราบยาดีที่ไหนก็จะแนะนำผู้ป่วย บางรายยากจนคุณบรรเจิดและภรรยาก็จะสงเคราะห์ช่วยเหลือ ล่าสุดมีอยู่รายหนึ่งใช้การบำบัดด้วยการฝังเข็มอาการโรคสะเก็ดเงินก็หายได้ไม่ปวดไม่คันไม่ทรมาน ( คุณบรรเจิด ๐๘-๓๔๑๕-๘๐๘๘ )
     ส่วนอีกตำรับคุณปิฎิพล ชัชฎาสวัสดิ์ จากบ้านย้อมพัฒนา  ต.ชโงกน้อย  องดงหลวง จ.มุกดาหารและคุณทรงยศ วิจิตรไกรสีห์ จาก อ.เมือง จ.ชัยภูมิ แนะนำมาบอกว่าใครที่เป็นโรคเรื้อนกวางให้ใช้น้ำส้มควันไม้จากไม้ยูคา ใส่สำลีแล้วทาบริเวณที่เป็นเรื้อนกวางบ่อยๆจะดีขึ้นแล้วแผลจะยุบหายไป

 

    ตำรับยาแก้โรคนี้มีหลายตำรับ ใครว่ามีดีที่ไหนก็พยายามสรรหามาฝาก ได้ผลบ้างไม่ได้บ้างก็อย่าเพิ่งท้อ ลองมันให้หมดดีกว่าอยู่เฉย เผื่อโชคดีหมดเวรหมดกรรมหายจากโรคนี้ บางรายใช้ดีก็บอกต่อ
  ในหนังสือเพชรน้ำเอก กรุยอดตำรับยาสมุนไพร ของอาจารย์พฤฒาจารย์พุธโคยะ  รัตนรังสี ได้บันทึกไว้ว่ายอดยาแก้ขี้กลาก ขี้เรื้อนกวางแม้แต่มะเร็งผิวหนัง ให้เอากะลามะพร้าวที่ขูดเอาเนื้อออกหมดแล้ว หรือที่มีเนื้อตดอยู่บ้างยิ่งดี เผาไฟให้ลุกโชนบนพื้นราบๆแล้วใช้กะละมังใหญ่พอควรครอบอย่าให้ควันออกได้ แล้วทิ้งไว้ประมาณ ๑๐ นาทีหรือกะว่าพอหมดควันแล้ว จึงเปิดกะละมังที่ครอบออกจะเห็นยางเหนียวสีเหลืองเข้มติดอยู่ตามขอบกะละมัง ให้เอานิ้วป้ายยางเหนียวนั่นเอามาทาบริเวณที่เป็นกลาก เกลื้อนเรื้อนกวาง วันละ ๒  ครั้ง เช้า-เย็น ทาอยู่ราว -๖ วัน โรคดังกล่าวจะลอกออกมาเป็นแผ่นและหายขาดไปเลย
  หมอพื้นบ้านบางคนจะใช้ลูกมะนาวสดๆเปลือกเขียวๆผสมกับรังหมาล่า ( รังหมาล่าที่เป็นดินติดอยู่ตามฝาบ้านหรือเพดานบ้าน)  ต้องเป็นรังใหม่ๆ วีทำให้เอารังหมาล่าใส่ภาชนะจะเป็นถ้วยแกงก็ได้ แล้วผ่ามะนาวบีบน้ำมะนาวลงไปผสมกับรังหมาล่าผสมกันให้เปียก แล้วนำไปทาบริเวณที่เป็นเรื้อนกวาง ทาวันละ ๓  ครั้งเช้า-กลางวัน-เย็น ปฏิบัติอย่างนี้ทุกวัน อาการก็จะดีขึ้นโรคเรื้อนกวางจะหายไป
       อีกตำรับคุณจรัล เห็นสำเร็จ จากบ้านสันติพัฒนา ต.โป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี แนะนำผมว่าตำรับยารักษาโรคสะเก็ดเงินตำรับนี้เป็นของคุณตาสิน ซึ่งเป็นตาของคุณจรัล ท่านได้ร่ำเรียนมาจากหลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม ในตำรามีตัวยา สมุนไพรข้าวเย็นเหนือ-ข้าวเย็นใต้ ๑๘ บาทยา หนอนตายอยาก เถาวัลย์เปรียงอย่างละ ๑๐ บาทยา  ลูกกุ่ม ป่าช้าหมอง รากกาบาก กำมะถัน หนักอย่างละ ๘  บาทยา ชุมเห็ดเทศ รากบก  ฝักคูณ อย่างลิ ๕ บาทยา นำทั้งหมดมาต้มน้ำท่วมยา ต้มให้เดือด แล้วน้ำมาดื่ม ก่อนอาหาร ๓ เวลา กินประมาณ ๒-๓ หม้อ อาการโรคสะเก็ดจะดีขึ้นและเงินหายไป (คุณจรัล ๐๘-๐๐๑๗-๐๕๔๗)
       ส่วนข้อมูลในเว็บ Jamrat.net ผมและแฟนคลับได้รับความเมตตาจากคุณประเสริฐ  วัฒนา และคุณแซม ที่มีจิตใจงาม นำข้อมูลของโรคนี้มาเผยแพร่ คุณประเสริฐ บอกว่าได้รับการเรียนรู้และบอกกล่าวจากผู้ชำนาญสมุนไพรท่านหนึ่งและท่านได้ทำการรักษาผู้ที่ป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงินให้ดูปรากฎว่าหาย หลังจากนั้นคุณประเสริฐก็ได้นำสูตรยาตัวนี้ไปรักษาผู้หญิงคนหนึ่ง ก็ปรากฏว่าหายเช่นกัน จึงนึกถึงพี่จำรัส เพื่อให้สมเจตนารมย์ของพี่ ในการเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานครับ
     เนื่องจากว่า โรคสะเก็ดเงินถ้าใครเป็นแล้วจะน่ารำคาญแล้วเป็นนาน สูตรยามีดังนี้คือ มีใบไม้ไผ่สีสุก(ไม่ใช่ไผ่ป่าดูให้ดี ซึ่งส่วนใหญ่จะผิดตรงนี้) จำนวน  ๑ กำมือ   ใบต้นแจง(เป็นต้นไม้ใบขม ออกผลเมื่อสุกจะมีสีเหลืองให้ใช้ใบไม่อ่อนและไม่แก่)    ๑  กำมือ   ต้นมะแว้งเครือทั้ง ๕ ใช้ทั้งรากถึงยอด(ต้นมีลักษณะเป็นเถา มีดอกสีม่วง มีผลลายลูกเล็กๆใช้จิ้มน้ำพริกกินแก้เบาหวาน)  ๑  กำมือ  และว่านหางจระเข้ ใช้ปอกเปลือกเพื่อทาภายนอกตรงบริเวณส่วนที่คัน ถ้าคันก็ทาได้ตลอดเวลา
     วิธีปรุงยา  เริ่มจากนำตัวยาต้นมะแว้งมาสับเป็นท่อนๆรวมถึงรากด้วย ให้ระวังเพราะต้นมะแว้งมีหนามมาก พอสับเสร็จก็กะให้ได้ ๑ กำมือ แล้วล้างให้สะอาด หลังจากล้างน้ำสะอาดดีแล้ว ก็เอาตัวยาทั้งหมดลงหม้อต้มยา
     ก่อนเอาตัวยาลงหม้อ ให้จุดธูป ๑ ดอกบอกเจ้าของตัวยาให้มาช่วยรักษาเราด้วย เมื่อหายดีแล้วผู้ป่วยต้องทำบุญไปให้เขา พร้อมด้วยสิ่งของจำนวนเงิน ๒๙ บาทและกล้วย ๑ หวี หลังจากนั้นก็ตามด้วย
คาถา สักกัตวา ๑ จบ และประจุขาด(นะโมพุทธายะ) ๑ จบแล้วเอาตัวยาทั้งหมดใส่ลงหม้อต้ม เติมน้ำท่วมตัวยา แล้วต้มไฟอ่อนจนเดือด
     การดื่มให้ดื่มครั้งละ  ๑ แก้ว ก่อนอาหาร เช้า/เย็น  ๑ หม้อจะดื่มได้ ๕ วัน แล้วก็หาตัวยามาทำใหม่อีก ส่วนใหญ่ ๑  คน จะใช้ยากินประมาณ  ๕-๗ หม้อ จึงจะหาย ถ้าไม่หายก็ทานต่อไป
     ของที่ห้ามกิน คือของทะเลทุกชนิด  เหล้า เบียร์ ยอดผักที่มียางสีขาว ห้ามอดนอน ห้ามกินของเย็นๆเช่นโค้ก เป็ปซี่ น้ำแข็ง หลีกเลี่ยงของที่เย็นมากๆ
     อีกขนานหนึ่งที่คุณประเสริฐ แนะนำคือการ ใช้น้ำมันมะพร้าวชนิด Cooling (หล่อเย็น)ดื่มกินเพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงินคือจะดื่มกินในอัตตรา ๑ ช้อนโตะ/ นน.ตัว ๒๕ กก. คือ ๑ คนวันหนึ่ง จะกินประมาณ ๓-๔ ช้อนโต๊ะ โดยแบ่งเป็น ช่วงเช้าจะให้ทำ Oil cooling ก่อน(คือการเอาน้ำมันมะพร้าวใส่ปาก ๑ ช้อนโต๊ะแล้วกรอกไปมาภายในปากประมาณ ๑๕-๒๐ นาที แล้วบ้วนทิ้งไป) ต่อมาถึงจะกิน ๑ ช้อนโต๊ะ ที่เหลืออีก ๓ ช้อนโต๊ะ ให้กินช่วงไหนก็ได้ แต่ต้องเหลือไว้ก่อนนอน  ๑ ช้อนโต๊ะเสมอ เมื่อกินไปประมาณ ๕-๑๐ วันจะปวดตัวมาก ก็ให้อดทนกินต่อไปมันจะหายปวดแล้วทุกอย่างจะเริ่มดีแผลจะเริ่มตกสะเก็ด แล้วหายในที่สุด

 อ.เนตรดาว   ยวงศรี ( ๐-๒๗๐๖-๒๖๑๐)

      สำหรับสูตรรักษาโรคเรื้อนกวางของอ.เนตรดาว  ยวงศรีนั้นให้ใช้ คางคกที่ตายเอง ที่โดนรถทับ  ห้ามไปทุบหรือฆ่า  เราเรียกว่า  คางคกตกใจ  พิษของมันจะซ่านทั่วตัว    แล้วให้นำ กระเทียม เยอะหน่อย  พอที่จะยัดใส่คางคกได้  พริกไทย  หอมแดง  เอาไปยัดใส่ตัวคางคก  ปิ้งไฟอ่อน ปิ้งไปเรื่อย ๆ   จนกรอบ   เอาไปตำให้ละเอียด บางคนก็ห่อด้วยผ้า แล้ว   ใส่กำมะถัน ครึ่งช้อนชา   แล้วใส่น้ำมันแช่ไว้  จะเป็นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา  ก็ได้  (ยกเว้นน้ำมันหมู)  แช่ไว้  ๑๕ วัน   แล้วเอาน้ำมัน มาทารักษาโรคเรื้อนกวางได้.
        นอกจากนั้นยังมีคนกินหัวเชื้อสมุนไพรกลั่นเทพประทานสังหารโรค ทั้งกินทั้งทาก็อาการดีขึ้นหลายราย จนบางคนนำไปทาให้หมาขี้เรื้อนก็หายมาเยอะทั้งให้กินและทาแผล ด้วยความสงสารหมา ฮ่าๆๆ
ปรึกษาจิตอาสา ๐๘-๕๒๔๕-๘๐๘๑
      อีกแนวทางหนึ่งคือการรักษาของ อ.สุนทร  เชาวนะพานิช  ๐๘-๙๐๑๕-๗๔๘๘  ท่านมีความรู้เรื่องสมุนไพร กินอาหารเป็นยาได้ดี เยี่ยม อยู่จังหวัดปราจีนถ้าสนใจก็ลองโทรไปปรึกษาดู ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ
                                          พระคาถาสักกัตวา
สักกัตตะวา พุทธะระตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
เพราะทำความเคารพพระพุทธรัตนะ อันเป็นดั่งโอสถอันอุดมประเสริฐ
หิตัง เทวะมะนุสสานัง พุทธะเตเชนะ โสตถินา
เป็นประโยชน์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้า
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ ทุกขา วูปะสะเมนตุ เต
ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลายจงพินาศไป ขอทุกข์ทั้งหลายของท่านจงสงบไปโดยสวัสดี
สักกัตตะวา ธัมมะระตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
เพราะทำความเคารพพระธรรมรัตนะ อันเป็นดั่งโอสถอันอุดมประเสริฐ
ปะริฬาหูปะสะมะนัง ธัมมะเตเชนะ โสตถินา
เป็นเครื่องระงับความกระวนกระวาย ด้วยเดชแห่งพระธรรมรัตนะ
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ ภะยา วูปะสะเมนตุ เต
ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลายจงพินาศไป ขอภัยทั้งหลายของท่านจงสงบไปโดยสวัสดี
สักกัตตะวา สังฆะระตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
เพราะทำความเคารพพระสงฆรัตนะ อันเป็นดั่งโอสถอันอุดมประเสริฐ
อาหุเนยยัง ปาหุเนยยัง สังฆะเตเชนะ โสตถินา
เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับด้วยเดชแห่งพระสงฆ์
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ โรคา วูปะสะเมนตุ เต
ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลายจงพินาศไป ขอโรคทั้งหลายของท่านจงสงบไปโดยสวัสดี
                                      --------------------------------------------
  

blog comments powered by Disqus