สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

สมุนไพรป่าช้าหมอง
              สมุนไพรป่าช้าหมอง
                                       
  “บำบัดมะเร็ง”
                                                  จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
      สมุนไพรป่าช้าหมอง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า แม้แต่ป่าช้ายังหมอง คือหาคนตายมานอนที่ป่าช้าค่อนข้างยากคนไม่ค่อยตาย แม้จะส่งปีศาจร้ายอย่างมะเร็งที่เรียกว่าเพชฌฆาตมหาโหดแล้ว ยังปราบไม่ได้ ด้วยฤทธิ์เดชของสมุนไพร ป่าช้าหมอง บางแห่งเรียกขันทองพยาบาท เรียกว่าอาฆาตแค้นจองเวรกันไม่สิ้นสุดเป็นคู่ต่อสู้กับโรคร้าย ทางภาคอิสานภาคเหนือส่วนใหญ่จะเรียกต้นป่าช้าหมองว่า “ฮ่อสะพายควาย”

ขอบคุณภาพจาก Nanagarden

    ที่เรียกฮ่อสะพายควายก็มีเรื่องเล่าเหมือนกัน ทางภาคเหนือออกเสียงว่า “ห้อสะปายควาย” สมัยก่อนมีการค้าขายกับชนเผ่าเช่นจีนฮ่อ ลัวะ ไตย ม่าน ม้ง  การเดินทางสมัยก่อนนั้น ลำบากเรียกว่าต้องข้ามห้วย ข้ามขุนเขากว่าจะไปมาหาสู่กันได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ชาวจีนฮ่อจะนำสินค้าต่างหลังม้า หลังวัว ควายหรือเรียกกันว่าพ่อค้าวัวต่าง   ม้าต่าง ที่เราเคยได้ยินได้ฟังกันมา
     ครั้งหนึ่งพ่อค้าชาวจีนฮ่อไล่ต้อนฝูงควายมาจากเมืองฮ่อผ่านป่าเขา  เพื่อนำควายมาขายในเมืองล้านนา  ระหว่างทางทุรกันดาร ต้องพักค้างตามปาง(ที่พักค้างคืน)หลายๆแห่ง   บางที่ต้องเดินผ่านปากเหวลึกหากไม่ระวังตัวทั้งคนทั้งควายต้องตกลงเหวอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง แม้ว่าจะระวังอย่างไรก็ตาม ควายตัวหนึ่งพลัดตกลงร่องห้วยจนได้   ด้วยความเสียดายควายชาวฮ่อคนหนึ่งรีบลงไปผูกมัดเอาควายแล้วสะพายขึ้นมาจากท้องลำห้วย  ทำให้เป็นที่ฮือฮาแก่เพื่อร่วมทางเป็นอย่างยิ่ง  จึงพากันถามว่า  "กินอะไรมา  จึงมีเรี่ยวแรงมากนัก"
       ชาวฮ่อผู้นั้นบอกเพื่อนว่า " ข้ากิ๋นใบไม้นี่แหล้ะ" (ข้าพเจ้าได้กินใบไม้นี่แหละ)  พร้อมกับเด็ดใบไม้ชนิดนั้นให้เพื่อนๆดู  จากนั้นมาใบไม้ชนิดนั้นจึงเรียนขานกันว่า " ไม้ฮ่อสะพายควาย"
     ต้นฮ่อสะพายควายหรือป่าช้าหมองเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่  เกี่ยวพันตามต้นไม้ใหญ่ในป่า  หมอยาโบราณมักนำมาต้มดื่มซึ่งจะทำให้ร่างกายแข็งแรง  แต่ต้องดื่มให้ได้ปริมาณเพียงพอ   น้ำที่ต้มจะมีรสจืด  สีใสผู้คนจึงนิยมนำเอาใบเตยใส่ลงไปต้มร่วมกับใบฮ่อสะพายควายเพื่อเพิ่มรสหอมชวนดื่ม
        คนสมัยก่อนจะเรียกสมุนไพรอะไรต้องตั้งให้สอคล้องหรือบ่งบอกคุณค่าของสมุนไพรชนิดนั้นๆสรรพคุณอันเด่นชัดของป่าช้าหมองหรือฮ่อสะพายควายคือ ยอดยาแก้มะเร็ง รักษาโรคเรื้อน  กลากเกลื้อน, ลมเป็นพิษ, โรคผิวหนัง, ฆ่าพยาธิ บำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย รักษาตับพิการ โรคเกี่ยวกับกระดูก และกามโรค

        
       หญ้าหนวดแมว                                   สมุนไพรป่าช้าหมอง

  ในตำราของหมอเลื่อน มาตราเงิน ได้บันทึกไว้ในตำรับยารักษามะเร็งว่า ให้ใช้สมุนไพรป่าช้าหมอง ร่วมกับ หัวยั้ง กระดูกช้าง กระดูกแพะ กระดูกควายเผือก กระดูกหมาดำ เถาโคคลาน สมุนไพรข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ และหญ้าหนวดแมว หนักอย่างละ ๕ บาทยา ( ๑ บาทยาเท่ากับ ๑๕ กรัม) นำทั้งหมดใส่หม้อดิน เติมน้ำท่วมยา แล้วต้มให้เดือดเคี่ยวไฟอ่อนๆสักครู่ ยกลงจากเตาพออุ่น เวลากินยาให้ใช้กะลามะพร้าวแทนถ้วยรินยากิน ให้กิน ๓ เวลา ก่อนอาหาร ยานี้ต้องอุ่นทุกวันวันละ ๑ ครั้ง ควรเติมน้ำทุกครั้งก่อนอุ่นยา กินเรื่อยจนยาจืดจึงเปลี่ยนตัวยาใหม่ ยาหม้อหนึ่งกินได้ ๑๕ วัน  ตำรับยานี้เคยรักษามะเร็งกระดูก ที่ลุกลามจากเท้า ไปทั้งขา อีกทั้ง รักษามะเร็งมดลูก ซีดในมดลูก เนื้องอกต่างๆ ตลอดจนถึง คนที่เป็นเอสแอลอีหายมาแล้ว
          อาจารย์โจ้ ซินแส ปฐพีศาสตร์ ( ๐๘-๖๘๓๑-๕๖๗๕) เป็นอีกผู้หนึ่งที่นำตำรับยานี้มาใช้ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งใกล้เคียงกับตำรายาแก้โรคเรื้อนกินกระดูก ในคัมภีร์โชติรัต แต่ของ คุณหมอเลื่อน มาตราเงิน  มีสมุนไพรหญ้าหนวดแมวเพิ่มเข้าไปอีก ใครใช้ตำรับนี้รักษาเมื่อหายป่วยแล้วให้ทำบุญถวายสังฆทานให้คุณหมอเลื่อนเจ้าตำรับด้วย จึงจะบังเกิดผลบุญสูงส่ง
        อาจารย์โจ้บอกว่าได้ตำรายานี้จากความเมตตาของ หลวงพ่อ พระครูโพธิธรรมารักษ์ (พระอาจารย์ทองหล่อ ฐานวณฺโณ) วัดโพธิ์ ต.กบเจา อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ห้ามนำตำรานี้ไปค้าขายเป็นธุรกิจ อย่าไปซ้ำเติมคนป่วยอีกเลย เวรกรรมมันมีจริง ถ้าผู้ป่วยไม่ถึงคราวตาย ก็จะหายเอง ขอให้ช่วยเผยแพร่เป็นวิทยาทานช่วยเหลือผู้ป่วยเอาบุญ และหากท่านใดสิ้นหนทาง อย่าพึ่งท้อแท้ ลองปรึกษาอาจารย์โจ้ดูก่อน มีหลายคนพ้นวิบากกรรมมาแล้ว
       คนเรามีกรรมเป็นของตนเอง ถ้าไม่ถึงที่ตายกินยาอะไรรักษาหมอไหนก็มักถูกกับโรคและหายได้ง่ายๆถ้าถึงคราวจะต้องตาย ยาเทวดาหมอเทวดาก็รักษาไม่ถูกตายจนได้จำไว้ว่ากินยาอะไรก็ตามถ้าถูกกับโรคเพียงหม้อแรกก็เห็นผลแล้ว ถ้าหม้อแรกไม่ไปเหนือมาใต้ควรเปลี่ยนยาขนานใหม่ได้เลย
       และ มะเร็งเป็นโรคร้ายแรงมาก การสร้างกำลังใจให้ตนเองไว้ เป็นเรื่องที่สมควรทำที่สุด ขอให้ผู้ป่วยด้วยโรคร้ายนี้จงหายและมีชีวิตยืนยาวต่อไปเพื่อสร้างบุญกุศลคุณงามความดีให้ตนเองและให้แก่สังคม ประเทศชาติ ไปตลอดกาลนาน
                                                   -----------------------------------------
  

blog comments powered by Disqus