สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็งตับ
                           มะเร็งตับ
               “กันไว้ดีกว่าแก้..แย่แก้ลำบาก รอให้มีอาการก็สายเสียแล้ว
                                                                      จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
      มะเร็งยังคงเป็นโรคร้ายที่มีแต่ความลึกลับ ไม่มีครอบครัวไหนอยากให้มันเข้าใกล้ ได้แต่ภาวนาขออย่าให้เป็นโรคนี้ แต่ทันทีที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยหรือญาติคนในครอบครัวพลอยทุกข์อกทุกข์ใจกินไม่ได้นอนไม่หลับโรคอื่นๆก็เริ่มเข้ามาเยือนจนยากแก่การรักษาอย่างไม่น่าจะเป็น ซึ่งที่ผ่านมามีทั้งบุคคลสำคัญทั้งด้านการเมือง ดารานักร้องนักแสดง ต้องเสียเงินทองทำการเยียวยาต่อกรกับมะเร็งร้ายแรมเดือนแรมปี แต่ก็ไม่สามารถยื้อยุด เหนี่ยวรั้งชีวิตไว้ได้
     เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม ๒๕๕๖ ผมได้ไปร่วมงานฌาปนกิจศพของคุณพ่อเผด็จ  เจริญพานิช พ่อของเพื่อนร่วมงานที่วัดธาตุทอง กทม.ท่านเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ ด้วยวัยเพียง ๘๖ ปี ในงานวันนั้นทางเครือญาติได้แจกหนังสือ “เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคตับ” ให้กับผู้มาร่วมงาน ซึ่งมีคณาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เขียนเรื่องราวของตับไว้มากมาย
     นพ.องอาจ  ไพรสณฑรางกูร ได้เขียนถึงเรื่องมะเร็งตับไว้ว่า ตับเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย อยู่ในช่องท้องใต้ชายโครงด้านขวา มีน้ำหนักประมาณ ๑๔๐๐-๑๘๐๐ กรัม ตับมีหน้าที่สำคัญหลายอย่างเพื่อช่วยให้ร่างกายของเราอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง

       
 ตับมีหน้าที่สร้างโปรตีนให้กับร่างกาย เปลี่ยนสารอาหารที่เรารับประทานเข้าไปให้เป็นสารที่ร่างกายสามารถนำไปเสริมสร้างเซลต่างๆได้ และขจัดสารพิษที่ปนเปื้อนมากับอาหารรวมไปถึงการขจัดสารพิษออกจากกระแสเลือด  ตับเป็นแหล่วสะสมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ของร่างกายและยังสร้างน้ำตาลเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานให้กับร่างกาย
      นอกจากนั้นตับยังผลิตน้ำดี ซึ่งใช้ในการช่วยดูดซึมสารอาหารต่างๆถ้าเซลของตับมีการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติ และเซลที่หมดอายุการทำงานไม่สลายตัวไปจะทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้องอกที่ตับหรือมะเร็งตับ
     สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งตับคือภาวะตับแข็ง การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี เนื่องจากไวรัสอับเสบจะทำให้สารพันธุกรรมของเซลตับผิดปกติไป ทำให้เซลตับไม่สามารถซ่อมแซมความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ ส่วนคนที่ดื่มเหล้าที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณมากทำให้ระบบภูมิคุ้มกันขจัดสารที่มีพิษต่อเซลตับลดลง
            ผู้ที่บริโภคธัญพืชที่เก็บไว้ในสภาพชื้นเกิดเชื้อรา “อาฟลาท็อกซิน” ที่มีสารพิษ ทีมีอยู่ในถั่วลิสง ข้าวโพด  พริก  หอม  กระเทียม  เชื้อราชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ใสภาวะอากาศร้อนและชื้น และสำหรับผู้ที่ชอบของหมักดองเค็มหรือใส่ดินประสิวเช่น ปลาร้า กุนเชียง ปลาเค็ม เนื้อเค็ม ซึ่งมีสารไนไตรท์ จะไปทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียในลำไส้ทำให้เกิดสาร “ไนโตรซามิน” เป็นตัวก่อให้เกิดความผิดปกติได้ที่เซลตับรวมไปถึงเซลในกระเพาะอาหาร
         และอันตรายอีกอย่างคือยาฆ่าแมลง ซึ่งมีสารประเภท  “อัลคิลยูเรีย” และกรดอัลคิลคาบามิก ถ้ารับประทานผักหรือผลไม้ที่มียาฆ่าแมลงตกค้างอยู่จะทำให้เกิดปฏิกิริยากับไนไตรท์ที่ปนเปื้อนในอาหารกลายเป็น “ไนโตรซามิน” ทำให้เกิดมะเร็งตับ ส่วนใครที่มีภาวะธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมากผิดปกติ จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงมะเร็งตับได้ ภาวะอย่างนี้พบได้ในโรคทางพันธุกรรมที่ร่างกายไม่สามารถขจัดธาตุเหล็กสะสมเกินปริมาณปกติออกไปได้
      สุดท้ายก็คือสารเคมีต่างๆ เช่น ไวนิลคลอไรด์ และ อาร์ซินิก  ซึ่งผุ้มีอาชีพต้องสัมผัสกับสารเคมีเหล่านี้อยู่ประจำจะพบมีอุบัติการณ์มะเร็งตับสูง

      สำหรับแนวทางการรักษามะเร็งตับขึ้นอยู่กับระยะของโรค ซึ่งแบ่งได้เป็น ๓ ระยะ คือระยะแรกเนื้องอกยังไม่ลุกลามจะให้การรักษาโดยการผ่าตัดได้ เมื่อพบก้อนมะเร็งเพียง ๑ ก้อนในบางส่วนของตับที่สามารถผ่าตัดออกได้ และผู้ป่วยที่ไม่มีโรคประจำตัวอื่น โดยร้อยละ ๓๐-๔๐ มีชีวิตได้นานถึง ๕ ปี โดยครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยหลังการผ่าตัดจะมีชีวิตได้นานประมาณ ๓ ปี และจะนานขึ้นถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาโดยวิธีอื่นร่วมด้วย เช่นการฉีดยาเคมีบำบัดผ่านทางเส้นเลือดแดงของตับและทำการอุดเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็งตับ
    ระยะที่สอง เป็นระยะที่เนื้องอกไม่ลุกลาม แต่ทำการผ่าตัดไม่ได้ แม้ว่าก้อนเนื้องอกจะอยู่เฉพาะในบริเวณตับแต่อยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ เช่นก้อนเนื้องอกอยู่ข้างเส้นเลือดใหญ่ทำให้เกิดปัญหาเทคนิคการผ่าตัด ระยะนี้จะทำการรักษาเฉพาะที่เช่นการฉีดยาเคมีบำบัดผ่านทางเส้นเลือดแดงของตับและทำการอุดเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็งตับ หรือการฉีดเอธานอลผ่านผิวหนังเข้าไปยังก้อนเนื้องอกโดยตรง และอาจจะใช้คลื่นเสียงทำลายเซลในก้อนเนื้องอก
  ระยะที่สาม เป็นระยะที่เนื้องอกลุกลาม เมื่อก้อนมะเร็งแพร่กระจายไปทั่วตับ หรือไปสู่อวัยวะอื่น เช่นเยื่อบุช่องท้อง ต๋อมน้ำเหลืองในช่องท้อง กระดูกหรือปอดเป็นต้น ระยะนี้ไม่ว่าการรักษาทั้งการให้ยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสีก็ไม่ได้ผล การรักษาจึงเป็นแบบประคับประคอง
   จะเห็นว่ามะเร็ง ที่ทุกคนขนานนามว่าปีศาจร้าย มันน่ากลัวจริงๆ ทำให้ผมพยายามสืบเสาะหาข้อมูลมาให้ทุกท่านได้ศึกษาเตรียมพร้อมไว้ต่อกรกับเจ้ามะเร็งร้าย ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะมาจู่โจม เราๆท่านๆ มันอาจจะนอนรอในอวัยวะของเรา ณ จุดใดจุดหนึ่ง เพื่อรอจังหวะทำลายเรา โบราณว่าไว้ รู้เขารู้เรา ถึงจะรบชนะ ก่อนที่มันจะมาทำลายเรา เราต้องทำลายมันก่อน กวาดล้างสารพิษออกมาจากร่างกายเสียแต่วันนี้ ตัดกำลังมันก่อน ก่อนที่มันจะรวมตัวกันแข็งแกร่งมากว่านี้

          คุณหมอหลายท่านสรุปไว้ว่า ตับเป็นอวัยวะที่อึดที่สุดจะไม่แสดงอาการง่ายๆ จนกว่าจะไม่ไหวจริงๆจึงจะแสดงอาการออกมาก็ต่อเมื่อคุณอยู่ในห้อง ไอซียู เสียแล้ว ซึ่งยากต่อการเยียวยารักษา ทางที่ดีต้องเฝ้าระวังสุขภาพให้แข็งแรงตลอดเวลา สร้างภูมิคุ้มกันให้พร้อมรบเสมอ
     ตับเป็นอวัยวะหลักในการกำจัดสารพิษ ที่มีงานยุ่งมากที่สุดในร่างกาย ทุกนาทีจะมีเลือดไหลผ่านตับประมาณ ๑.๔ ลิตร โดยมาจาก ๒ แหล่งคือ หลอดเลือดแดงตับ และหลอดเลือดดำตับ ตับจะได้รับเลือดที่มีออกซิเจนมาทางหลอดเลือดแดงตับและจะได้รับเลือดซึ่งไม่มีออกซิเจนแต่มีสารอาหารที่ร่างกายเพิ่งดูดซึมเข้ามาใหม่ๆทางหลอดเลือดดำตับ โดยเซลล์ตับจะดึงสารอาหาร ออกซิเจน สารพิษและของเสียต่างๆจากเลือด สำหรับสารพิษถ้าไม่ถูกเก็บไว้ในตับ ก็จะถูกตับทำลายพิษและกำจัดออกไป
    ถ้าตับไม่สามารถกำจัดของเสีย สารก่อมะเร็งและสารพิษส่วนใหญ่ออกจากร่างกายได้ สารพิษก็จะถูกกองสะสมเหมือนกองขยะติดอยู่กับโขดหิน ร่างกายก็จะจัดการล้างพาด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้เกิดอาการต่างๆเช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ ผื่นขึ้น ท้องร่วง หรือสิวขึ้น อย่าลืมว่าอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย ล้วนพึ่งพาการทำงานของตับแทบทั้งสิ้น
   สำหรับสมุนไพรที่ไม่ควรมองข้ามในการกวาดล้างกำจัดสารพิษในร่างกายและเชื้อร้ายมะเร็งที่แพทย์แผนไทย-จีน-เวียดนามสืบทอดกันมาจนถึงมีการวิจัยในแพทย์แผนปัจจุบันว่ามีสารในการป้องกันรักษาสารพิษและเชื้อร้ายดังกล่าว คือ ขมิ้นชัน กระเทียม กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักคะน้า บรอคโคลี่ มะแว้งเครือ มะแว้งต้น มังคุด หอมแดง กะเพรา โหระพา  งา ชะเอม ดีปลี ขมิ้นอ้อย ตำลึง ขิง มะขามป้อม กุยช่าย ตะไคร้ น้ำเต้า มะเขือเทศ มะเขือพวง มะระขี้นก  พลูคาว หญ้าหวาน ฟ้าทะลายโจร สาหร่ายสไปรูลินา หญ้าปักกิ่ง เห็ดหลินจือ โสมเกาหลี ใบผักติ้ว ขันทองพยาบาท ทองพันชั่ง ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ใบพลู พิลังกาสา พญาลิ้นงู เหงือกปลาหมอ หัวร้อยรู กำแพง ๗ ชั้น ผีหมอบ หญ้าหนวดแมว หัวพุทธรักษา แปะตำปึง พญาวานร
           ในตำรับยาไทยที่อ้างอิงในคัมภีร์แพทย์แผนไทยและมีผลการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กำลังวิเคราะห์ว่าตำรับใดที่เหมาะสมจะนำมาศึกษาต่อยอดสำหรับรักษาโรคมะเร็ง ๔ ชนิดได้แก่ มะเร็งตับ ปอด เต้านม และปากมดลูก ดังนี้
      ๑.ตำรับยาเบญจโลกวิเชียร (ยาห้าราก) ประกอบด้วยสมุนไพร ๕ ชนิดได้แก่ รากชิ่งชี่ รากย่านาง รากคนทา รากเท้ายายม่อม และรากมะเดื่อชุมพร มีรายงานผลการทดลองในหลอดทดลองพบว่า สารสกัดด้วยเอทานอลในตำรับนี้ มีสมุนไพรรากคนทาและรากย่านางมีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านมและเซลล์มะเร็งปอดและยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดี
      ๒.ตำรับเบญจกูล ประกอบด้วยสมุนไพร ๕ ชนิด ได้แก่ ดีปลี ชะพลู เจตมูลเพลิงแดง สะค้าน และขิง มีรายงานผลการทดลองในหลอดทดลองพบว่า สารสกัดของตำรับนี้สามารถต้านมะเร็งปอดได้ดี โดยสารที่ออกฤทธิ์ที่ดีในเซลล์มะเร็งทุกชนิด ได้แก่ “สารพลัมบาจีน” ( plum bagin) ซึ่งสารดังกล่าวเสื่อมสลายง่ายที่อุณหภูมิปกติ ๒๕ องศาเซลเซียส จึงควรเก็บ สารสกัดไว้ในอุณหภูมิต่ำ
      ๓.ตำรับเบญจามฤต เป็นตำรับยาในคัมภีร์ธาตุบรรจบคัมภีร์โรคนิทาน ซึ่งประกอบด้วย มหาหิงคุ์ ยาดำบริสุทธิ์ รงทอง มะกรูด ขิงแห้ง ดีปลี พริกไทย รากทนดี ดีเกลือ จากการประชุมผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์แผนไทยระบุว่า สามารถใช้รักษาโรคมะเร็งตับได้ โดยจากรายงานการวิจัยพบว่า สารสกัดที่ได้จากรงทอง มีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง และสารสกัดด้วยเอธานอล น้ำจากผลดีปลีและผลพริกไทย ได้ผลต้านการออกซิเดชั่นในหลอดทดลอง โดยตำรับนี้ สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้จัดทำเป็นโครงการศึกษาวิจัยอยู่ในแผนการวิจัยปีงบประมาณ ๒๕๕๔
      ๔.ตำรับตรีผลา เป็นตำรับยาแผนไทยเพื่อล้างพิษออกจากระบบต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร ระบบเลือด ระบบน้ำเหลือง เป็นยาที่ปลอดภัยไร้ผลข้างเคียงประกอบด้วยสมุนไพร ๓ ชนิด ได้แก่ ลูกสมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อม จากการศึกษาวิจัยในหนูทดลองพบว่ามีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ยับยั้งการเกิดมะเร็ง ยับยั้งการเจริญและลุกลามของเซลล์มะเร็ง และมีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม และมะเร็งตับ
      สมุนไพรบางชนิดปู่ย่าตายายเรานำมาเป็นผักเครื่องเคียงในการกินร่วมกับอาหารมานานแล้ว วันนี้ถ้ามีโอกาสก็อย่าลืมหาสมุนไพรที่กล่าวถึงมากินบ้างอย่างละนิดอย่างละหน่อย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเป็นเกราะป้องกันตัวเอง จะให้ดีต้องหามาปลูกไว้ข้างบ้านนำมาใช้ได้ทันใจ
     และต้อง ขอบคุณบ้านส่งเสริมปลูกสมุนไพรไทยบึงกาฬ ๐๙-๓๕๒๕-๒๗๒๗ ที่ได้ส่งสมุนไพรชาพิฆาต ๙ เซียนมาให้ โดยรวมสมุนไพรที่คัดสรรแล้วเรียกว่ายอดเซียนในการป้องกันบำบัดมะเร็งถึง ๙ ชนิด ผมต้มดื่ม ต่อเนื่อง ๑ สัปดาห์ เป็นการล้างพิษ อย่างน้อยก็จะได้สบายใจไปอีกเปราะหนึ่ง เหมือนรถยนต์ใช้มานานก็ต้องล้างหม้อกรองเสียบ้าง สมุนไพรชุดนี้ดื่มแล้วรู้สึกสบายตัว กินข้าวได้เยอะ เปลืองข้าว ฮ่าๆๆ    
                              ---------------------------------------------------------------------
                          ในตำราแพทย์บันทึกไว้ว่าโดยหลักใหญ่มะเร็งนั้นมี ๔ ชนิด               
๑ มะเร็งเพลิง เป็นที่ใดก็ได้ เช่นที่กราม รักษาได้
๒ มะเร็งไร เป็นบนผิวหนัง ในลักษณะต่างๆ มีโอกาสที่จะรักษาให้หายได้
๓ มะเร็งคุด เป็นได้ทั้งภายในภายนอกกินลึก เข้าไปถึงอวัยวะภายในและกระดูกจนกระดูกผุ ยังมีโอกาสที่แพทย์จะแสวงหายาและวิธีการที่จะรักษาให้หายได้ ตามแต่แพทย์ฝ่ายใด-คนใด มีความสามารถและมีตัวยาอะไรดีกว่า
๔ มะเร็งลาม เป็นมะเร็งที่แพทย์แผนปัจจุบันเรียกว่า Cancer เป็นที่ใดแล้วจะลามไปทำลายอวัยวะส่วนนั้นๆให้ผุพังเน่าเปื่อยไปทุกๆวัน การรักษาจึงเป็นเพียงเยียวยาไปตามเรื่องตามราว ผู้ป่วยจึงมีแต่ทรงกับทรุด
                                 ----------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
  


 
 
 
 
 
   

blog comments powered by Disqus