สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็งระยะสุดท้าย
                        มะเร็งระยะสุดท้าย
                          “แม่หมอเทวดา”
                                                                                 จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
              หลังจากทราบข่าวจากคุณธนา แฟนเว็บ Jamrat.net แนะนำมาว่ามีแม่หมอเทวดาที่สามารถรักษามะเร็งและเอดส์ได้ ด้วยความอยากรู้เพื่อนำมาเผยแพร่ให้กับผู้ป่วยทั้งมะเร็งและเอดส์ที่หมดหวังนอนรอความตายนับวันนับชั่วโมงก่อนหมดลมหายใจได้มีความหวังมีรอยยิ้มขึ้นมาได้อีก
             ฤกษ์ดีของผมเช้ามืดวันที่ ๒๖ สิงหาตม ๒๕๕๖ ขับรถไปตามถนนเส้นทางรังสิต-นครนายก-ปราจีนบุรี จุดหมายปลายทาง ต.โคคลาน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ขับไปถามไปจนถึงสี่แยกโคคลาน เห็นด่านตำรวจและป้อมยามด้านขวามือแล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ ๒๐๐ เมตร เห็นป้ายบ้านซับม่วงให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกจนกว่าจะมองเห็นตู้โทรศัพท์สาธารณะสีฟ้าตู้ที่สองด้านขวามือ สังเกตบ้าน ๒ ชั้นที่รั้วบ้านมีป้ายเขียนว่า ที่ทำการกองทุนเงินแม่ของแผ่นดิน บ้านซับม่วง ครัวเรือนต้นแบบ หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง นายประยูร  ยื่นสุข ๕๙๙ หมู่ ๒ บ้านซับม่วง ต.โคคลาน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว กลุ่มหมอยาพื้นบ้านและสมุนไพรไทย ศูนย์จำหน่ายเสื่อทอพื้นบ้าน ( ไหล,กก)
          ข้างบ้านมีถนนเล็กๆเข้าไปหลังบ้านมองเห็นลานกว้างสำหรับจอดรถผมขับเข้าไปจอด หลังบ้านมีศาลาไม้ยกพื้นสูงประมาณหัวเข่า มองเห็นผู้ชายกับผู้หญิงวัย ๖๐ เศษ กำลังช่วยกันทอเสื่อกกอยู่บนศาลา ผมลงจากรถรีบพนมมือไหว้แนะนำตัวเอง แจ้งความประสงค์ที่เดินทางมา ทำให้ทราบว่าผู้หญิงที่ทอเสื่ออยู่คือ “ แม่หมอเทวดา” ส่วนผู้ชายที่ช่วยในการสอดเส้นเสื่อระหว่างการทอคือลุงประยูร ยื่นสุข สามีแม่หมอ ด้านบนศาลามีสมุนไพรมัดเป็นมัดๆขนาดกำมือยาวประมาณ ๑ คืบอยู่ในถุง ๒-๓ ถุง พร้อมกาน้ำต้มยา
           จากการพูดคุยทั้งสองท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดี โดยเฉพาะแม่หมอ ท่านได้เล่าให้ผมฟังว่า ในอดีตแม่หมอเคยป่วยหนักทั้งโรคตับอักเสบโรคไต นิ่วในถุงน้ำดีไปจนถึงน้ำท่วมปอดหลายโรคมารุมล้อม ต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจนไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล ต้องนอนรอที่โรงพยาบาลให้สามีและญาติทำงานหาเงินทะยอยมาจ่ายค่ายาให้
          อยู่มาคืนหนึ่งนอนหลับมีจิตนิมิตฝันว่ามีลุงคนหนึ่งพาไปค้นหายาสมุนไพรในป่า และได้แนะนำสมุนไพรที่พบเห็นอยู่หลายชนิดในการรักษาโรค ลุงคนนั้นบอกว่าให้จดจำแล้วนำไปช่วยเหลือคนป่วย วันต่อมาอาการป่วยของแม่หมอหายไปเองโดยไม่ได้กินยาอะไรเลย เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจ
         หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ยังไม่กล้าไปรักษาใครกลัวว่าเขากินแล้วตาย จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๓๕ มีผู้ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายที่หมอโรงพยาบาลไม่รับแล้ว กลับบ้านมานอนรอความตาย จึงตัดสินใจลองรักษาดู ปรากฏว่าวันแรกที่ผู้ป่วยกินยา ถ่ายออกมาเป็นลิ่มเป็นถุงเป็นยวงออกมาดำๆเต็มไปหมด หลังจากนั้นกินยามาเรื่อยๆอาการก็ดีขึ้นจนหาย จนชาวบ้านแตกตื่นเหมือนผึ่งแตกรัง ขนานนามแม่หมอว่า “แม่หมอเทวดา” ตั้งแต่บัดนั้นมา
    ระหว่างคุยลุงประยูร ยื่นสมุดเยี่ยมทะเบียนผู้ป่วยให้ผมดู ๓-๔ เล่ม ซึ่งบอกว่านี่เป็นบางส่วนยังมีอีกมากกว่านี้ ขนาด ๒-๓ เล่มที่เห็นก็ทีผู้ป่วยนับหมื่นแล้ว ผมมองไปที่ภาพบนเสาศาลาที่มีรูปหญิงวัยกลางคนหน้าตาดี ถามแม่หมอว่ารูปใครครับ แม่หมอบอกว่าเป็นรูปหม่อมที่เคยมารักษามะเร็งปัจจุบันท่านอายุ ๘๐ ปีแล้วยังมีชีวิตอยู่
       สำหรับแนวทางการรักษาของแม่หมอเทวดา ผู้ป่วยต้องมาเอง บูชาครูคนละ ๕ บาทพร้อมธูปเทียน หลังจากนั้นแม่หมอจะทำนายทายทัก โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องบอกอะไร แม่หมอจะพูดไปตามที่แม่หมอต้องการจะพูดพูดไปตามธรรมชาติที่จะมีอะไรมาดลใจให้พูด แล้วผู้ป่วยและญาติจะรู้เองว่า ท่านพูดตรงหรือไม่ วันนั้นแม่หมอเล่าให้ผมฟังว่า โรคทุกโรคเกิดจากเชื้อราแล้วพัฒนาตัวเองลุกลามไปทั่วร่างกาย ตามแต่เจ้ากรรมนายเวรต้องการ
    “ ยาที่แม่หมอให้ไป เป็นยาสมุนไพรขอหาย ผู้ป่วยต้องมาขอหายเอง ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรมาขอหายได้ แล้วแม่หมอจะดูเองว่าจะหายหรือไม่หาย ถ้าไม่หายก็จะไม่จัดยาสมุนไพรขอหายให้ ให้ไปก็เปลืองยาเปล่าๆ ยาสมุนไพรขอหายมี ๑๔ มัด ให้ต้มดื่มไปเรื่อยๆจนครบ ๑ เดือนหลังจากนั้นให้ใช้สมุนขอหายมัดที่ ๑๕ มัดสุดท้ายที่มีตัวยาสมุนไพรแตกต่างจาก ๑๔ มัดเป็นชุดถอนรากถอนโคนดื่มอีก ๖ วัน”
      โรคมะเร็งโรคเอดส์ถือเป็นโรคหนัก เป็นโรคนายประหาร โรคเบาหวานเป็นโรคนายทรมาน โรคอื่นๆถือเป็นโรคเบา โรคส่วนใหญ่ก่อกำเนิดจากเชื้อราแล้วพัฒนาขึ้นมา ไล่ไม่หนี ตีไม่ออก มีแต่แถมโรคมาเรื่อยๆ ผู้ป่วยต้องมีสัจจะในตัวเองจึงจะหายเร็ว
         แม่หมอเทวดาบอกว่าสมุนไพรนี้สามารถจับตัวยาได้ ๒ คน คือคนต้มยากับคนกินยา ผู้ป่วยกินได้คนเดียว คนอื่นห้ามกิน เมื่อใส่ยาหม้อไหนแล้วต้องใช้หม้อนั้นห้ามเปลี่ยนหม้อยา เวลาเปลี่ยนสมุนไพรในหม้อยาเพื่อเอาชุดใหม่ลงห้ามเปลี่ยนวันพระ เวลาดื่มให้ดื่มต่างน้ำได้ทุกช่วง ระหว่างคุยผมมองเห็นขันน้ำยาสมุนไพรขอหายวางอยู่ข้างหม้อยา จึงขออนุญาตแม่หมอซดไปเกือบหมด รสชาดฝาดๆกลิ่นไม้ยาจืดๆแต่ดื่มสักพักจะมีรสหวานนุ่มๆปรากฏขึ้นมาดื่มง่าย
        แม่หมอกำชับว่าให้ดื่มสมุนไพรขอหายอย่างเดียวไม่ต้องไปสนใจอะไร ดื่มแล้วจะปวดจะเมื่อยจะเกิดปฎิกิริยาต้านอย่างไรไม่ต้องสนใจดื่มไปเรื่อยๆบางคนอาจจะมีอาการบ้างไม่กี่วันแล้วจะดีขึ้นผู้ป่วยจะรู้เองว่าอาการของตัวเองดีขึ้น บางรายวันสองวันก็รู้แล้ว ต้องดื่มจนหมดตัวยาที่จัดให้
       ของต้องห้ามเนื้อสัตว์และแมลงทุกชนิด ประเภทผักห้ามกินผักที่มีเครือเลื้อย เช่น ยอดบวม ยอดฟักทอง ผักมีขน มีข้อ มีกอ มีหน่อ ประเภทผลไม้ห้ามกินลำไย สับปะรด ขนุน ทุเรียน กล้วย ของหมักดอง เช่น หน่อไม้ดอง ผักดอง อาหารทะเล และอาหารในงานศพ ประเภทเครื่องดื่ม เหล้า เบียร์ กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง  ประเภทปลากินได้เฉพาะปลามีเกล็ด เช่นปลานิล ปลาใน ปลาขาว ปลาตะเพียน ปลาทับทิม นอกนั้นห้ามกิน ถ้าท่านปฏิบัติได้ดังคำแนะนำโรคที่ท่านมีอยู่ทุกโรคหายแน่นอน
        สำหรับค่ายาสมุนไพรขอหาย เพื่อสนับสนุนทางกลุ่มชาวบ้านที่ต้องไปหาสมุนไพรในป่าราคาค่างวดก็ไม่แพงเพียงสามร้อยกว่าบาทเท่านั้น วันนั้นผมสนับสนุนไปห้าร้อยบาทท่านก็จะทอนให้ผมบอกว่าไม่เป็นไรยินดีสนับสนุนท่านก็ตอบกลับว่าถ้าอย่างงั้นเอาเสื่อที่ท่านทอไปผืนหนึ่งฮ่าๆๆ
      เอ้า...ลืมบอกไปหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ “แม่หมอเทวดา” ให้ประสานลุงประยูร ยื่นสุข ๐๘-๗๙๖๕-๐๕๐๖ และ ๐๘-๑๐๗๕-๑๔๗๗ ขอใหทุกท่านโชคดีนะครับ แล้วอย่าลืมแวะเที่ยว “ละลุ” คำว่าละลุเป็นภาษาเขมรแปลว่าแผ่นดินยุบ อยู่บริเวณใกล้กัน อยู่ที่บ้านคลองยาง ต.ทับราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ติดต่อรถอีแต่นนำเที่ยวและโฮมสเตย์ที่คุณวรวุฒิ  ประเถตัง ๐๘-๙๐๖๔-๙๘๙๒ ผมไปมาแล้วสนุกดี สวยและแปลก ถือเป็นดินแดนมหัศจรรย์ ฮ่าๆๆ
                                                -------------------------------------------------------- 

blog comments powered by Disqus