สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

เห็ดหลินจือ
                                             เห็ดหลินจือ  (Lingzhi)
                                  
“ราชาสมุนไพรรักษามะเร็ง”
                                                                                    จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง


       ต้องยอมรับว่าสมุนไพรเห็ดหลินจือ หรือหลายคนขนานนามว่า
“ราชาแห่งสมุนไพร”  “สมุนไพรหมื่นปี” ก็มี แสดงว่าสรรพคุณของเห็ดหลินจือไม่ธรรมดา เห็ดหลินจือมีการบันทึกไว้ในคัมภีร์แพทย์และเป็นยาสมุนไพรจีนที่ใช้กันมานานกว่า ๒,๐๐๐ ปี มาแล้ว นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้เป็นต้นมา ตามประวัติจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้ได้มอบหมายให้ปราชญ์ชื่อ ฉือฟู่ นำทหารกว่าพันคนไปค้นหายาอายุวัฒนะที่เรียกว่า “หญ้าเก้ากิ่ง” บนเกาะทางฝั่งตะวันออกของประเทศจีน พืชที่มีการแตกกิ่งก้านออกเป็นเก้าแฉกนี้มีส่วนคล้ายเห็ดหลินจือ
         เห็ดหลินจือเป็นของหายากมีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน และได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณ
“เสินหนงเปินเฉ่า” ซึ่งเป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีนมีคนนับถือมากที่สุด ได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” (Spiritual essence) มีพลังมหัศจรรย์ บำรุงร่างกายใช้เป็นยาอายุวัฒนะในการยืดอายุออกไปให้ยืนยาว ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง ชาวจีนโบราณต่างยกย่องเห็ดหลินจืออย่างเหนือชั้น ว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน นอกจากจะมีสรรพคุณเหนือชั้นกว่าแล้วยังปลอดภัยไม่มีพิษใด ๆ ต่อร่างกาย
    เห็ดหลินจือทั่วโลกมีอย่างน้อย ๑๑๓ สายพันธ์ แบ่งตามสีได้ ๖ สี คือเขียว เหลือง ม่วง ขาว ดำและแดง เห็ดหลินจือที่นิยมใช้เป็นยาคือเห็ดหลินจือแดง ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า กาโนเดอร์มา  ลูซิดัม ในจีนเรียก ซื่อจือ หรือคันจือ ส่วนในญี่ปุ่นเรียกว่า เรอิชิ หรือ เรชิ และอาจเรียกว่า มันเนนตาเกะ ซึ่งแปลว่า เห็ดหมื่นปี
        เห็ดหลินจือในสมัยโบราณ กล่าวกันว่า สามารถทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ให้พลังชีวิตมากขึ้น ใช้บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้มีกำลัง ทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ชัดเจนดีขึ้น ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีหน้าแจ่มใส ชะลอความแก่ ส่วนสรรพคุณอื่นๆที่ได้รวบรวมไว้ได้แก่ รักษาและต้านมะเร็ง รักษาโรคตับ ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะต่อมลูกหมากโต ปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำ ภาวะมีบุตรยาก การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โรคภูมิแพ้ โรคประสาท ลมบ้าหมู เส้นเลือดอุดตันในสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์ โรคเอสแอลอี เส้นเลือดหัวใจตีบ ตับแข็ง ตับอักเสบ ปวดประจำเดือน ริดสีดวงทวาร อาหารเป็นพิษ แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ บำรุงสายตา และความเชื่อดังกล่าว ยังคงสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
         เห็ดหลินจือมีสารโพลีแซคคาไรด์ ซึ่งเป็นสารยับยั้งอาการต่างๆ ข้างต้น เห็ดหลินจือในแต่ละชนิดจะมีปริมาณสารโพลีแซคคาไรด์ในปริมาณที่แตกต่างกัน แต่สายพันธุ์ที่มีสารโพลีแซคคาไรด์มากที่สุด คือ เห็ดหลินจือสีแดง ซึ่งมีงานวิจัยต่างๆ พบว่า
มีสารโพลีแซคคาไรด์มากที่สุดในบรรดาเห็ดหลินจือทั้งหมด โพลีแซคคาไรด์มีอิทธิพลในการต่อต้านเซลล์มะเร็งเรียกว่า เบตา-ดี-กลูแคน หรือเรียกสั้นๆว่า “กลูแคน”
       เห็ดหลินจือแดง มีกรดอะมิโนที่มีความจำเป็นต่อร่างกายครบถ้วนทั้ง ไอโซลิวซีน ลิวซีน ไลซีน เมไทโอนีน ฟินิลอะลานิน ทรีโอนีน ทริปโตฟาน  แลวาลีน รวมทั้งฮีสติดีน และวิตามินที่แยกได้ในเห็ดหลินจือคือ วิตามีนบี ๑ บี ๒ บี ๖ ดีโคลีน ไนอาซีนและอินโนซิทอล และเกลือแร่ที่พบมีหลายชนิดแตกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิด ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม  โซเดียม  โปแตสเซียม ฟอสฟอรัส  สังกะสี  ทองแดง เหล็ก นิเกิล  โคบอลต์  โครเมี่ยม โดยเฉพาะแร่ธาตุหายากที่ไม่ค่อยพบในพืชอื่นๆ เช่น โมลิบดีนัม ลิเทียม เยอร์มาเนียม สะตรอนเตียม ติตาเนียม โบรอนเป็นต้น

      ศาสตราจารย์ ดร.ฟูกูมิ  โมริซิเงะ ประธานโรงพยาบาลนากามูระ ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรม ได้ศึกษาสารอาหารที่เหมาะสม ช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกร้าย (มะเร็ง) ในระยะแรก เขาให้วิตามินซีแก่คนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดมะเร็งออกจากร่างกาย เพื่อให้แผลผ่าตัดของคนไข้หายเร็วขึ้น ผลปรากฏอาการหลังผ่าตัดดีขึ้นมากผิดปรกติจากที่เคยพบ
    ในระยะหลังเริ่มมีการนำสารสกัดจากเห็ดหลินจือมาใช้ในการต้านมะเร็งผลปรากฏว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันและรักษามะเร็งทั้งชนิดที่ช่วยให้อาการไข้ฟื้นคืนสู่สภาพปรกติอย่างรวดเร็วหลังการผ่าตัดเนื้อร้ายออก ทั้งชนิดที่ไม่อาจผ่าตัดได้ แต่ใช้วิธีรักษาโดยการควบคุมสารอาหารเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ยืนยันวิธีนี้ได้ผลคือ การรักษามะเร็งลำไส้ของอดีตประธานาธิบดี โรนัล เรแกน แห่งสหรัฐอเมริกา
       นอกจากนั้นมีข้อมูลว่าคุณรุจน์ บุตรชายของพลโทเฉลิม  โพธิพรรค ได้รับคำแนะนำจาก ฯพณฯองคมนตรี พลเอกพิจิตร กุลละวาณิชย์ ถึงประสิทธิภาพของเห็ดหลินจือ จึงติดต่อโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา และได้รับเห็ดหลินจือชนิดฝานจำนวน ๒๐ ห่อ นำไปต้มให้คุณพ่อคือพลโทเฉลิม โพธิพรรค ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ดื่มที่ต่างประเทศ โดยใช้เห็ดหลินจือ ๖-๑๐  ชิ้น ต้มกับน้ำ ๑  ลิตร หลังจากน้ำเดือดแล้วต้มต่ออีกประมาณ ๑๕  นาที ดื่มต่างน้ำทั้งวัน
      พลโทเฉลิม เริ่มดื่มน้ำเห็ดหลินจือหลังการผ่าตัดไปแล้วประมาณ ๒ เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาหลังจากการทำเคมีบำบัดได้ระยะหนึ่ง ปรากฏว่าน้ำต้มเห็ดหลินจือสามารถช่วยบรรเทาอาการแพ้ได้ เพราะการให้เคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งจะทำให้เกิดอาการปากแห้ง คลื่นไส้  เบื่ออาหาร


      มะเร็งแม้เป็นโรคที่ร้ายแรงและรักษาได้ยากแต่หากได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆหรือมีการป้องกันสร้างภูมิคุ้มกันไว้ก่อนก็สามารถเป็นเกราะดูแลสุขภาพได้ แต่ถึงแม้ป่วยเป้นมะเร็งอยู่ในการดูแลของแพทย์ ฉีดคีโม ท่านก็สามารถใช้เห็ดหลินจือควบคู่ไปด้วยเพื่อฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วยให้แข็งแรงเปรียบประหนึ่งท่านมีเชือก ๒ เส้นในการปีนป่ายหน้าผาที่สูงชัน โอกาสรอดย่อมมีมากว่า
    ด้วยความกลัว และมีโอกาสได้พบเห็ดหลินจือแบบฝานเป็นแผ่นของบ้านส่งเสริมปลูกสมุนไพรไทย ที่ ตำบลปากคาด อ.ปากคาด จังหวัดบึงกาฬ (๐๙-๓๕๒๕-๒๗๒๗) ที่นำมาจากประเทศจีน จึงได้สนับสนุนมา ๒ ซอง ขนาด ๘๐ กรัม กลับถึงบ้านหยิบมา ๑ กำมือใส่หม้อต้มน้ำร้อนเทน้ำลง ๑ ลิตร พอเดือดกลิ่นก็เริ่มโชยมาเหมือนยาจีน ต้มต่ออีก ๑๕ นาที รินไส่แก้ว รอให้อุ่น หยิบขึ้นมาซด คำแรกพอน้ำเห็ดหลินจือเข้าปาก เจ้าพระคุณทูนหัวเอ่ย....ขม..ข้ม...ขม...อย่าบอกใครเลย กล้ำกลืนฝืนกลืนหมดไปครึ่งถ้วย คิดในใจ เชื้อร้ายที่อยู่ในตัวเรา...มึงโดนแน่..ขนาด..กรู..ก็แทบแย่..ฮ่าๆๆๆ

       ผู้ป่วยมะเร็งที่ฉีดคีโมแล้วเบื่ออาหาร กินข้าวไม่ได้ ลองกินดูนะครับมีหลายรายใช้ได้ผลมาแล้ว ทำให้ร่างกายแข็งแรง และกระตุ้นสร้างภูมิคุ้มกันไว้ต่อกรกับมะเร็งร้ายได้ด้วย กินทั้งป้องกันและรักษา มะเร็งไม่กล้ากล้ำกราย กินแรกๆอาจมีอาการปวดหนัก ( เสือพบสิงห์แล้ว)  ให้ผ่อนการดื่มลงแล้วค่อยเริ่มใหม่ ขอให้ท่านได้ดื่มเห็ดหลินจือให้ได้ มะเร็งมันจะได้รู้ว่าเรารู้ทางมวยมันแล้ว ฮ่าๆๆ
                                       -------------------------------------------------------- 

blog comments powered by Disqus