สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ปลาไหลเผือก-ขมสามดอย-ท่านเจ้าคุณกวนเมีย
               ปลาไหลเผือก
             ขมสามดอย  ท่านเจ้าคุณกวนเมีย

ยอดยาอายุวัฒนะ สมุนไพรคู่ใจ...พรานไพร คู่กายของชายชาตรี
                                       จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
         ที่เรียกสมุนไพรชนิดนี้ว่า "ปลาไหลเผือก" เนื่องจากรากของสมุนไพรชนิดนี้มีลักษณะเหมือนปลาไหลเผือก คือมีสีขาวยาวๆ เหมือนปลาไหลเผือกและยังมีรากเดียว บางครั้งจึงมีคนเรียกว่า พญารากเดียว ซึ่งทางอีสานเรียก เอี่ยน ด่อน (ภาษาอีสานเรียกปลาไหลว่า เอี่ยน ส่วนด่อนภาษาอีสานหมายถึง เผือก) คนอีสานบางท้องที่เรียกปลาไหลเผือกว่า หยิกบ่ถอง ส่วนรากปลาไหลเผือกถ้ามีอายุหลายปี จะมีความยาวมาก บางครั้งยาวมากกว่าความสูงของคนเสียอีก จนทำให้บางท้องที่เรียกปลาไหลเผือกว่า ตรึงบาดาล
       ชาวไทยมุสลิมภาคใต้จะเรียกปลาไหลเผือกว่า ตงกัท อาลี (Tongkat Ali) ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับที่คนมาเลเซียเรียกกัน “ตงกัท” แปลว่าไม้เท้า “อาลี” คือ นักรบที่เก่งกล้า มีพละกำลังแข็งแกร่ง ในประวัติศาสตร์ของศาสนาอิสลาม ท่านอาลีรบเคียงข้างมากับท่านศาสดานบีมูฮำหมัด (ซ.ล) ดังนั้นชื่อ “ตงกัทอาลี” จึงมีความหมายถึงความทรงพลังและความมีอายุยืน
       จากการเรียกชื่อเช่นนั้นทำให้เชื่อกันว่า ปลาไหลเผือกเป็นสมุนไพรที่มีการใช้มานานนับพันปีแล้ว ชุมชนในสามจังหวัดภาคใต้ นิยมนำทั้ง “แก่นและราก” ของตงกัทอาลีมาต้มน้ำกินวันละ ๓-๔ ครั้งและก่อนนอน ถือเป็นยาโด๊บชั้นยอด สามารถบำรุงกำลังและบำรุงสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย แม้จะมีรสขมจัดก็ตาม นอกจากต้มกินแล้วบางคนยังใช้ทำเป็นชา ชงกินต่างใบชา เพื่อบำรุงกำลัง นอกจากจะใช้ประโยชน์ในการเป็นยาโด๊บแล้ว “ตงกัท อาลี” ยังใช้ต้มกินเพื่อป้องกันและรักษาไข้ป่า แก้ปวดเมื่อย แก้ปวดทั่วไป

      สำหรับตำนานชาวอิสาน สมัยก่อนนายฮ้อย หรือผู้ต้อนฝูงควายตระเวนขายตามหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศไทย ต้องร่อนเร่ข้ามเขา ข้ามห้วย บางครั้งต้องเดินทางผ่านป่าผ่านดงเป็นเดือนๆ สมุนไพรบำรุงกำลังที่คู่มากับการเดินทางไกลและยาวนานก็คือ ปลาไหลเผือก พวกนายฮ้อยจะใช้รากปลาไหลเผือกต้มน้ำดื่ม ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง อดทน คลายอาการปวดเมื่อย ป้องกันและรักษาอาการไข้ขึ้นระหว่างเดินทาง ทำให้แผลหายเร็วขึ้นด้วย และยังใช้รากปลาไหลเผือกผสมกับสมุนไพรโลดทะนงแดง ทารกวัวรกควายเพื่อเบื่อหมาในที่มักชอบมาขโมยลูกวัวลูกควายคลอดใหม่ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการดื่มน้ำต้มรากปลาไหลเผือกนอกจากเพื่อบำรุงกำลังให้ข้ามเขาข้ามห้วยได้แล้ว ยังกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี บรรเทาอาการผื่นคันบริเวณผิวหนัง
     พรานป่าในอดีตเวลาเดินป่าจะขาดสมุนไพรปลาไหลเผือกไม่ได้ เพราะปลาไหลเผือกต้มกินทำให้มีกำลังเดินป่าเดินเขา ใช้รักษาไข้ป่า เวลาที่ปวดท้องอย่างแรง (กระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน) ถ้าใช้ต้มกินหรือเคี้ยวกินทันทีอาการจะหายเป็นปลิดทิ้ง หรือถ้ามีอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะก็ใช้ได้ผล
       นอกจากนั้นรากปลาไหลเผือกใช้ในการรักษาตัดไข้ แก้พิษทุกชนิด เช่น พิษแมลงสัตว์กัดต่อย พิษฝี ทั้งฝีภายใน ฝีภายนอก และพุพอง พรานสมัยก่อนจึงมักจะมีรากปลาไหลเผือกตากแห้งติดตัวติดบ้านไว้เสมอ

      หมอล้านนาเรียกสมุนไพรปลาไหลเผือกว่า ขมสามดอย อันมีความหมายถึงเดินขาลากไปสามดอยแล้วยังไม่หายขม หรือทำให้มีกำลังเดินได้ถึงสามดอยว่างั้นเถอะ
        การศึกษาวิจัยสมัยใหม่ สารสกัดรากปลาไหลเผือกทำให้เกิดการตื่นตัวทางเพศ ทำให้มีความคงทนในการมีเพศสัมพันธ์ได้นานขึ้น  จากความเชื่อของคนพื้นเมืองในประเทศที่มีสมุนไพรปลาไหลเผือกอยู่ เชื่อว่าสมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณในการเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งมีการศึกษาทั้งในหนูสูงอายุ หนูอายุปานกลาง หนูหนุ่มที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ พบว่า กลุ่มที่ได้รับสารสกัดรากปลาไหลเผือกถูกปลุกเร้าทางเพศและมีความคงทนในการมีเพศสัมพันธ์ได้ดีกว่าหนูกลุ่มควบคุม ซึ่งการศึกษาดังกล่าวสนับสนุนการใช้ประโยชน์ของคนพื้นเมืองเหล่านั้น แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการศึกษาในคนถึงประสิทธิผลของสมุนไพรชนิดนี้
           
สารที่มีรสขมในรากปลาไหลเผือกคือ Eurycomalactone, Eurycomanol และ Eurycomanone ทั้งสามชนิดมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อมาเลเรียฟาลซิปาลัม (Plasmodium falciparum)     สารสกัดรากปลาไหลเผือกมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งปอด (Human lung cancer (A-549) cell lines) มะเร็งเต้านม (human breast cancer (MCF-7) cell lines) และ ต้านเชื้อ HIV
               
เดือนสิงหาคม ๒๕๔๕ ผมได้เห็นต้นปลาไหลเผือกที่ผาแต้มจังหวัดอุบลราชธานีโดยเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้แนะนำและ อาทิตย์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ผมไปเดินในงานเกษตรแฟร์ ที่หาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม.ได้พบกับ อาจารย์ลัดดา  แซ่ภู่ มาออกร้านสมุนไพรผมได้พูดคุยและซื้อมา ๔-๕ ราก ล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๕-๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๖ ผมไปลาวใต้ที่ปากเซแขวงจำปาสักได้เห็นต้นปลาไหลเผือกอีกครั้งที่น้ำตกคอนพะเพ็งมีชาวบ้านนำมาขาย ผมซื้อมา ๑๐ ต้นชาวบ้านที่นี่เรียก “เอี่ยน ด่อน”  ที่นำมาขายได้มาจากตะเข็บชายแดนลาว-กัมพูชาและไทย สรรพคุณชาวบ้านบอกแก้โรคเบาหวานอาจเป็นเพราะความขมของเอี่ยนด่อนเข้าไปสลายความหวานก็เป็นได้ (โรคเบาหวานทำให้เสื่อมสมรรถนะทางเพศ)ผมจัดแจงห่อลงกระเป๋าเพื่อโหลดลงเครื่องบินกว่าจะได้กลับปาเข้าไป ๒ วันเพราะภารกิจที่ลาวยังไม่เสร็จ กลับถึงกรุงเทพฯรีบเอาลงดินปลูก เฝ้าดูแลอยู่หลายวันต้นปลาไหลเผือกก็เริ่มสดชื่นเขียวขจีจนถึงบัดนี้ ฮ่าๆๆ รอดแล้ว ..ผมปลูกไว้เพื่อศึกษาครับ กว่าจะโต ๕-๖ ปีคงรอเอาผลผลิตไม่ไหว ถ้าใครเห็นที่ไหนหามาปลูกอนุรักษ์ไว้นับวันหายากแล้ว เพราะ ๑ ต้น ๑ ราก ยาวเหมือนไม้เท้า
        สรุปแล้วคือพญารากเดียว ขมสามดอย ปลาไหลเผือกมีสรรพคุณรักษาโรคตับ, โรคปอด, โรคเลือด, น้ำเหลืองไม่ดี, ตกขาว, ประจำเดือนดำ, เหนื่อย, เวียนหัว, โรคเบาหวาน, ประดงต่างๆ, ริดสีดวง, เส้นเอ็นอักเสบ, ปวดหลัง, ปวดเอว, หัวเข่า, ข้อ, ภูมิแพ้, หอบหืด, เท้าชา, มือชา, เกร็ดเงิน, ขับสารพิษ, ความดันโลหิตสูง, ไมเกรน, ประจำเดือน, อัมพฤกษ์ , มะเร็ง , ฝีภายใน, TB ชนิดบวม, โรคกระเพาะอาหาร นอนไม่หลับ ชลอความชรา เพิ่มเชื้ออสุจิมีสมรรถภาพทางเพศแข็งแรง ในอดีตใช้ต้มกิน ปัจจุบันมีการนำมาบรรจุแคปซูลแล้ว กินเช้า-เย็น สบายตัวฮ่าๆๆ
                                 -----------------------------------------------------------------
บันทึกลับ....ที่ประจวบคีรีขันธ์ เรียกปลาไหลเผือกว่า...ต้นเจ้าคุณกวนเมีย ฮ่าๆๆๆ      ชาวไทยมุสลิมใช้มาแต่โบร่ำโบราณเรียก..ตูกะอาลี ( เมียหนี) ฮ่าๆๆ      หมอบางคนเรียก “แมวไม่อยู่หนูร่าเริง” (เมียเผลอแล้วคึก) ฮ่าๆๆๆ    แก้โรค ๑๐๘ โรคตับ ปอด น้ำเหลืองไม่ดี ตกขาว ประจำเดือนมีสีดำ   ปวดข้อ ปวดหลังปวดเอว มือเท้าชา เพิ่มเชื้ออสุจิ สะเก็ดเงิน ความดันโลหิตสูง  ไมเกรน  ปวดฟันนำผงขมสามดอยอุดฟันบริเวณที่ปวด อม ๕ นาทีหายปวด  ขมสามดอยผสมน้ำมะนาวทาแก้งูสวัด-เริมได้ผลดี
              กินขมสามดอย ปลาไหลเผือกหรือท่านเจ้าคุณกวนเมีย (ชื่อบอกอยู่แล้ว) กิน ๒ แค็ปซูลก่อนนอนตามด้วยน้ำอุ่นหรือสไปรท์เป็นยาโด๊ปชั้นดี  ควรมีไว้ให้นักมวยมุมแดง-มุมน้ำเงินกิน (เข้าค่าย) ก่อนชกประมาณ ๒-๓ เดือน ร่างก่ายจะฟิตเปรี๊ยะ ทั้งหญิงชาย ฮ่าๆๆ
               สนใจติดต่อ....คุณบัวคำ บ้านส่งเสริมสมุนไพรไทย ๐๙-๓๕๒๕-๒๗๒๗  รายได้..เพื่อโครงการอนุรักษ์พืชสมุนไพรไทย
                 ---------------------------------------------------------------------------- 

blog comments powered by Disqus