สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ฮอร์โมนไข่เพื่อสุขภาพ
                         ฮอร์โมนไข่เพื่อสุขภาพ   เอกสารแจกฟรีลำดับที่ ๑,๑๐๙
                                       จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
            ฮอร์โมนไข่ รู้จักกันแพร่หลายในกลุ่มเกษตรกรโดยอาจารย์สุวัฒน์  ทรัพยะประภา วิทยาศาสตร์บัณฑิตจากรั้วมหาวิทยาลัยมหิดล ฉายานักวิจัยเท้าเปล่าที่เกษตรกรขนานนามให้ แรกๆนำมาเผยแพร่นั้นผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับพืชได้ผลดีมาก ต่อมาอาจารย์พัฒน์ สันทัด วิทยากรด้านการเกษตรได้นำไปสอนชาวบ้านที่จังหวัดเชียงรายเมื่อปี ๒๕๔๘ มีลูกศิษย์คนหนึ่งชื่อ นายสมเดช  กองเป็ง ทดลองนำไปเลี้ยงเป็ด ปรากฏว่าเป็ดแข็งแรง ไข่ดก นายสมเดช จึงลองกินเอง ปรากฏว่าโรคที่เคยเจ็บป่วยออดๆแอดๆปวดๆเมื่อยๆหายไป ร่างกายแข็งแรง ทำงานไม่เหนื่อย
          หลังจากนั้นจึงรายงานให้อาจารย์พัฒน์  สันทัดได้ทราบ อาจารย์พัฒน์จึงลองกินดูปรากฏว่า ร่างกายแข็งแรงไม่เพลีย โรคกระดูกต้นคอเสื่อมและปวดเมื่อยหายไปเป็นปลิดทิ้ง จึงนำเผยแพร่มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ โดยสูตรเดิมที่ใช้กับพืชใช้กากน้ำตาลเป็นส่วนผสม ต่อมาเปลี่ยนมาใช้น้ำตาลทรายแดง และน้ำผึ้งในที่สุด ( ฮอร์โมนนี้มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย ค่า PH
๔.๕ เชื้อโรคอยู่ไม่ได้ในสภาพความเป็นกรดเช่นนี้)
      ระยะหลังทั้งอาจารย์สุวัฒน์  ทรัพยะประภา และอาจารย์พัฒน์  สันทัด ได้นำมาเผยแพร่ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยในรายการทั่วทิศถิ่นไทยที่ผมดำเนินรายการ ออกอากาศเผยแพร่ทั่วประเทศ มีประชาชนสนใจนำไปทำและต่างตอบกลับมาว่าได้ผลดีต่อสุขภาพ แม้โรคที่คิดว่าจะรักษาไม่หายก็หายได้ จนเป็นที่ยอมรับของผู้ที่ได้ทดลองใช้อย่างกว้างขวาง
    สารที่ได้จากการทำฮอร์โมนไข่ คือกรดฟุลวิก ซี่งประกอบด้วย หน่วยย่อยของชีวิตที่เล็กที่สุด เรียกว่า เซลล์ ประมาณ ๕๐ ล้านล้านเซลล์ แต่ละเซลล์ดำรงชีวิตอย่างอิสระ บางชนิดแยกอยู่ลำพังเซลล์เดียว บางชนิดรวมกันทำหน้าที่เฉพาะอย่าง เป็นอวัยวะต่างๆ    ถ้าทุกเซลล์มีความแข็งแรง อวัยวะระบบต่างๆทุกส่วนก็จะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ร่างกายก็จะสมบูรณ์แข็งแรงตามไปด้วย เซลล์ทุกเซลล์ ต้องการสารอาหารมากถึง ๙๐ ชนิด แบ่งเป็นแร่ธาตุ ๕๙ ชนิด วิตามิน ๑๖ ชนิด กรดอะมิโน ๑๒ ชนิดและกรดไขมันจำเป็นอีก ๓ ชนิด เพื่อสุขภาพดี
    การกินอาหารครบ ๕ หมู่ แถมเสริมด้วยวิตามินแร่ธาตุ ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่า จะได้รับสารอาหารเหล่านั้นครบถ้วน ถ้าเซลล์ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ กรดฟุลวิก  ช่วยในการดูดซึมสารอาหารเหล่านั้น ทำให้ร่างกายสามารถต้านทานโรคและแก้ปัญหาสุขภาพได้ กรดฟุลวิก เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จากการย่อยสลายของอินทรียวัตถุโดยจุลินทรีย์ แต่คุณค่าของมันเพิ่งจะได้มีการค้นพบและเป็นที่รู้จัก ว่าสามารถสร้างสมดุลเพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์
     ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับจากกรดฟุลวิก ชูกำลัง ทำงานไม่เหนื่อย  ขจัดสารอนุมูลอิสระ และ ต้านออกซิเดชั่นคงความหนุ่มสาวผิวสวยเต่งตึง ดู  อ่อนกว่าวัยลดภาวะเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง และ ข้อต่ออักเสบ ขจัดโลหะหนักและสารพิษออกจากร่างกาย  นำแร่ธาตุสารอาหารเข้าสู่เซลล์  เพิ่มการเผาผลาญโปรตีน สู่การสังเคราะห์ DNA และ RNA
     นอกจากนั้น เป็นอีเล็กโทรไลต์ ธรรมชาติ พลังสูงรักษาสมดุลระดับเกลือแร่ และ ความเป็นกรด-ด่าง  รักษาสมดุลปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้าภายในเซลล์  เพิ่มกิจกรรมระบบน้ำย่อยต่างๆ อาหารถูกย่อยได้หมดไม่ตกค้างเน่าเสีย เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มซีดี ๔ในเอดส์   เพิ่มชีวประโยชน์ของสารอาหารและแร่ธาตุ
      ประโยชน์จากการใช้ภายนอก บำรุงผิวให้นุ่มนวลชุ่มชื้น ป้องกันฝ้าแดด ใช้สระผมนวดหนังศีรษะ ป้องกันผมร่วง
 รักษาบาดแผล รอยถลอกขีดข่วน ลดความเจ็บปวดและลบรอยแผลเป็นจากไฟไหม้  ลดรอยฟกช้ำดำเขียวจากการกระแทก  กำจัดเชื้อโรคน้ำกัดเท้า เท้าเปื่อย  ต้านเชื้อโรค และ กำจัดเชื้อราได้มากชนิด  รักษาอาการแพ้ผื่นคันจากแมลงมีพิษสัตว์กัดต่อย  ดับพิษของ Ivy และ Oak
    อาจารย์สุวัฒน์  ทรัพยะประภา เคยเล่าให้ผมฟังว่า     กรดฟุลวิก เป็นกรดฮิวมิกชนิดโมเลกุลเล็ก ซึ่งละลายได้ในน้ำ สามารถผลิตขึ้นจากการหมักไข่ไก่ กับกากน้ำตาล น้ำตาลทรายแดงและน้ำผึ้ง ด้วย จุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส และ ยีสต์ จาก ยาคูลท์ และ ลูกแป้งข้าวหมาก                              
    สำหรับการทำฮอร์โมนไข่ ประกอบด้วย ไข่ไก่สดทั้งเปลือก ๕ กก. น้ำผึ้งแท้ หรือ ผึ้งเลี้ยง ๕ กก. ยาคูลท์ ๑ ขวดและ
ลูกแป้งข้าวหมากบดละเอียด ๑ ก้อน สูตรเล็กไข่ ๑ กก. น้ำผึ้ง ๑ กก. ยาคูลท์ ๑ ขวด แป้งข้าวหมากบดละเอียด ๑/๔ ลูก
   วิธีทำ    ล้าง ไข่ให้สะอาดผึ่งลมให้แห้ง ห้ามใช้ผ้าเช็ด ตอกไข่ลงโหลแก้วหรือกระติกน้ำแข็งพลาสติกที่จะใช้สำหรับหมัก ซึ่งชั่ง น้ำผึ้ง ใส่ลงไปก่อนแล้ว นำเปลือกไข่ ไปตำให้ละเอียด แล้วใส่รวมลงไป ใส่ ยาคูลท์ ลงไป บี้ลูกแป้งข้าวหมากให้ละเอียด ใส่ลงไป คนให้เข้ากันใช้ผ้าขาวบางปิดทับ ก่อนปิดฝา เก็บไว้ในที่ร่มอากาศถ่ายเทสะดวก จากนั้น คน เช้า-เย็น ทุกวัน จนครบ ๑ เดือน กรองเอากากออก แบ่งใส่ขวดปิดฝาสนิทเก็บในตู้เย็นช่องแช่ผัก เน้นความสะอาดในทุกขั้นตอน
    กรณีทำปริมาณน้อย ไข่ กับ น้ำผึ้ง ลดลงได้ แต่ไข่กับน้ำผึ้ง ต้องเท่ากัน เช่นไข่ ๒ กก.ต้องใช้น้ำผึ้ง ๒ กก.ด้วย ส่วนยาคูลท์ และลูกแป้งข้าวหมากไม่ต้องลด ไม่ควรใช้นมเปรี้ยวอื่นแทนยาคูลท์และลูกแป้งเหล้าแทนลูกแป้งข้าวหมาก
วิธีใช้  รับประทาน ๑ ช้อนชา หลังอาหารเช้า และ ก่อนนอน ผสม  ๒-๓ หยด กับ น้ำ ๑ ช้อนชา ใช้ทาภายนอก
    การคนไข่เพื่อต้องการให้เปลือกไข่อยู่ที่ก้นภาชนะที่ใช้ในการหมักลอยตัวขึ้น โดย แคลเซียม คาร์บอเนต ในเปลือกไข่จะทำปฏิกิริยากับกรด ลดความเป็นกรดให้จุลินทรีย์ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ฮอร์โมนไข่ที่มีคุณภาพดีรสจะต้องไม่เปรี้ยวและยังให้ธาตุแคลเซียมไว้บำรุง กระดูกและฟัน อีกด้วย
   การคนแต่ละครั้ง ย่อมมีฮอร์โมนไข่ ติดอุปกรณ์ที่ใช้ในการคน ให้ลองชิมดูว่า หมดความคาวหรือยัง ถ้าคาวหมดก่อน ๓๐ วัน ให้คนจนครบ ๓๐ วัน แต่ถ้าครบ ๓๐ วันแล้วยังคาว ให้เพิ่มวันคนต่อไปจนกว่าจะหมดคาว ความหวานที่เหลือยู่ของน้ำผึ้งไม่ใช่ปัญหา ควรใช้ลูกแป้งข้าวหมาก ที่ทำใหม่ๆ เนื้อแป้งสีขาวล้วน ถ้าเหลืองคล้ำแล้ว ไม่ควรใช้ มั่นเช็ดบริเวณที่ว่างภาชนะและปากภาชนะหลังคนเสร็จทุกครั้งเพื่อป้องกันเชื้อรา                         (
www.Jamrat.net )  ๐๘-๒๗๙๖-๙๕๒๗
 
 
 
  
  

blog comments powered by Disqus