สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ฮอร์โมนไข่
                        ฮอร์โมนไข่
         
“อาหารเสริมที่ดีกว่ายา”
                                           จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
               ที่กล้ายืนยันว่าฮอร์โมนไข่เพื่อสุขภาพเป็นอาหารเสริมที่ดีกว่ายาเพราะได้ประสบพบเจอประสบการณ์ผู้ป่วยมามากต่อมากจากที่ได้เดินทางลงพื้นที่กับอาจารย์สุวัฒน์ ทรัพยะประภา นักวิจัยเท้าเปล่าจากมหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์พัฒน์  สันทัด ข้าราชการบำนาญ กรมการศึกษานอกโรงเรียน ผู้สวมวิญญาณครูเดินทางสอนลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศโดยไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ทั้งขับรถมอเตอร์ไซด์ โบกรถสองแถว นั่งรถเบ็นซ์ ๒๔ หน้าต่าง (รสบัส ) ฮ่าๆๆ ค่ำไหนนอนนั่น

 อ.สุวัฒน์  ทรัพยะประภา ๐๘-๑๘๖๐-๖๙๙๑

            หากย้อนถึงเส้นทางความเป็นมาของฮอร์โมนไข่ เริ่มแรกอาจาย์สุวัฒน์  ทรัพยะประภาเป็นคนนำมาเผยแพร่ไนหมู่พี่น้องเกษตรกรที่อาจารย์ไปสอนโดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงราย ลูกศิษย์คนหนึ่งชื่อสมเดช  กองเป็ง หลังจากเรียนทำฮอร์โมนไข่แล้วร้อนวิชา ลองไปทำแล้วเลี้ยงเป็ดได้ผลดีมาก เป็ดแข็งแรง ไข่ดก จึงเกิดแนวความคิดว่าถ้าคนเรานำมากินเองน่าจะดี
 
     
      อ.พัฒน์  สันทัด            คุณชลิสา  หมื่นเร็ว หายจากโรคพุ่มพวง ๐๘-๑๗๐๖-๒๙๔๐

         คุณสมเดช  กองเป็ง ปกติเป็นคนสุขภาพไม่ดีเจ็บป่วยออดๆแอดๆมาตลอดตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๔๘ หลังจากทดลองกินได้เพียงไม่กี่วันรู้สึกสุขภาพดีขึ้นโรคภัยที่เคยมีก็เริ่มหายไป รู้สึกตื่นเต้นดีใจนำข่าวนี้ไปบอก อาจารย์พัฒน์  สันทัด ว่าเยี่ยมจริงๆ ทำงานก็ไม่เหนื่อย อาจารย์พัฒน์จึงทดลองกินดูบ้าง ผลปรากฏว่าโรคกระดูกต้นคอที่เคยเสื่อมกับอาการปวดๆเมื่อยๆหายเป็นปลิดทิ้ง จึงมีความมั่นใจนำไปเผยแพร่ต่อๆไป
       เมื่อก่อนกินฮอร์โมนไข่สูตรดั้งเดิมที่ใช้กับพืชและสัตว์ใช้กากน้ำตาลเป็นส่วนผสมต่อมาได้ใช้น้ำตาลทรายแดงและน้ำผึ้งแทนปรากฏว่าอร่อยกว่าเดิม ฮอร์โมนไข่มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย ค่า P\pH ๔.๕  เชื้อโรคอยู่ไม่ได้ในสภาพความเป้นกรดเช่นนี้
      ค่า pH เป็นค่าที่แสดงความเป็นกรด-เบส(ด่าง) ของสารที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยค่า pH จะอยู่ในช่วง  ๑-๑๔ ถ้าค่า pH น้อยกว่า ๗ สารชนิดนั้นก็จะมีฤทธิ์เป็นกรด และถ้าค่า pH มากกว่า ๗ สารชนิดนั้นก็จะมีฤทธิ์เป็นเบสหรือด่าง แต่ถ้าค่า pH นั้นมีค่าเท่ากับ ๗ แสดงว่าสารชนิดนั้นเป็นกลางหรือที่เรียกว่า pH balance หรือไม่เป็นกรดหรือเบสไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง การหาค่า pH ในสารต่างๆ มีประโยชน์มากมายในด้านการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างด้านอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง จนรวมไปถึงวงการการแพทย์ การเกษตร ฯลฯ

 mmmmmmmาาททททท
          การทำฮอร์โมนไข่สูตรใหญ่ ใช้ไข่ไก่สดๆพร้อมเปลือก ๕ กิโลกรัม ล้างนำสะอาดแล้วเทน้ำร้อนผ่านเพื่อฆ่าเชื้อโรค ปั่นให้ละเอียดครั้งละ ๕-๗ ฟอง แล้วเทลงไปในโหลหมัก เทยาคูลท์ลงไป ๑ ขวด น้ำผึ้งหรือน้ำตาลทรายแดง ๕ กิโลกรัม แป้งข้าวหมาก  ๑  ลูกบดละเอียดโรยลงไป แล้วคนให้เข้ากันประมาณ  ๑๐  นาที ไม้ที่ใช้คนควรเป็นไม่พายพลาสติกหรือสะแตนเลส กันเชื้อรา ปิดฝาไว้ในที่ร่มหมักไว้ ๑  เดือน คนเช้า-เย็น ครั้งละประมาณ  ๑๐  นาที เมื่อครบ ๑  เดือน จึงกรองด้วยผ้าขาวบางบรรจุขวดเก็บไว้ในตู้เย็นหรือนอกตู้เย็นอุณหภูมิห้องก็ได้
    ฮอร์โมนไข่สูตรเล็ก ใช้ไข่ไก่สดพร้อมเปลือก ๑  กิโลกรัม น้ำผึ้งหรือน้ำตาลทรายแดง ๑  กิโลกรัม ยา๕ลท์  ๑  ขวด แป้งข้าวหมาก  ๑/๔ ลูก ( ๑ ใน ๔ ส่วน)
    การรับประทาน ตื่นนอนตอนเช้า ดื่มครั้งละ  ๑  ช้อนกาแฟพร้อมขี้ฟันวันละครั้งแล้วดื่มน้ำตาม ๒-๓  แก้ว จะสร้างภูมิต้านทานได้ดีมาก สร้างเม็ดเลือดขาวเพิ่มเม็ดเลือดแดง โรคภูมิแพ้ไม่มาเยือน เลือดจะไม่ข้น ไม่เจ็บป่วยแข็งแรงดี ละลายไขมันหน้าท้องได้ ใช้ทาหน้าประมาณ ๑๕-๒๐ นาทีแล้วล้างออกทุกวันใบหน้าจะใสไม่มีฝ้า ตีนกาหายไป ต่อมยานๆใต้ตาก็หาย ไม่เชื่อต้องลองดู ฮ่าๆๆ
  จากประสบการณ์ลูกศิษย์โรงเรียนชาวนาที่อาจารย์พัฒน์  สันทัด ไปสอน ต่างก็ไปหัดทำลองกินดูผลปรากฏว่าร้อยทั้งร้อยเกิดศรัทธาฮอร์โมนไข่ ใช้ทำกินเองเหลือก็แบ่งปันจำหน่ายขยายวงกว้างทั่วประเทศ ไม่ว่าโรคภูมิแพ้แบบพุ่มพวง ดารานักร้อง
เบาหวาน เก๊าต์ ต่อมลูกหมากโต มดลูกต่ำ ความดัน โดยเฉพาะใครที่เป็นหวัดบ่อยๆท้าพิสูจน์
     ฮอร์โมนไข่จะทำให้เซลล์ในร่างกายคนเรา ๖๐ ล้านๆเซลล์แข็งแรงทำให้โรคที่เกิดจากการเสื่อมของอวัยวะร่างกายฟื้นตัวขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ มีสุภาพสตรีบางคนนำไปทาหน้าอก เจ้าพระคุณเอ๋ย..หน้าอกเต่งตึงโตจนต้องตกใจ ฮ่าๆๆ
   อยากรู้ประสบการณ์เพิ่มเติมอ่านหนังสือเล่มเดียวคุ้มโรคภัย ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คทั่วประเทศ หรือติดต่ออาจารย์พัฒน์  สันทัด ๕๖/๖๓ หมู่ ๕ ต.สนามจันทร์  อ.เมือง จ.นครปฐม ๗๓๐๐๐  โทร.๐๘-๖๐๙๔-๙๖๒๗  ล่าสุดอาจารย์มีสูตรเด็ด สูตร ๑๐๐  แรงม้า ฮอร์โมนไข่ ผสมฟักข้าว กวาวเครือแดงและหมามุ่ย กินแล้วแข็ง-แรง-ดี ฮ่าๆๆ
                                     ---------------------------------------------------------------------------
  

blog comments powered by Disqus