สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ยาโป๊ว"เฒ่าคว่ำช้าง"
                       ยาโป๊ว เฒ่าคว่ำช้าง
                                                               จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
          พอเอ่ยถึงยาอายุวัฒนะใครๆก็ถวิลหา เพราะชีวิตคนเรา เมื่อมีอายุมากขึ้นเซลต่างๆในร่างกายก็เริ่มสึกหรอ การที่จะให้ร่างกายแข็งแรงห่างจากโรคภัยไข้เจ็บจึงเป็นยอดปรารถนาของทุกคน รวมผมด้วยฮ่าๆๆ
       เมื่อเดือนกรกฏาคม ๒๕๕๔ อ.เนตรดาว ยวงศรี แพทย์แผนไทย ท่านได้เมตตาแนะนำสมุนไพรสูตรเด็ดเป็นยาอายุวัฒนะ “เฒ่าคว่ำช้าง” มาให้ พอนำเผยแพร่ออกอากาศทางสถานีวิทยุ ผู้ฟังจดกันแทบไม่ทันไม่หลายคนโทรศัพท์มาหาผม รับไม่หวาดไม่ไหว ผู้หญิงก็ยังมี สูงวัยก็เยอะ
      สูตรยาอายุวัฒนะ “เฒ่าคว่ำช้าง” (ขนาดช้างตัวใหญ่ยังคว่ำได้นับประสาอะไรกับ มอ-สระ-เอีย)ตัวยาดังนี้ครับ สมุนไพรบอระเพ็ด   เมล็ดข่อย เปลือกต้นทิ้งถ่อน เปลือกต้นตะโกนา  หัวแห้วหมู ทุกอย่างเสมอภาคด้วยน้ำหนัก  ( เสมอภาคคืออัตราส่วนเท่ากัน) บดเป็นผง   กิน ๑ ช้อนโต๊ะ ก่อนอาหาร ๓ เวลา แถมด้วยก่อนนอนอีกครั้งรับรอง ร่างกายแข็งแรงโรคภัยไข้เจ็บไม่มีกล้ำกราย
   สมุนไพรบอระเพ็ดมีหลายชื่อ  บ้างก็เรียก ตัวเจตมูลยาน เถาหัวด้วน ,  หางหนู   ภาคเหนือเรียก  จุ่งจิง เครือเขาฮอ  หนองคายเรียก เจตมูลหนาม แล้วแต่จะเรียกแต่รสชาติมันขมจริงๆ โบราณจึงว่า “ขมเป็นยา”



 
สมุนไพรข่อย มีเรียกหลายชื่อเช่นกัน  ที่กาญจนบุรีเรียก ตองขะแหน่   ภาคเหนือเรียก กักไม้ฝอย ที่จังหวัดเลยเรียก  ส้มพอ ในส่วนของเมล็ดข่อยมีสรรพคุณฆ่าเชื้อในช่องปาก และทางเดินอาหาร
 เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงธาตุ ขับลมในลำไส้
สมุนไพรทิ้งถ่อนเปลือก : เป็นยาอายุวัฒนะ แก้หืด แก้ไอ แก้ท้องร่วง เจริญอาหาร แก้โรคผิวหนัง
สมุนไพรตะโกนา หรืออีกชื่อคือ “พญาช้างดำ” เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เปลือกต้นและเนื้อจะมีสีดำ แต่เดิมพบขึ้นทั่วไปตามท้องนาท้องไร่  เปลือกตะโกนามีสรรพคุณแก้โรคกามตายด้าน กระตุ้นร่างกายให้สดชื่นแข็งแรง บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ นั่นเอง  ในตำรายาพิเศษ ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมวงศ์เธอกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ได้เขียนตำรายาเป็นคำกลอนไว้ว่า
            "นิทานหนึ่งนั้น เขาพูดเล่ากัน ณ ราชวังใน แสดงคุณยา นำมาแถลงไข ว่าผู้หนึ่งได้เป็นเช่นนี้มา มิได้ไข้เจ็บ อยู่กับภรรยา อาการกริยา กลายเป็นพระไป อยู่กับเมียนั้น เหมือนพี่น้องกัน ดังนี้เป็นได้ หลายปีเดือนนาน รำคาญเหลือใจ ตอมจิตคิดไป เคืองคับอุรา นึกจักไปบวช เสียดายภรรยา หวนไปหวนมา โกรธแค้นร่างกาย ไม่ได้ดังจิตร จำนงนึกหมาย กำลังเสื่อมหาย เดือดร้อนเสียใจ วันหนึ่งเพื่อนเกลอ มาเยี่ยมแต่ไกล พูดจาปราไสย ถามถึงร่างกาย ว่าเกลอเป็นไร ดูไม่สบาย เจ้าขุนมูลนาย เบียดเบียนบีฑา หรือเจ็บป่วยไข้ ร่างกายกายา คล้ำดำผิดตา สุขทุกข์อย่างไร"
เพื่อนก็บอกอาการให้ฟัง เมื่อรู้อาการ เพื่อนเกลอที่มาแต่แดนไกลก็บอกตำรายารักษาว่า
       "เพื่อนเกลอได้ฟัง อาไศรยกำลัง กรุณาอย่าตาม บอกยาแล้วว่า เจ้าอย่าเข็ดขาม กินสองสามชาม จักหายโรคภัย กำลังกายา จักมาโตใหญ่ ต้มกินให้ได้ เปลือกพญาช้างดำ กำหนดจำไว้ จงได้หาทำ ยานี้ดีล้ำ เขาเรียกตะโกนา ฯ   ครั้นเกลอไปแล้ว ชายนั้นแสวงหา ได้เปลือกตะโกนา ต้มกินรินไป หายโรคกำลัง มากมายเจริญใหญ่ ยิ่งกว่าเก่าไป เป็นสุขสำราญ ฯ"  ดูสิครับ พญาช้างดำมีฤทธิ์เดชแค่ไหน มิน่าล่ะ ต้นตะโกที่พบเห็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีเปลือกเพราะโดนถากไปนี่เอง
        ข้อควรระวังเวลาที่เอาเปลือกตะโกนาไปใช้ ที่ถูกแล้วต้องปิ้ง ย่าง ฆ่าเชื้อ ฆ่าพิษเสียก่อน ให้เหลือง หอมและไปชงเป็นน้ำชาแต่น้อย อย่ากินเยอะนะครับ มีคนกินเยอะๆขี้รั่วมาแล้ว



         สมุนไพรหัวแห้วหมู  ในตำรับยาไทย หัวหญ้าแห้วหมูมีสรรพคุณ บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ เป็นยาอายุวัฒนะ การใช้หญ้าแห้วหมูบำรุงสุขภาพ จะใช้แบบเดี่ยวในรูปชาชง หรือแบบตำรับยาก็ได้ ขึ้นกับวัตถุประสงค์ มีผู้มีประสบการณ์โดยตรงในการใช้หญ้าแห้วหมูเล่าว่า ท่านใช้แบบบดเป็นผงปั้นกับน้ำผึ้งเป็นลูกกลอนรับประทาน ตั้งแต่อายุ 40 กว่าปี จนย่างเข้าวัย 60 ปีแล้วยังแข็งแรงกระชุ่มกระชวย หูตาสว่างไสว ไม่มีโรคเบียดเบียน      
                                                -----------------------------------------------
 
 
 
 
  

blog comments powered by Disqus