สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

พลูคาว "ยอดยามะเร็ง"
ค้นหายาดีรักษามะเร็ง
     ทราบว่ามียาดีทำลายเซลล์เนื้องอกและเซลล์มะเร็ง กระตุ้นภูมิต้านทาน(สร้างภูมิ)
 ที่ ตำบลอ้อมน้อย  อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ผมกำลังแกะรอยไป...
     ติดตามรออ่านที่นี่...เพื่อแนะนำผู้ป่วย....เอาบุญ  (สะสมบุญร่วมกัน) คนเราอาจเกิดชาติเดียวก็ได้ ฮ่าๆๆ
        ขณะเขียน..คุณวน จันทะสุข บ้านดงหรุ่ม  อ.สระโบถส์  จ.ลพบุรี   โทรมาหาบอกว่ามีหมอรักษาแปลกๆๆเอาตะปูออกจากท้อง
    จำรัส.....คุณวน...หมอรักษาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย
    คุณวน...เป็นหมอผู้ชาย ผู้หญิงเป็นเมียเค้า....( ฮ่าๆๆๆ  )
                  อยากให้คุณจำรัสมาดู เหลือเชื่อจริงๆๆ
         ค่ารักษา  ๑๐๐ บาท  บางคนมีแมลง มีตะปู มีหัวน็อตออกมา การรักษาต้องมาวันขึ้น ๑๔ ค่ำ ต้องให้เป็นข้างขึ้น   ขึ้น ๗ ค่ำก็ได้    หมออยู่บ้านลำโป่งเพชร   อ.โคกเจริญ  จ.เพชรบูรณ์-ลพบุรี ( เขตติดต่อ)
        คุณวน ปวดท้อง เป็นโรคกระเพาะหมอจะผ่าต้ด พอมารักษา มีตะปูออกมา ๓ ดอก
   ปัจจุบันหายจากโรคกระเพาะแล้ว ผมฟังแล้ว..งง  เดี๋ยวต้องไปพิสูจน์ ใครใจร้อนจะไปก่อนผมโทรหา คุณวน  โทร..๐๘-๗๑๐๔-๗๔๘๒

  
เช้าวันหนึ่ง..บนยอดเขาเพชรบูรณ์

  
                        พลูคาวพืชสองชีวิต
                             
 “ บำบัดมะเร็ง”
                                               จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
                   พูดถึงพลูคาว พี่น้องทางภาคเหนือของเราคงรู้จักกันดีเพราะนิยมใช้เป็นผักเคียงกินสดกับลาบ หลู้ มานานสมัยปู่ย่าตายาย อร่อยผมคนหนึ่งที่ติดใจในรสชาติ เดินทางไปภาคเหนือครั้งใดก็อดที่จะสั่งลาบ ข้าวเหนียว มากินไม่ได้ และผักที่จะตามมาควบคู่กับจานลาบก็จะมีต้นพลูคาวหรือต้นคาวตองตามมาด้วยเสมอ ถือเป็นพืชประจำถิ่น บ้านเรามีหลายชื่อ คาวทองก็เรียก บ้างก็เรียกผักก้านตอง ผักเข้าตอง ผักคาวปลาก็มีเพราะมีกลิ่นคาวรุนแรงเหมือนคาวปลา
 
                
    พลูคาวยังพบมากแถบเมือกเขาหิมาลัย อินเดียเรื่อยมาจนถึงจีน เวียตนาม ลาว เกาหลีและญี่ปุ่น ที่จีนใช้พลูคาวในตำรับยาหลัก นับเป็นสมุนไพรชั้นสูง  พลูคาวจัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับพลู ตัวใบคล้ายรูปหัวใจ ชอบขึ้นในพื้นที่ชื้นแฉะ มีร่มเงาเล็กน้อยและสภาพอากาศเย็นโดยจะมีลักษณะแตกต่างจากพลู คือ ที่ใต้ใบของพลูคาว จะมีสีแดงอ่อนไปจนถึงสีแดงเข้ม    
                 พลูคาวนั้นก็จะแยกออกเป็น๒ ชนิดคือ  “พลูคาวแดง” ต้นจะมีสีแดง-ก้านแดง ซึ่งจะมีโดดเด่นทางด้านการรักษากามโรค, ซิฟิลิส) และ “พันธุ์ก้านเขียว” ก็จะมีความสามารถพิเศษในการต้านไวรัส เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดนก ฯลฯ) แต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติเด่นในทางยาที่แตกต่างกันออกไป
                  หากย้อนกลับไป ๖-๗ ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าพลูคาวฮือฮา และมีผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ผลิตจากพลูคาวมากมายถึงแม้จะล่วงเลยมานานซื่อของพลูคาวก็ยังเป็นที่สนใจตลอดมา ด้วยสรรพคุณอันโดดเด่นคือบำบัดรักษามะเร็ง ล่าสุดผมได้รับการติดต่อจากคุณพิปราย  ลิ้มรักษา จากตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ให้ไปชมสวนพลูคาว และส่งชาสมุนไพรพลูคาว มาให้ดื่ม เวลานั่งเขียนหนังสือ
                  พลูคาวถือเป็นสมุนไพรสองชีวิต
 สีเขียวให้เภสัชสาร คลอโรฟิลล์ สารต้านอินฟูเอ็นซ่า ฟลาโวนอยด์ และ สเตอรอยด์ ส่วนสีแดงใต้ใบ เป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์โปรไบโอติกส์สายพันธุ์แลคโตบาซิลลัส ซึ่งเป็นจุลินทรีย์กลุ่มดี และมีประโยชน์ต่อร่างกายของคนเรา ผ่านการศึกษาค้นคว้ามาอย่างจริงจังมายาวนานนับสิบๆปี มีผลการวิจัยจากหลายสถาบันรับรอง สามารถทำลายเซลล์เนื้องอกและเซลล์มะเร็ง มะเร็งเต้านม มะเร็งเม็ดเลือด ข้อสำคัญไปกระตุ้นสร้างภูมิคุ้มกัน ไอ จาม หวัดเรื้อรัง หอบหืด ภูมิแพ้ รักษาอาการอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ มีฤทธิ์ในการทำลายเชื้อไวรัสเอดส์ เริม  งูสวัด ริดสีดวง ต่อมทอมซิล  มีฤทธิ์ในการทำลายเชื้อแบคทีเรีย  ท้องเสีย สิว ระบบสืบพันธุ์ ทำลายเชื้อรา สะเก็ดเงิน  กลาก  เกลื้อน ฮ่องกงฟู้ด รักษาน้ำเหลือง แผลเบาหวาน แผลริดสีดวง  ขยายหลอดเลือด ช่วยการไหลเวียนของเลือด เส้นเลือดตีบตัน  ขับปัสสาวะ ขับสารพิษ สารเคมีออกจากร่างกายท่งอุจจาระและปัสสาวะ สรรพคุณทางยาพลูคาวมากจริงๆต้องหากินหาปลูกแล้วล่ะครับ
  

             เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๖ ผมได้ข้อมูลว่าที่บ้านของ
คุณพิปราย  ลิ้มรักษา อยู่ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ปลูกพลูคาวไว้เยอะและแปรเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง แต่ยังหาเวลาไปเยี่ยมชมไม่ได้ จวบจนเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ผมได้โทรหาคุณพิปราย เพื่อจะไปขอสัมภาษณ์ คุณพิปรายบอกว่างพอดีมาได้ ผมจึงไม่รอช้าขับวีโก้คู่ชีพไปหาทันที ถึงที่นั่นเที่ยงเศษๆ คุณพิปรายขับรถเก๋งสีดำออกมารอรับผมที่ปากทาง แล้วพาลัดเลาะไปตามสวนผลไม้ กล้วยไม้ ที่ร่มรื่นในเขตอ้อมน้อย ไปกินข้าวที่ร้านอาหารรุ่งนภา เป็นร้านอาหารอยู่ในสวนกลางน้ำมีโรงเรือนกล้วยไม้รายล้อมเย็นสบาย คุณพิปรายเดินนำหน้าไปนั่งที่โต๊ะอาหารริมระเบียงติดน้ำ ผมยังไม่ทันได้นั่งก็มีเสียงดังแว่วมาจากโต๊ะใกล้ๆ
   “ สวัสดีครับพี่จำรัส โอ้โห้ ลมอะไรพัดมาที่นี่ มาได้อย่างไร มาทำอะไรพี่ เดี๋ยวผมเรียกเพื่อนๆมารู้จักพี่”


           ยังไม่ทันได้ตอบสักคำเสียงพูดออกมาเป็นชุด ผมมองไปแบบสะดุ้ง หลบมาในสวนยังเจออีก เจ้าของเสียงคือคุณน้อย เดินยิ้มมาจากโต๊ะใกล้ๆเดินเข้ามาทักทายจับไม้จับมือ คุณน้อยคนที่อยู่ในวงการกล้วยไม้จะรู้จักดีเจ้าของฉายาเจ้าพ่อกล้วยไม้ สวนกล้วยไม้โบนันซ่าที่เขาใหญ่ หรือผักไร้ดินที่เห็นอยู่ในห้างชั้นหรู ผู้อยู่เบื้องหลังคือเขาผู้นี้ครับ นอกจากนั้นคุณน้อยยังมีสวนผักไร้ดินที่ได้มาตรฐานอยู่ที่ปากช่อง ผมไปมาแล้ว เขาจะขุดบ่อปรุงสารอาหารในบ่อแล้วสูบตามท่อส่งไปยังแปลงผักลอยฟ้าโดยไม่ใช้ดิน คุยแล้วยาวครับ ใครปลูกกล้วยไม้ต้องนึกถึงเขา ว่ากันว่าถ้าเชิญเขาไปเป็นที่ปรึกษาแล้วไม่จน  ฮ่าๆๆ

 คุณพิปราย  ลิ้มรักษา  เจ้าของสวนพลูคาว 

     เรากินข้าวอยู่พักหนึ่งแล้วไปที่สวนของคุณพิปราย อยู่ริมแม่น้ำอ้อมน้อย บนเนื้อที่ประมาณ ๕ ไร่ ทำเป็นแปลงเพาะชำปักเสาคลุมสะแลนด์ปลูกสมุนไพรพลูคาว ข้างๆบ้านทำเป็นบ่อซีเมนต์เลี้ยงปลา แช่ถังหมักสมุนไพรและปลูกพลูคาวบนวัสดุกล่องโพม ใช้เป็นทุ่นลอยบนน้ำจำนวนมาก คุณพิปรายเล่าให้ผมฟังถึงแรงบันดาลใจที่หันมาสนใจปลูกสมุนไพรพลูคาวว่า
     “คุณพ่อผมและพี่ชายอีก ๓ คนเสียชีวิตด้วยมะเร็ง และไม่รู้อีกเมื่อไหร่ถึงคิวผม ทำให้ผมต้องหาข้อมูลศึกษาสมุนไพรรักษามะเร็ง  ก่อนหน้านี้ก็เคยสนใจและศึกษาเกี่ยวกับ “เห็ดถั่งเช่า” ที่เรียกว่าเป็น “สัตว์ ๒ ชีวิต” มาสักระยะหนึ่ง แต่ทว่าราคาค่อนข้างแพงมากจนกระทั่งในตอนหลังจึงเปลี่ยนมาศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรของไทยดูบ้างว่ามีชนิดใดที่มีคุณสมบัติโดดเด่น และใช้ในการรักษาโรคอะไรแล้วสามารถทำให้คนหายป่วยได้ จนได้สมุนไพรพลูคาวเป็นคำตอบสุดท้ายของผม”

  ชิมน้ำพลูคาว ผ่านการบ่ม ไม่ต่ำกว่า ๓ ปีและผลไม้รวม บำบัดมะเร็ง
 

      คุณพิปรายยังเล่าอีกว่า จากการศึกษา หมอพื้นบ้านทางภาคเหนือรู้จักใช้พลูคาวเป็นยาที่รักษา “กามโรค” ได้ นอกจากนั้นยังมีผลการวิจัยของต่างประเทศ และของนักวิจัยไทย อื่นๆ อีก เช่น พลูคาวมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์, มีฤทธิ์ขับปัสสาวะเนื่องจากมีสารเควซิติน (Quercetin) ซึ่งมีผลต่อการขยายหลอดเลือดฝอย ทำให้การไหลเวียนของเลือดและปัสสาวะเพิ่มขึ้นและมีฤทธิ์อื่นๆ ได้แก่ ระงับปวด ห้ามเลือด เร่งการเจริญของเซลล์ ควบคุมปริมาณของเหลวในร่างกายมีผลระงับอาการไอและระงับอาการหอบ อีกทั้งยังพบว่าพลูคาวมีสารต่อต้านมะเร็ง (ในประเทศจีนมีการใช้สมุนไพรพลูคาวในการรักษามะเร็งทางเดินอาหารมะเร็งทางเดินหายใจ เนื้องอกในรังไข่ มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะ เซลล์มะเร็งสมอง มะเร็งลำไส้ เป็นต้น) ยับยั้งเนื้องอกและเชื้อก่อกลายพันธุ์ หยุดการเจริญเติบโตของเนื้องอก และขับพิษที่จะเป็นสารก่อมะเร็งออกจากร่างกายต้านแบคทีเรีย ต้านไวรัส ต้านเชื้อรา กระตุ้นเซลล์น้ำเหลืองลดการอักเสบ ยับยั้งโรคเบาหวาน กระตุ้นผิวหนังให้เกิดการแพ้ช้าลง
   ฟังคุณพิปรายแนะนำจนเต็มอิ่มหลังจากนั้นผมก็ถามคุณพิปรายว่า จากการศึกษามามากมายและมีประสบการณ์ด้านนี้เอาอย่างนี้ดีกว่า...ถ้าป่วยเป็นมะเร็งมีขั้นตอนการรักษาอย่างไร
 
“ ผู้ป่วยและญาติต้องมีบัญญัติ ๑๐  ประการก่อน” คุณพิปรายกำชับและยื่นบัญญัติ ๑๐ ประการให้ผมดู
   ๑ ตัวผู้ป่วยต้องทราบสิทธิว่า..รักษาตนเองได้หลายวิธี
  ๒ ญาติต้องเข้ามาศึกษาและรับทราบวิธีการ
 ๓ ยาต้องดี สามารถสืบค้นได้ทั้งทางเอกชน และราชการ
 ๔ หมอดี ต้องมีความรู้ความสามารถมีจิตวิญญาณการรักษา
 ๕ ห้ามรับประทานเนื้อสัตว์ใหญ่
 ๖ ห้ามรับประทานไขมันทรานส์ ( ผสมไขมันกับโฮโดรเจน)
 ๗ ห้ามรับประทานนม ยกเว้นนมถั่วเหลือง
 ๘ รับประทานน้ำตาลแต่พอสมควร ๗.๕ กรัมต่อวัน
 ๙ ต้องรับประทานข้าวกล้อง งาดำ พืชผักผลไม้ที่ล้างด้วยน้ำหมัก
 ๑๐ อยู่ในบุญ อิทธิบาท ๔ ฉันทะ  วิริยะ จิตตะ วิมังสา

 คุณสุจันดี
           หลังจากนั้นคุณพิปรายก็นำภาพการสัมภาษณ์ผู้ป่วยมะเร็งที่ลุกลามถึงกระดูกมาเปิดให้ชม เป็นประสบการณ์ตรงของ
คุณสุจันดี ช่างวิชุกาญน์ เป็นวิศวกรไฟฟ้า อยู่ที่หนองแขม กรุงเทพฯ ทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งปวดร้องครวญครางตลอด หลังจากดื่มน้ำหมักพลูคาว ที่เคยปวดระดับ ๑๐ ก็ลดลงเหลือระดับ ๒ ก้อนสะโพกหลังที่เคยบวมก็ยุบ อาการชาก็ลดลง ตัวที่เคยซีดเซียวก็กลับมีเลือดแดงชมพูร่างกายก็ฟื้นฟูมีเรี่ยวมีแรง ๑  เดือนสุขภาพดีขึ้นเหลือเชื่อ วันนั้นมีคุณทัศนีย์  เอื้อวีระวัฒน์ บ้านอยู่ดาวคนองสนในเดินทางมาศึกษาเรื่องพลูคาวด้วย
  ซ้ายคุณบุศยมาศ ขวาคุณปัญญา

  


ต้องขอบคุณลูกศิษย์คุณพิปราย ๒ คนคือ
คุณปัญญา  มาลีวัตร บ้านอยู่จังหวัดอ่างทองและ
คุณบุศยมาศ  อุตมะ
บ้านอยู่ปัตตานี ทีคอยพาเยี่ยมชมและปรุงน้ำพลูคาวให้ดื่ม ๒ คนนี้ สนใจเป็นพิเศษอยู่ ๒ เดือนกว่าแล้วยังไม่กลับ ได้เรียนรู้การทำปุ๋ย  การทำสบู่ การทำน้ำหมักเอ็นไซม์ การปลูกพลูคาว การขยายพันธุ์และการแปรผลิตภัณฑ์ ซึ่งดูแล้วคุ้มจริงๆ
  “ คุณจำรัส นมให้เด็กๆกินพออายุเลย ๑๕ ปีแล้วเขาไม่กินกัน คนเรากินมาตลอดจึงสะสมโรค” คุณพิปรายเน้นถึงพิษภัยของนมจากการที่ศึกษามาว่าอายุมากขึ้นแล้วควรงดมิเช่นนั้นจะเกิดโทษ แต่คนส่วนใหญ่ จะติดใจดูดนมแม่ นมวัว นมกระป๋อง นม-มอ-สระ-เอีย เมียจนแกะไม่ออก ฮ่าๆๆ
           ท่านผู้อ่านครับสมุนไพรพลูคาวถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่แผนปัจจุบันปฏิเสธการรักษาแล้วยังสามารถฟื้นกลับมามีชีวิตรอดอยู่ในสังคมได้อีก และถึงแม้ยังไม่ป่วยก็สามารถป้องกันไว้ก่อนเป็นเกราะป้องกันตัว โทรศัพท์ขอคำปรึกษาที่คุณพิปราย ลิ้มรักษา สายตรง  ๐๘-๑๘๐๘-๑๙๖๐ หรือแนะนำผู้ป่วยมะเร็งให้รอดพ้นจากความทุกข์ทรมาน เรามาสะสมบุญบารมีร่วมกันครับ
 
 
 
 
  



     

blog comments powered by Disqus