สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ปวดประจำเดือน
                        ปวดประจำเดือน
               “ สมุนไพรรักษาโรคของสตรี”
                                                             จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
 “  คุณจำรัส ทรมานมากปวดประจำเดือน มีสมุนไพรอะไรรักษาได้บ้าง ?”
  “คุณจำรัส เป็นไข้ทับระดู กินอะไรดี ? ”
 “ คุณจำรัส มีสมุนไพรอะไรรักษาโรคตกขาวได้บ้าง ?”
           สารพัดคำถามที่โทรมาสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพโดยเฉพาะเรื่องของคุณผู้หญิง ทำให้ผมต้อง..งง...มึนๆ ฮ่าๆๆ ผมเคยปวดที่ไหนล่ะเรื่องแบบนี้ คำถามเหล่านี้มีโทรเข้ามาถามทุกวัน  ทำให้ผมต้องทำงานหนักต้องไปสัมภาษณ์คุณหมอทั้งแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบันรวมถึงพี่สาวต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย ที่ต้องคอยตอบคำถามของผม บางรายก็เรื่องมะเร็งทั้งเต้านมและมะเร็งมดลูก ไม่นับโรคอื่นๆ ฮ่าๆๆ
   “  คุณจำรัส ติดต่อยากเหลือเกินนะ กว่าจะเจอ” เสียงดุๆ สำทับมาทางโทรศัพท์
  “ เบอร์เดิม ๐๘-๑๔๒๑-๐๔๕๒ ผมคืนหลวงไปแล้ว ครับ ตอนแรกทราบว่าคุณสัญลักษณ์  เจริญเปี่ยม ผู้ประกาศข่าว สวท.ใช้อยู่ ต้องคอยรับสายทั้งวันทั้งคืนไม่ได้หลับได้นอน ตอนนี้ไม่ทราบใครใช้อยู่ ให้ติดต่อเบอร์ที่อยู่ในหนังสือเล่มเดียวคุ้มโรคภัย  ๐๘-๙๕๑๘-๑๕๖๔ หรือเบอร์ใหม่ผม ๐๘-๒๗๙๖-๙๕๒๗”  ผมตอบไปทางโทรศัพท์
    ล่าสุดมาอีกแล้วครับมาจากจังหวัดลำปาง ร้องโอยๆมาทางโทรศัพท์ ผมมองดูนาฬิกา สี่ทุ่มแล้ว เธอบอกว่าปวดท้องเมนส์ ตอนแรกฟังทางโทรศัพท์ไม่ค่อยชัดได้ยินว่าเหม็นๆ  มาร้องอ๋อ..ปวดท้องเมนส์คือปวดประจำเดือนหรือบางคนก็เรียกว่า “ระดู” นี่เอง



โดยปกติเด็กผู้หญิงจะมีประจำเดือนครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ  ๑๑-๑๕  ปี ประจำเดือนก็คือสิ่งที่ร่างกายไม่ได้ใช้งานแล้ว และถูกขับออกมาในรูปของเลือด จึงเรียกว่า เลือดประจำเดือน ซึ่งจะเกิดขึ้นเดือนละหนึ่งครั้งและไหลออกมาทางช่องคลอดซึ่งเป็นคนละช่องกันกับท่อปัสสาวะ  ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีประจำเดือนทุก ๒๘ วัน หรือคลาดเคลื่อนมากหรือน้อยกว่า ๗ วัน และมักจะมีครั้งละ ๓-๗ วัน การมีประจำเดือนครั้งแรก นอกจากจะเป็นสัญญานบอกถึงการก้าวย่างเข้าสู่วัยสาวแล้ว ยังหมายถึงว่าผู้หญิงคนนั้นสามารถตั้งท้องหรือมีลูกได้ เมื่อได้รับเชื้ออสุจิหรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วย
   สาวๆบางคนหรือเพิ่งโตเป็นสาวอาจสงสัยว่า ประจำเดือนมาจากไหน ?  คำตอบคือ   ประจำเดือนของผู้หญิงนั้น เกิดจากการลอกตัวของเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาเป็นวงจรในแต่ละรอบเดือนรังไข่ข้างใดข้างหนึ่งของผู้หญิงจะเกิดการตกไข่ขึ้น ไข่ที่โตเต็มที่จะตกจากรังไข่เข้าไปรอคอยพระเอกหรือตัวอสุจิ อยู่ในส่วนปลายของท่อนำไข่ ซึ่งเปรียบกับสะพานเชื่อมรัก ขณะเดียวกัน เปลือกไข่ที่เหลืออยู่ ก็จะทำการสร้างฮอร์โมนเพศที่เรียกว่า โปรเจสเตอโรน มาทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนานุ่ม มีเลือดมาเลี้ยงมาก เพื่อเตรียมตัวรับกับไข่ที่ถูกปฏิสนธิจากตัวอสุจิ ถ้ามีการปฏิสนธิเกิดขึ้นจริง ตัวอ่อนก็จะเดินทางกลับเข้ามา ฝังตัวในโพรงมดลูก ในเยื่อบุโพรงมดลูกที่เตรียมเอาไว้ และทำการสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่า HCG ไปบำรุงเปลือกไข่ให้ผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน มากระตุ้นเยื่อบุโพรงมดลูกให้เจริญต่อไป เพื่อเป็นแหล่งส่งอาหารต่อให้ทารกในครรภ์ ในกรณีนี้ก็จะไม่มีการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกออกไปเป็นประจำเดือน ประจำเดือนที่เคยมาเป็นประจำ สม่ำเสมอ ก็จะขาดหายไป ไป  ถ้าตรวจปัสสาวะหรือตรวจเลือด หาระดับของฮอร์โมน HCG ก็จะได้ผลบวก ก็จะตั้งครรภ์ แต่ถ้าไม่เกิดการปฏิสนธิระหว่างไข่กับตัวอสุจิขึ้น ไข่ใบน้อยที่รอรักอยู่ที่สะพานเชื่อมรัก ก็จะฝ่อไปภายใน ๔๘ ชั่วโมง ไม่มีการสร้างฮอร์โมนไปประคับประคองเปลือกไข่ไว้ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จะมาบำรุงเยื่อบุโพรงมดลูกก็ไม่มี เยื่อบุโพรงมดลูกก็จึงหลุดลอกตัว ออกมาเป็นเลือดประจำเดือน แค่นี้คงพอเข้าใจแล้วนะครับ ฮ่าๆๆ
    ประจำเดือนมาไม่ปกติ บางครั้งมาทุกเดือน บางครั้ง ๒ เดือนครั้ง ถือว่าผิดปกติไหม?       ในบางเวลาผู้หญิงคนเดียวกัน อาจจะมีประจำเดือนที่เปลี่ยนไปบ้างก็ได้ เวลาหงุดหงิด เครียด พักผ่อนไม่พอ นอนไม่หลับ บางครั้งประจำเดือนอาจจะคลาดเคลื่อน หรือขาดหายไปได้ เพราะเมื่อเกิดความเครียด และนอนไม่หลับขึ้นมา การควบคุมการตกไข่จะไม่สมบูรณ์ ทำให้ไม่มีการตกไข่ หรือตกไข่ที่ไม่สมบูรณ์ออกมา ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ประจำเดือนอาจจะเลื่อนออกไปหรือไม่มาก็ได้ กรณีแบบนี้ถ้าไม่อยากจะให้เกิดขึ้นแล้ว ให้หมั่นรักษาสุขภาพประจำเดือนก็จะมาเป็นปกติเอง ไม่อย่างนั้น ไปหาคุณหมอ ให้ฮอร์โมนมาปรับความสมดุลเสียหน่อย ประจำเดือนก็มาเอง เพราะฉะนั้นคำว่า ประจำเดือน จึงไม่ได้หมายความว่าจะต้องมาทุกเดือน บางคนทุก ๒ เดือน บางคนทุก ๒๐ วันก็มี แต่ถ้าจะมีการตกไข่เป็นปกติแล้วละก็ ประจำเดือนควรจะมาอย่างเร็ว ๒๑ วันครั้ง และอย่างช้า ๖๐ วันครั้ง ผิดไปจากนี้ถือว่าผิดปกติแล้ว ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อดูแลรักษาเสีย อย่าโทรหาผม ฮ่าๆๆ


       ทำไมต้องหงุดหงิด หรือสิวขึ้นมากทุกครั้งที่มีประจำเดือน  เราเรียกอาการเหล่านี้ว่า "อาการก่อนมีประจำเดือน" ซึ่งมีมากมายหลายแบบ บางคนไม่เป็นอะไรเลย ขณะที่บางคนปวดท้อง บางคนรู้สึกระคายเคืองช่องคลอด อาจมีอาการ หดหู่ เครียด อารมณ์เสียง่ายกว่าปกติ อ่อนเพลียและปวดหัว เจ็บหน้าอก หน้าอกจะเต่งขึ้นและรู้สึกเจ็บ (คัดหน้าอก) ปวดหัว ปวดหลัง บางคนมีสิวผุดขึ้นตามใบหน้า การเกิดอาการเหล่านี้ไม่มีสาเหตุทางชีวภาพที่แน่นอนแต่ที่แน่ๆคือ ช่วงนี้ระดับฮอร์โมนจะลดลงต่ำสุด ควรจำกัดการบริโภคเกลือ น้ำตาล คาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เกิดการบวมมากยิ่งขึ้นเนื่องจากโซเดียมในเกลือทำให้เกิดน้ำขัง โดยเฉพาะที่ท้องและหน้าอก ควรกินอาหารให้ครบทุกหมวดหมู่เน้นผัก ผลไม้ และคาร์โบไฮเดรต วิตามินบีและแคลเซียมช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ และควรพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะบรรเทาอาการดังกล่าวได้
     คราวนี้มาถึงคำถามยอดฮิตว่าอาการปวดประจำเดือนเกิดจากความผิดปกติในร่างกายหรือไม่ และทำอย่างไรเมื่อปวดประจำเดือน ?   อาการปวดประจำเดือนโดยทั่วไป เกิดขึ้นเนื่องจากผนังมดลูกมีการสร้างสารชนิดที่เรียก ว่า โพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) เป็นชื่อของสารชนิดหนึ่งในร่างกายซึ่งคล้ายฮอร์โมน คือ ต้นเหตุที่ทำให้ปวดท้องขณะมีประจำเดือน และเป็นสารชนิดเดียวกับที่ทำให้ผู้หญิงเกิดอาการปวดท้องตอนจะคลอดลูกด้วย เมื่อสารนี้หลั่งออกมามากขึ้น หรือมีความไวต่อสารตัวนี้ เพิ่มขึ้น ทำให้มีการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูกและมดลูกหดตัวแรงขึ้น อันเป็นสาเหตุของ อาการปวดประจำเดือน    
           นอกจากนี้ยังทำให้เส้นเลือดหดตัวในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้อีก เช่น ทำให้ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ท้องเดิน ร่วมกับอาการปวดประจำเดือน สารนี้จะกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมดลูกหดตัว เพื่อช่วยให้ร่างกายขับประจำเดือนออกมา การหดตัวนี้มีตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรง บางครั้งอาจปวดเลยไปถึงบริเวณหลัง เป็นสาเหตุให้ปวดหลังด้วย ความเครียดจะกระตุ้นให้เกิดการผลิตสารโพรสทาแกลนดีนได้ ดังนั้นจึงควรออกกำลังกาย ซึ่งจะทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟินออกมา เป็นการระงับการปวดตามธรรมชาติ ทำใจให้สบาย และหายใจลึกๆยังมีวิธีธรรมชาติอื่นๆที่ช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือน แต่ได้ผลเฉพาะบางคนเท่านั้น คือ จิบชาสมุนไพรร้อนๆ กินวิตามินซี แคลเซียม และ การอาบน้ำอุ่นหรือใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางบริเวณท้องน้อยก็ช่วยลดอาการปวดได้เช่นกัน หากปวดมากให้รับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล หรือยาที่มีฤทธิ์ ยับยั้งการสร้างโพรสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นสารที่เป็นสาเหตุสำคัญของการปวดประจำเดือน ได้แก่ กลุ่มยาต้านอักเสบที่มิใช่สเตียรอยด์

 หญ้าดอกขาว ( หมอน้อย)

          ส่วนในตำรับยาแผนโบราณผมขอนำสูตรง่ายๆจากการสอบถามหมอพื้นบ้านและสุภาพสตรีหลายๆคนแนะนำ วัตถุดิบมีอยู่รอบตัวในครัวเรือน ไม่ต้องวิ่งกระหืดกระหอบหาซื้อที่ไหน ขณะที่ยังไม่ปวดเมื่อได้ข้อมูลแล้วรีบหามาปลูกนะครับ
         ตำรับแรกใช้น้ำตาลทรายแดงประมาณ ๑ ช้อนโต๊ะพูนๆ ผสมเหล้าขาว ๑-๓  ช้อนแกง แล้วดื่ม จากนั้นนอนพักสักครู่ก็จะหาย หรือใช้ไพลหรือสมุนไพรลูกใต้ใบ หรือใบขี้เหล็ก อย่างใดอย่างหนึ่ง ประมาณ ๑  กำมือ เอามาล้างให้สะอาดแล้วใส่น้ำพอท่วมยาต้มนาน ๑๕  นาที ดื่มครั้งละครึ่งแก้วทุก ๔ ชั่วโมง หายดีนักแล ย้ำอย่าโทรหาผม ฮ่าๆๆ

 สมุนไพรลูกใต้ใบ
     ถ้าหากบ้านใครมีลูกยอ ในวันที่ประจำเดือนมาให้กินลูกยอที่ดิบและแก่ที่เม็ดข้างในแข็งแล้วจะไม่มีกลิ่น เอามาฝานบางๆจิ้มเกลือกินหรือเอามาทำส้มตำกินก็ได้ กินวันเดียวก็พอ อาการปวดประจำเดือนจะไม่มาเยือน
                                       
ไข้ทับระดู
  “ แล้วไข้ทับ ระดู ล่ะ กินสมุนไพรอะไร “   พูดถึงไข้ทับระดู สมัยก่อนถือว่าน่ากลัวมาก บางคนเป็นแล้วไม่เยียวยาอาจถึงแก่ชีวิตได้  ไข้ทับระดู คือ การเป็นไข้ในช่วงมีประจำเดือนซึ่งจะมีอาการปวดหัวตัวร้อน มีไข้ บางครั้งหนักบางครั้งเบาหรือบางคนมีอาการปวดหัวตัวร้อนอยู่ก็มีระจำเดือน
มาพอดีแล้วอาการก็หนักขึ้น
     สำหรับสมุนไพรที่รักษาไข้ทับระดูให้ใช้ต้นบานไม่รู้โรยดอกขาวทั้งต้นและราก เฉพาะลำต้นมีสีเขียว ให้เลือกดอกที่เริ่มบานใหม่ๆประมาณ  ๑  กำมือสับเป็นท่อนสั้นๆ ใส่น้ำพอท่วมยาแล้วต้มเดือดนาน ๓๐ นาทีดื่มครั้งละ  ๑ แก้วหรือต่างน้ำเวลาหิว บางตำราให้เอาสมุนไพรหญ้าดอกขาวหรือหญ้าหมอน้อยทั้ง ๕ ตั้งแต่รากถึงยอด ๑ กำมือตำผสมกับน้ำซาวข้าว ๓ แก้ว แล้วแช่ทิ้งไว้ประมาณ  ๑๐  นาทีจึงคั้นเอาแต่น้ำดื่ม ครั้งละ  ๑  แก้ว
    ในตำราหมอเมืองใช้สมุนไพรลูกใต้ใบ ๑  กำมือ มัดเป็น  ๓  มัด หอมขาว  ๓  หัวทุบให้แตก เปราะหอม ๓  หัวทุบให้แตก เอาตัวยาทั้งสามต้มรวมกัน เติมน้ำท่วมยาต้มให้เหลือ ๑ ส่วน ดื่มครั้งแรก  ๑  ถ้วยชา เว้น ๒๐  นาที ดื่มครั้งที่สอง เว้น ๓๐ นาที  ดื่มครั้งที่สาม  ๑  ถ้วยชา ถ้ายังไม่หายให้ต้มเพิ่มอีก  ๑  หม้อ
       อีกสูตรคุณพัชรี พันธมาศ จากอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ( ๐๘-๒๕๕๖-๖๐๖๗) ซึ่งมีความศรัทธาสมุนไพรกะเม็งเป็นชีวิตจิตใจ เราพบกันโดยบังเอิญที่ร้านสมุนไพรลุงแกละหน้าศาลากลางหลังเก่า อ.เมือง จ.ปทุมธานี เธอ แนะนำผมว่าให้ใช้ต้นกระเม็งทั้งห้า มาตำแล้วเติมเกลือและเหล้าลงไปเล็กน้อยเติมน้ำมากนิดหน่อย หลังจากนั้นคั้นเอาแต่น้ำดื่มหลังอาหารช่วงที่เป็นไข้ กะเม็งนอกจากจะเก่งเรื่องเลือดแล้วยังมีสรรพคุณรักษาข้อกระดูก โรคไตได้ด้วย

    ว่านกาบหอย
    
ช่วงมีงานสมุนไพรที่อิมแพ็คเมืองทองธานี หมอพื้นบ้าน ๔ ภาคแนะนำผมว่ากรณีผู้หญิงเป็นไข้ทับระดู ระดูทับไข้ให้ใช้ว่านกาบหอย ๖-๗ ใบ ใส่น้ำ ๔  แก้ว ต้มกินต่างน้ำ เติมน้ำตาลกรวดลงไปเล็กน้อยจะทำให้รสชาดดีขึ้น

                                                    ตกขาวที่ช่องคลอด
           วิธีการสังเกตตกขาวมีดังนี้ ถ้ามีลักษณะเป็นเมือกใส ไม่มีกลิ่น ให้นึกถึงว่ามีไข่ตกหรือมีอารมณ์เครียด แต่ถ้ามีลักษณะเหนียวใสถึงขาวขุ่น มีกลิ่นคาวเหมือนปลาเน่า ให้นึกถึงการติดเชื้อแบคทีเรีย ถ้ามีสีเขียวปนเหลือง เป็นฟองมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ มีอาการคันร่วมด้วย ให้นึกถึงพยาธิในช่องคลอด และถ้ามีสีขาวเกาะเป็นก้อนคล้ายแป้งเปียก มีกลิ่นเหม็นอับให้นึกถึงการติดเชื้อราของช่องคลอด ซึ่งมักจะมีอาการคันร่วมด้วยเป็นๆ หายๆ ในกรณีของเชื้อรานั้นสาเหตุส่วนหนึ่งอาจมาจากสามีคนข้างกายท่านเป็นเชื้อราแต่ไม่ได้รักษา เพราะไม่มีอาการ มีเพียง มอ-สระ-เอีย เมียเท่านั้นที่มารักษาจึงไม่หายไม่หายเสียที สุดท้ายก็ต้องนำสามีมาตรวจรักษาด้วยจึงจะหาย ฮ่าๆๆ
          จริงๆแล้วเรื่องตก ขาวเป็นเรื่องปกติของผู้หญิง แต่ก็มีหลายคนเกิดความกังวลใจกลัวเมื่อตกขาวมีปริมาณมากกว่าปกติ มีสี เรื่องนี้ รศ.นพ.ธีระพงศ์ เจริญวิทย์ หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านบอกว่า
         “ตกขาว มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ระดูขาว ประจำเดือนขาว หรือมุตกิต หมายถึงอะไรก็ตามที่ถูกขับออกทางช่องคลอดซึ่งไม่ใช่เลือด ไม่จำเป็นต้องมีสีขาวเท่านั้น อาจเป็นสีเหลือง สีเหลืองปนเขียว หรือสีน้ำตาลก็ได้ แล้วลักษณะของการตกขาวแบ่งได้เป็น ๒ ลักษณะ คือ ตกขาวปกติ และตกขาวผิดปกติ
          ตก ขาวปกติ พบในภาวะที่ปกติ ธรรมชาติเป็นส่วนผสมของสิ่งที่ขับออกจากต่อมต่างๆ ของระบบอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกช่องคลอด ปากมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูก รวมทั้งหลอดมดลูก การตกขาวตามปกติจะเพิ่มมากขึ้นใน ช่วงเวลาใกล้การตกไข่ประมาณวันที่  ๑๓-๑๔ ของรอบเดือน ก่อนมีระดู  ๒-๓ วัน เป็นช่วงที่มีเลือดมาหล่อเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น ระหว่างการตั้งครรภ์จะมีการหลุดร่วงของเซลล์บุผนังช่องคลอดและน้ำเมือกจาก ต่อมบริเวณปากมดลูกเพิ่มมากขึ้นและขณะร่วมเพศ การกระตุ้นหรือเล้าโลมทางเพศจะมีการสร้างน้ำเมือกขาวใส ไม่มีกลิ่นออกมา นอกจากนี้ในทารกแรกเกิดเพศหญิงอาจพบการตกขาวภายหลังคลอด ซึ่งเป็นผลจากได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนจากแม่
         ส่วนตกขาวผิดปกติ จะมีปริมาณตกขาวมากขึ้นมีสีและกลิ่นผิดปกติ ก่อให้เกิดความรำคาญ อาจมีอาการคัน ปวดแสบร้อนบริเวณปากช่องคลอด หรือบริเวณใกล้เคียง ถ่ายปัสสาวะแสบขัด และมีอาการเจ็บขณะร่วมเพศ   สาเหตุตกขาวผิดปกติ ได้แก่ การติดเชื้อจากพยาธิในช่องคลอด (Trichomonas vaginalis) เชื้อรา เชื้อหนองใน เชื้อแบคทีเรียต่างๆ ที่มักพบในเด็ก และเชื้อไวรัส ทำให้เกิดการอักเสบบริเวณช่องคลอด และอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก รวมทั้งในสตรีที่หมดระดูแล้วเยื่อบุช่องคลอดบางลง มีความต้านทานต่อการติดเชื้อน้อย ทำให้เกิดการอักเสบได้ง่าย บางรายปากมดลูกอักเสบ เป็นแผลมีสิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด เช่น สำลี กระดาษชำระ แทมปอน (tampon) หรือมีวัสดุที่คู่นอนใส่ไว้ในช่องคลอดขณะร่วมเพศ รวมทั้งพวกที่มีแผลที่ปากช่องคลอดและปากมดลูก มีเนื้องอกหรือมะเร็งช่องคลอด หรือเนื้องอกและมะเร็งปากมดลูก”
                                               สมุนไพรรักษาตกขาว
      ผู้หญิงหลายคนมักมีประสบการณ์เรื่องนี้ และได้รับคำแนะนำจากปู่ย่าตายายหมอพื้นบ้านให้ใช้สมุนไพรในการรักษาสืบทอดต่อกันมาหายสูตรหลายตำรับแล้วแต่ใครสามารถหยิบฉวยสมุนไพรใกล้ตัวมาใช้ได้ตามมีตามเกิด บ้างก็ใช้ต้นบานไม่รู้โรยดอกขาว ให้ใช้ต้นที่มีการเขียว ต้นแดงไม่เอา นำมา  ๑ ต้น สับเป็นท่อนๆใส่น้ำท่วมยา ต้มให้เดือดนาน  ๑๐-๒๐ นาที กินก่อนอาหาร  ๑  แก้วเช้า-เที่ยง-เย็นและก่อนนอน
   ในบางตำราใช้ต้นทองพันชั่งสดทั้ง ๕ คือยอดถึงราก กะพอประมาณ ใส่น้ำ ๓ ส่วน ต้มเหลือ ๑ ส่วน กินก่อนอาหารครึ่งแก้ว ๓ เวลา หรือใครมีมะระขี้นกก็สามารถใช้มะระได้ใช้ลูกแก่ๆเพียง ๑๐ ลูก โขลกให้ละเอียดทั้งเม็ดหรือใช้ปั่นก็ได้เติมน้ำนิดหน่อยคั้นเอาแต่น้ำข้นๆ น้ำมะระ ๓ ช้อนผสมเหล้าขาว ๓ ช้อนกินวันละครั้งจะรู้สึกดีขึ้น
   หากมีแก่นต้นทานตะวันก็ใช้ได้ ใช้แก่นตะวันประมาณ ๑๕  กรัม ต้มกับน้ำตาลทรายแดงพอหวานกิน หรือใช้ดอกชบาอบแห้งประมาณ  ๑-๒ กำมือ ต้มกินตอนเช้าวันละครั้งกินติดต่อกัน ๗ วันอาการก็จะค่อยๆดีขึ้น แถวเมืองเพชรสาวๆที่นั่นจะใช้มะนาว โดยคั้นเอาน้ำมะนาวเยาะน้ำตาลนิดหน่อยเติมเกลือสักนิด ดื่ม ๑  ถ้วยทุกวัน
    หมอพื้นบ้านภาคอิสานนะนำใช้ใบและก้านมะขาม ๑ กำมือ ใส่น้ำท่วมยา ต้มให้เดือด ดื่มน้ำที่ต้มได้วันละ ๑  แก้วก่อนอาหารทุกวัน กินประมาณ ๑ สัปดาห์จะหาย ที่ชัยภูมิแม่หม้ายลูกดกนำว่าใช้เถาวัลย์เปรียงก็ได้ ฝานเถาวัลย์เปรียงประมาณ ๕-๖  แว่น มีขายตามร้านยาไทย ต้มกับน้ำ   ๓-๔ แก้วให้เดือดดื่มให้หมดภายใน  ๑ วันหายดีนักแล ฮ่าๆๆ
 
  

 
  
 
 
 
 
 
 
  

  
 
 
 
 
 
 
  






   

blog comments powered by Disqus