เรื่องเล่าสุขภาพ

สมุนไพรเสริมภูมิต้านทานสู้ COVID 19
           สมุนไพรเสริมภูมิต้านทาน
             
“ ต้านไวรัสโควิด ๑๙ ”
                       จำรัส เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
      ช่วงนี้เดือนเมษายน ๒๕๖๓ สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด ๑๙ คร่าชีวิตผู้คนมากมายทั้งต่างประเทศและภายในประเทศ หลายคนเครียด พะวงกลัวการติดเชื้อ จริงๆแล้วถ้าเรามีภูมิต้านทานดี โรคร้ายก็ไม่สามารถมากล้ำกรายได้
       หลักการแพทย์แผนไทยของเราเชื่อว่าร่างกายมนุษย์เราประกอบขึ้นด้วย
ธาตุทั้ง ๔ คือ ดิน น้ำ ลมไฟ คนจีนจะบอกว่าพลังลมปราณ ถ้าธาตุไฟอ่อนลง พลังลมปราณก็อ่อนแอ เรามาเสริมพลังลมปราณ ธาตุไฟให้แข็งแกร่งจากสมุนไพรไทยภูมิปัญญาพื้นบ้านตามหลักแพทย์แผนไทย
      ใช้ขิงสดนำมาหั่นเป็นแว่นๆประมาณ ๒-๓ เหง้า มะกรูด ๑ ลูก นำมาหั่นเปลือกเป็นแว่นๆ ไส้กลางไม่ใช้ นำทั้งหมดมาต้ม เติมน้ำประมาณ ๓ แก้ว ดื่มต่างน้ำ เพื่อเพิ่มธาตุไฟ ให้พลังความร้อนภายในให้กับร่างกายและปอด ทำให้ปอดไม่ชื้น ถ้าต้องการความหวานเติมน้ำตาลทรายแดงนิดหน่อยตามความพอใจ
     ล่าสุด
อ.สุวัฒน์ ทรัพยะประภา นักวิจัยเท้าเปล่า วิทยากรที่ผมเคยเชิญมาแนะนำความรู้ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ได้แนะนำสูตรสมุนไพรไทยสู่ COVID 19 อาจารย์บอกว่าตัวยามี ๑๑ ชนิด หากมีไม่ครบ ก็เอาเท่าทีมี ตำรับนี้จะเผ็ดร้อน เสริมธาตุไฟ ปราบไวรัส โควิดได้สบาย แถมบำรุงร่างกายให้แข็งแรงด้วยมีตัวยาดังนี้
      ๑ โปร่งฟ้า ๒ เก๋ากี้ ๓ เม็ดลิ้นจี่ผ่าครึ่ง ๔ ขิงสดฝานเป็นแว่นๆ ๕ ข่าหั่นเป็นแว่นๆ ๖ ตะไคร้ ๗ ใบมะกรูด ๘ ว่านม้าฮ่อ ๙ เห็ดหูหนูดำ ๑๐ กระเทียม ๑๑ พริกไทยดำ อัตราส่วนเสมอภาคเท่ากัน ต้มน้ำท่วมยา ดื่มต่างน้ำ ร่างกายแข็งแรง สู้โควิด ๑๙ ได้สบายๆ ไม่ต้องเครียด ปรุงดื่มแบ่งปันคนในครอบครัว และเผยแพร่ต่อเอาบุญครับ
                    ------------------------------------------------------------

กระเทียม-น้ำส้มสายชู "แก้ปวดท้ายทอย"
            กระเทียม-น้ำส้มสาบชู
              “แก้ปวดท้ายทอย”
                    จำรัส เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
        ใครที่มีอาการปวดท้ายทอยบ่อยๆ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นอาการเพียงเล็กน้อยเป็นๆหายๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ปวดท้ายทอย จะรู้สึกคล้ายจะเป็นลม ต้องนั่งหลับตาหรือนั่งพัก เพลียๆ อาการจะทุเลาและหายเอง อาการดังกล่าวเป็นเฉพาะจุด ถ้าไม่รักษาหรือให้แพทย์ตรวจอาการอาจทำให้ผู้เป็นเกิดอาการวูบได้ ซึ่งสาเหตุที่กล่าวข้างต้นเกิดจากเส้นเลือดตรงบริเวณท้ายทอยตีบตันนั่นเอง
         สำหรับสมุนไพรภูมิปัญญาพื้นบ้านท่านแนะนำให้เอากระเทียมจำนวน ๒ กลีบปอกเอาเปลือกออกแล้วหั่นเป็นชิ้นบางๆนำไปผึ่งลมให้แห้ง จากนั้นเอาไปใส่ถ้วยเติมน้ำส้มสายชูของ อสม.เล็กน้อยกินให้หมดทั้งน้ำและเนื้อวันละครั้ง จะกินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ กินตอนไหนก็ได้ โดยกิน ๓ วันต่อครั้ง
          ให้ทำกินไปเรื่องๆ ๓ วันกินครั้งหนึ่ง จะช่วยให้อาการปวดท้ายทอย หรือชาวบ้านเรียกว่าท้ายทอยเย็นจะค่อยๆทุเลาลงและหายได้ในที่สุด คนที่เป็นไม่รุนแรงหรือเพิ่งมีอาการใหม่ๆจะเห็นผลเร็ว                                   -------------------------------------------------

โรคเก๊าท์-รูมาตอยด์ หายด้วยสูตรมะกรูดทิพย์
           โรคเกาท์ – รูมาตอยด์
           “ หายด้วยสูตรมะกรูดทิพย์”
             จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
    โรคเก๊าท์ เกิดจากกรดยูริกในร่างกายสูง กรดยูริกจะถูกขับออกจากร่างกายโดยทางเหงื่อ อุจจาระและทางปัสสาวะ โดยทางปัสสาวะจะถูกขับผ่านไต แต่ถ้าไตไม่สามารถขับกรดยูริกออกได้หมด ก็จะตกผลึกที่ข้อจึงเกิดอาการปวด บวม แดงอักเสบเรื้อรังและส่งผลเสียต่อไตทำให้ไตเสื่อม ไตติดเชื้อ และไตวายเฉียบพลันได้
       ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ที่หมอพื้นบ้านไทย นำมารักษาผู้ป่วยมีหลายตำรา แต่จะคัดสรรเอาเฉพาะตำรายาที่เราๆท่านๆสามารถหาตัวยาได้ง่ายมารักษาตัวเอง ตำรับนี้คุณหมอพิศิษฐ์ ชรัทคคิงค์ ผู้เชี่ยวชาญแพทย์แผนไทย ท่านได้แนะนำให้ใช้สูตรมะกรูดทิพย์ ที่เคยใช้ได้ผลดี ตัวยามีดังนี้
       มะกรูด ๓ ผล พริกไทยล่อน ๒ ช้อนชา กระเทียมกลีบเล็กๆปอกเปลือก ๒ ช้อนชา เกลือทะเเม็ดใหญ่ ๒ ช้อนชา บางคนอาจสงสัยว่าพริกไทยล่อนเป็นแบบไหน พริกไทยล่อนคือการนำผลพริกไทยผลสุกเก็บเอามารวมกันไว้ในกระสอบแช่น้ำไว้ใช้ไม้ทุบเบาๆจนเปลือกนอกสีแดงแสดล่อนและหลุดออกหมด แล้วจึงเอาไปตากแดดให้แห้ง จะได้พริกล่อน เมล็ดสีค่อนข้างขาวนวล กลิ่นหอมฉุน รสเผ็ดร้อน
      วิธีทำ นำมะกรูด ๓ ผล ผ่าเอาไส้กลางออกทิ้ง แล้วหั่นมะกรูดเป็นแว่นๆใส่ชามกระเบื้อง นำพริกไทยล่อน กระเทียมกลีบเล็กปอกเปลือก เกลือทะเลเม็ดใหญ่อย่างละ ๒ ช้อนชาโรยบนมะกรูด
       หลังจากนั้นตั้งซึ่งให้น้ำเดือด แล้วนำชามมะกรูดใส่ลงไป ปิดฝาห้ามเปิด ใช้ไฟกลาง ใช้เวลานึ่ง ๓๐ นาที แล้วพักไว้ ๑ คืน รุ่งเช้านำทุกอย่างมาตำรวมกัน ใส่กระปุกแช่เย็นเก็บไว้ รับประทานครั้งละครึ่งช้อนชา ก่อนอาหารเช้าและก่อนอาหารเย็น แล้วดื่มน้ำตาม ไม่ต้องละลายน้ำ
       ตำรับนี้ นอกจากรักษาโรคเก๊าท์แล้วยังสามารถรักษาอาการภูมิแพ้ได้อีกด้วย อย่าทรมานกับความเจ็บปวดอีกต่อไปต้องหาเวลาใส่ใจรักษาสุขภาพตัวเองให้ได้ ตัวยาก็สามารถหาง่ายทำเองได้ไม่สิ้นเปลืองเงินทอง บอกขนาดนี้แล้ว ได้อ่านขนาดนี้แล้ว ยังไม่มีเวลารักษาตัวเอง ก็อาจจะเป็นเพราะบุญมีแต่กรรมบังก็เป็นได้ ของแสลงที่ต้องงด ของหมักดองทุกชนิด หน่อไม้ แตงกวา เครื่องในสัตว์ ข้าวเหนียว กะปิ เห็ด หอย สุรา ยอดอ่อนพืชทุกชนิด เช่น กระถิน ชะอม ยอดสะเดา……….ขอให้โชคดีหายป่วยครับ

โรคไต บวมทั้งตัว "ออกหัดเป็นไข้ -โรคกระเพาะ-ถ่ายเป็นมูก"
                  โรคไต บวมทั้งตัว
      “ออกหัดเป็นไข้-โรคกระเพาะ- ถ่ายเป็นมูก”
               จำรัส เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
    กราบขอบพระคุณ พระคุณเจ้า พระจีรพันธ์ ธัมมกาโม แห่งวัดพบพระ หมู่ที่ ๓ ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก ที่มีตำรับยาดี จากประสบการณ์ที่พบเห็นมา นำมาฝากเป็นวิทยาทานให้กับญาติโยม นับเป็นการสืบสานภูมิปัญญาที่ยอดเยี่ยม ขอจารึกไว้ในแผ่นดิน
     ใครที่มีปัญหาโรคไตเกิด
อาการบวมทั้งตัว ให้เอาข้าวกล้อง ๓ กำมือ ถั่วแดง ๓ กำมือ หัวกระเทียมเอาเปลือกออก ๒ หัวใหญ่ ทุบให้แตก เอาตัวยาทั้ง ๓ นี้นำมานึ่งให้สุก ใช้รับประทานแทนข้าววันละ ๓ มื้อ เช้า-เที่ยง-เย็น ปรุงยานี้กินทุกวัน ในตำราบอก ๑๕ วัน โรคไตซึ่งมีอาการบวมตามมือ-เท้าและตามร่างกาย จะหายไป เมื่อกินยานี้ จะทำให้ถ่ายปัสสาวะบ่อยๆ จะทำให้อาการบวมยุบลงทันที อาตมาเคยปรุงตำรับนี้ให้โยมอายุ ๑๕ ปี ที่มีอาการตัวบวม กินได้เพียง ๔ วัน อาการหวยก็หายเป็นปกติมาแล้ว
     ส่วนใครที่มีลูกหลาน
ป่วยออกหัดเป็นไข้ และกระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นเลือด ก็ให้เอารากต้นหญ้าคา ประมาณ ๑ กำมือ นำมาต้มดื่มต่างน้ำ หายแน่นอน ได้ผลดีมาก และขนานสุดท้ายสำหรับคนที่ถ่ายเป็นมูกเป็นมัน ให้ไปขุดเอารากมะขามป้อมมาล้างให้สะอาด ตัดเป็นท่อนยาวเท่า ๒ นิ้วมือ ประมาณ ๓ ท่อนน้ำท่วมยาเอาไปต้มดื่ม ดื่มหม้อเดียวก็หายแล้ว เคยนำสูตรนี้ไปใช้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ ได้ผลมาแล้ว
          -------------------------------------------------------

โรคไต บวมทั้งตัว "ออกหัดเป็นไข้ -โรคกระเพาะ-ถ่ายเป็นมูก"
                  โรคไต บวมทั้งตัว
      “ออกหัดเป็นไข้-โรคกระเพาะ- ถ่ายเป็นมูก”
               จำรัส เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
    กราบขอบพระคุณ พระคุณเจ้า พระจีรพันธ์ ธัมมกาโม แห่งวัดพบพระ หมู่ที่ ๓ ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก ที่มีตำรับยาดี จากประสบการณ์ที่พบเห็นมา นำมาฝากเป็นวิทยาทานให้กับญาติโยม นับเป็นการสืบสานภูมิปัญญาที่ยอดเยี่ยม ขอจารึกไว้ในแผ่นดิน
     ใครที่มีปัญหาโรคไตเกิด
อาการบวมทั้งตัว ให้เอาข้าวกล้อง ๓ กำมือ ถั่วแดง ๓ กำมือ หัวกระเทียมเอาเปลือกออก ๒ หัวใหญ่ ทุบให้แตก เอาตัวยาทั้ง ๓ นี้นำมานึ่งให้สุก ใช้รับประทานแทนข้าววันละ ๓ มื้อ เช้า-เที่ยง-เย็น ปรุงยานี้กินทุกวัน ในตำราบอก ๑๕ วัน โรคไตซึ่งมีอาการบวมตามมือ-เท้าและตามร่างกาย จะหายไป เมื่อกินยานี้ จะทำให้ถ่ายปัสสาวะบ่อยๆ จะทำให้อาการบวมยุบลงทันที อาตมาเคยปรุงตำรับนี้ให้โยมอายุ ๑๕ ปี ที่มีอาการตัวบวม กินได้เพียง ๔ วัน อาการหวยก็หายเป็นปกติมาแล้ว
     ส่วนใครที่มีลูกหลาน
ป่วยออกหัดเป็นไข้ และกระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นเลือด ก็ให้เอารากต้นหญ้าคา ประมาณ ๑ กำมือ นำมาต้มดื่มต่างน้ำ หายแน่นอน ได้ผลดีมาก และขนานสุดท้ายสำหรับคนที่ถ่ายเป็นมูกเป็นมัน ให้ไปขุดเอารากมะขามป้อมมาล้างให้สะอาด ตัดเป็นท่อนยาวเท่า ๒ นิ้วมือ ประมาณ ๓ ท่อนน้ำท่วมยาเอาไปต้มดื่ม ดื่มหม้อเดียวก็หายแล้ว เคยนำสูตรนี้ไปใช้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ ได้ผลมาแล้ว
          -------------------------------------------------------

ท้องเสีย-ท้องร่วง "สืบสานตำรายาจากเกจิชื่อดัง"

         ท้องเสีย-ท้องร่วง
  “สืบสานตำรายาจากเกจิชื่อดัง”
         จำรัส เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
       ผมได้รับหนังเสือคำกลอนสอนใจและเอกสารตำรายาสมุนไพรจากคุณ สมใจ พรมวงษ์ อยู่บ้านเลขที่ ๑๑๒๐ หมู่ที่ ๙ ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ต้องขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่มีจิตอันเป็นกุศลมอบสิ่งดีๆเป็นวิทยาทานให้ผมนำมาเผยแพร่ต่อ จารึกไว้ในแผ่นดิน
       ขอยกคำสอนในหนังสือมาสักเรื่องเกี่ยวกับพระธรรมที่อยู่ในน้ำ อธิบายว่า ในน้ำมีความสงบนิ่ง มีความตรง มีความสามัคคี สามารถปรับตัวให้เข้ากันได้กับสิ่งแวดล้อม สามารถชำระสิ่งสกปรกได้ มีความใสสะอาด มีความเย็น และสามารถประสานสิ่งอื่นให้เข้ากันได้
      ส่วนตำรายาคุณสมใจบอกว่า กินเหล้าถ้าต้องการไม่ให้เมามาก ให้ขุดเอารากมะรุมมาเคี้ยวพอแตกแล้วอมไว้ในปากค่อยกินเหล้าจะทำให้กินเหล้าไม่ค่อยเมา โดยเฉพาะเหล้าขาวฮ่าๆๆๆ กินบอระเพ็ดไม่ขม ให้เคี้ยวมะเขือพวงสัก ๔-๕ลูกไว้ในปากแล้วค่อยเคี้ยวบอระเพ็ดจะไม่ขมเลยน่าสนใจครับเพราะบอระเพ็ดเป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์ต่อร่างกายกินประจำโรคไม่เกิด
      สำหรับใครที่
ท้องเสียผิดปกติให้เอาใบฝรั่ง ๔-๕ ใบ ไม่แก่ไม่อ่อนเกินไปเอามาเคี้ยวให้ละเอียด กลืนพร้อมน้ำ ๒-๓ อึกอาการจะดีขึ้น ถ้ายังไม่หายให้กินซ้ำอีกได้ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปหาหมอ หายแล้วไม่เมื่อยไม่เพลีย สูตรนี้คุณตาบอกเป็นสูตรของพระครูนิวาสธรรมขันธ์ “หลวงพ่อเดิม พุทธสโร” วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ผู้สร้างมีดหมอที่โด่งดังมากที่สุดในประเทศไทย จนได้รับฉายา “เทพเจ้าแห่งนครสวรรค์”
     
ท้องเสียท้องเดินท้องร่วงให้เอาเปลือกมะขาม กลั้นใจถากลง ๑ เปลือก กลั้นใจถากขึ้นอีก ๑ เปลือก เอามาเผาไฟพอสมควรไม่ต้องให้ไหม้แล้วเอาไปต้ม กินน้ำอุ่นๆ สูตรนี้ของพระครูวิชิต พัชราจารย์ “หลวงพ่อทบ ธัมมปัญโญ” วัดชนแดน (วัดช้างเผือก)วัดเก่า ๓๐๐ปี ต.วังชมภู อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ (เกจิอาจารย์พระศพอมตะสังขารไม่เน่าเปื่อย) ตำรับยาสมุนไพรมีบันทึกไว้ในหนังสือเจ็ดตำนาน
      คุณสมใจ พรมวงษ์บอกว่าสมัยที่บวชเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒ เคยเอาตำรับยาหลวงพ่อทบช่วยเหลือเด็กให้รอดมาแล้ว ๑ คน คนโต ๑ คน ปีนั้นมีคนเป็นโรคท้องร่วงตายหลายคน ไปหาหมอไม่ทัน อยู่บนเขาท่าด้วง ปัจจุบันเป็นตำบลท่าด้วง สองคนกำลังไปหาหมอเลยต้มเปลือกมะขามให้กิน พอกินได้สักครึ่งชั่วโมงดีขึ้นเลยไม่ต้องไปหาหมอ
     ของดีบ้านเรายังมีอีกมากมาย เหมือนเส้นผมบังภูเขา อยู่ใกล้ตัวเรานี่เอง อ่านแล้วจดจำสอนลูกสอนหลาน บอกต่อเอาบุญ สืบสานภูมิปัญญาไทยให้ยั่งยืนนะครับ
       --------------------------------------------------------

แก้ผมหงอก-ปราบโรคห่า

        แก้ผมหงอก - ปราบโรคห่า
           จำรัส เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
           คนเราเวลามีอายุมากขึ้นแก่ตัวลงไม่ว่าหญิงหรือชาย ผมที่เคยดำกลับหงอกเป็นสีขาว สาเหตุเกิดจากการที่เซลล์เม็ดสีผมไม่สามารถสร้างเม็ดสีออกมาได้ตามปกติ
       
          คุณนนท์ ด่านส่งเสบียง อยู่บ้านเลขที่ ๒๕๒ หมู่ที่ ๕ บ้านนาคำไฮ ต.นาคำไฮ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ได้แนะนำสูตรแก้ผมหงอกภูมิปัญญาไทยพื้นบ้านว่า ให้หาต้นใบบัวบกมาจำนวน ๔ ขีด หญ้าหัวแห้วหมูจำนวน ๒ ขีด พริกไทยดำจำนวน ๑ ขีด นำตัวยาทั้งหมดไปตากแห้ง แล้งป่นให้เป็นผง ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน เท่าเมล็ดพุทรา กินก่อนอาหารเช้า-เย็นครึ่งชั่วโมง ครั้งละ ๓ เม็ด กิน ๒ สัปดาห์ อาการผมหงอกจะค่อยๆหายไป นับเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาเนินนาน
            แถมท้ายด้วยสมุนไพรแก้โรคอหิวาตกโรคหรือโรคห่ากินเมือง ยิ่งยุคนี้โรคโควิด-๑๙ มาสร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้กับเราๆท่านๆ หากนำตำรับนี้กินป้องกันจะดีนักแล ตำรับยามีดังนี้
          ต้นสะเดาดิน สะเดาดินจะมีรสขมมากเป็นยาแก้ไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ปวดหัว ชาวอีสานนิยมนำมาใส่ในแกงปลาช่อนย่าง แกงเลียง หรือกินสดกับลาบ สะเดากินมีวิตามินเอและไนอะซินสูง บางแห่งเรียกสะเดาดินว่าผักขี้ขวง ผักขวง ขี้ก๋วง ผักสีเสียด 
          ต้นลูกใต้ใบหรือมะขามป้อมดิน เป็นสมุนไพรแก้ไข้ ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ไข้ทับระดู หรือแม้กระทั่งไข้จับสั่น ลดความร้อนในร่างกายและแก้ไอ ขับปัสสาวะ บำรุงตับ ขับประจำเดือนควบคุมระบบน้ำตาล รักษาแผลอักเสบ นำต้นสะเดาดินและต้นลูกใต้ใบ อัตราส่วนเท่ากันนำมาต้มดื่ม ดื่มก่อนอาหาร ๓ เวลา หรือต่างน้ำก็ได้ จะสกัดโรคอหิวาตกโรคหรือโรคห่ากินเมือง ที่มีมาช้านานได้ผลดีนักแล
                                         ----------------------------

เจ็บพื้นเท้า -ปัสสาวะขัด

                   เจ็บพื้นเท้า ปัสสาวะขัด
                          จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
         ต้องขอขอบคุณ คุณเงียม  ศรีรักษา อยู่บ้านเลขที่ ๓๙ หมู่ ๓ ต.ขี้เหล็ก อ.น้ำอุ่น จ.อุบลราชธานี ที่ได้แนะนำเล่าประสบการณ์ ของตัวเองให้ผมฟัง
         คุณเงียมบอกว่าเจ็บพื้นเท้ามา ๕ ปีแล้ว เดินไม่สะดวกยกของหนักก็ไม่ได้ จะมีอาการปวดเจ็บที่พื้นเท้า นอกจากนั้นยังปัสสาวะไม่คล่อง หลังจากได้สูตรยาจากหมอพื้นบ้านที่อุบลฯแนะนำให้ใช้สมุนไพร
       
๑  เหงือกปลาหมอ   ๒  ใบยอ    ๓    ใบเตย     ๔  ต้นลูกใต้ใบ   ๕  ต้นไมยราบ  เอาอย่างละเท่ากัน มาต้มกิน กินก่อนนอนวันละครั้ง ครั้งละ ๒  แก้ว กินไม่ถึง ๑๐ วัน อาการที่ปวดก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ปัสสาวะก็คล่องขึ้น
          ก็อยากบอกเป็นวิทยาทานเผื่อใครมีอาการดังกล่าวจะได้ลองไปทำดู จะได้หายเจ็บปวด ไม่ทรมาน คนเราเมื่อหายจากโรคภัยไข้เจ็บ รู้ซึ่งถึงความเจ็บปวดทรมาน เมื่อหายแล้ว ยังมีจิตเป็นกุศลบอกต่อเอาบุญ หายากครับไม่ปิดบังวิชา ขอให้จำเริญๆ มีความสุขตลอดไปครับ
                            ----------------------------------------------
     

 

สมุนไพรปราบโควิด ๑๙

                  สมุนไพรปราบ โควิด ๑๙            
                       จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง

                ช่วงที่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ มาเยือนบ้านเรา ต้องยอมรับว่าตำรับยาสมุนไพรของปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดหลายคนนำมาต้มกินเพื่อต้านเชื้อร้ายผ่านไปได้อย่างสบาย บ้างก็ว่าได้ตำรับยานี้มาจากวัดราชนัดดาราม บอกต่อกันมาเพื่อต้มกินสร้างภูมิคุ้มกัน
            มาถึงวันนี้ปี ๒๕๖๓ เชื้อร้ายใหม่ ไวรัสโควิด ๑๙ มาเยือนอีกหลายคนคิดถึงตำรับยาหลวงปู่ทวด ก็ขอถือโอกาสนำมาฝากอีกครั้ง ตัวยามี ๙ ชนิด
          
๑  สมุนไพรลูกใต้ใบ   ๒  ฟ้าทะลายโจร  ๓ ตะไคร้   ๔  ขมิ้นอ้อยหรือขมิ้นชัน   ๕  หัวไพล      ๖  ใบมะรุม     ๗ ลูกมะตูมแห้ง     ๘  ลูกมะขามป้อม   ๙  อิฐมอญแดง ๑ ก้อน ล้างสะอาด
   วิธีปรุง  เอาสมุนไพรทั้งหมดสัดส่วนเสมอภาคเท่าๆกัน  นำมาต้มรวมกัน แล้วนำมาดื่ม เป็นได้ทั้งยาป้องกันและรักษา มีคนบอกว่าแต่ก่อนหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดดังในกรุงเทพฯ ทั้งไอและจาม น้ำมูกไหลไม่หยุดพอได้ฉันสูตรยานี้ รู้สุกจมูกโล่ง ตัวเบาขึ้น หลังจากนั้นฉันสูตรยาต้มนี้มาตลอด  อาการอ จาม ปวดเนื้อปวดตัวก็หาย
      วันนี้หากจะนำตำรับยานี้มาต้มกินป้องกันโรคโควิด ๑๙ ก็คงไม่เสียหลาย สมุนไพรภูมิปัญญาพื้นบ้านไม่มีสารพิษเจือปน ดื่มอุ่นๆก่อนอาหาร ๓ เวลา สบายใจหายห่วง
                      ----------------------------------------
       

 

สมุนไพรต้านไวรัส "โควิด-๑๙"

                     สมุนไพรต้านไวรัส “โควิด- ๑๙” “
          ตำรับ อาจารย์เนตรดาว ยวงศรี แพทย์แผนไทย”
                                      จำรัส เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง

        ไวรัส โควิด- ๑๙ เขย่าขวัญไปทั่วโลก ผู้คนล้มตายสุดเยียวยา บ้านเราก็ได้รับผลกระทบมากมาย ผู้คนต้องเก็บตัวอยู่บ้าน เลี่ยงการสัมผัส เลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่น เลี่ยงสถานที่ชุมชน ถนนหนทางจึงโล่ง ร้านรวงจึงเงียบเหงา เศรษฐกิจคงไม่ต้องพูดถึง 
       องศ์การอนามัยโลก สรุปอาการของผู้ติเชื้อไวรัส-โควิด- ๑๙ ที่พบจะมีอาการไข้ ๘๘ % ไอแห้งๆ ๖๘ %ไม่มีเรี่ยวแรง ๓๘% ไอแบบมีเสมหะ ๓๓% หายใจลำบาก ๑๘ % เจ็บคอ ๑๔ % ปวดหัว ๑๔% ปวดกล้ามเนื้อ ๑๔ % หนาวสั่น ๑๑ % คลื่นไส้อาเจียน ๕ % คัดจมูก ๕ % ท้องเสีย ๔ % และอาการที่ไม่ใช่สัญญาณบ่งบอกโรคนี้คือน้ำมูกไหล
        ผลการวิจัยของกระทรวงสาธารณสุขบอกว่า สมุนไพรที่มีภูมิต้านทานและมีฤทธิ์ป้องกันไวรัส โควิด-๑๙ ได้ดี มี พลูคาว ส้ม มะนาว มะกกรูด ส้มซ่า หอมแดง ใบหม่อน ลูกหม่อน ลูกหม่อน กะเพรา ดอกขี้เหล็ก ยอดมะยม ใบเหลียง ฟักข้าว คะน้า ผักหวาน พริกชี้ฟ้า มะรุม ยอดสะเดา มะระขี้นก ผักเชียงดา ผักแผว มะขามป้อม ผลไม้สีต่างๆ เห็ดต่างๆ ตรีผลา สมอไทย สมอพิเภก เมี่ยงคำ ต้มโคล้ง ต้มยำเห็ด
        ส่วนอาจารย์ เนตรดาว ยวงศรี แพทย์แผนไทย ผู้สืบทอดวิชาแพทย์แผนไทยมาจากบรรพชนมาเนินนาน มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ออกมาแนะนำว่า ให้ใช้ฝางเสน ๑๐ ชิ้น เติมน้ำ ๑ ลิตร ต้มน้ำให้เดือด แล้วนำมากรอง เติมเกลือนิดหน่อย และน้ำตาลทรายหวานนิดๆจะได้ดื่มง่าย พออุ่นๆ เติมมะนาวนิดหน่อย ( จะใช้น้ำตาลทรายแดงก็ได้แต่สีฝางจะเปลี่ยน) ดื่ม ๑๐๐ ซีซี ก่อนอาหาร ๓ มื้อ
         ตำรับนี้อาจารย์เนตรดาวบอกว่า บำรุงปอด บำรุงเลือด และขับเสมหะได้ดีมาก สามารถเสริมภูมิคุ้มกันป้องกันไวรัส “โควิด- ๑๙” (โควิด-นายทีน) ที่จะมารบกวนปอดเราได้ดีนักแล
                                 ----------------------------------------------
สำนักข่าว QUICK THAINEWS ..... www:jamrat.net

12345678910...>>