เรื่องเล่าสุขภาพ

ว่านปลาไหลเผือกแก้ปวดฟัน
                                        ว่านปลาไหลเผือก
                                  “แก้ปวดฟัน”
                               จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
    เพิ่งได้เห็นว่านปลาไหลเผือกที่ตลาดนัดไทย-ลาว อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “สมุนไพรปลาไหลเผือก”กับ “ว่านปลาไหลเผือก” คนละชนิดกันนะครับ เพียงชื่อเหมือนกันเท่านั้นเอง  
           สมุนไพรปลาไหลเผือกหรือ “ตงกัตอาลี” บางแห่งเรียกพญารากเดียว เนื่องจากมีรากเดียวยาวสีขาว เป็นสมุนไพรบำรุงกำลังท่านชาย เพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือด  แต่ว่านปลาไหลเผือกสรรพคุณแก้ปวดฟันครับ                   
   สอบถามคุณนำพล  อ่อนสีดา ที่นำว่านปลาไหลเผือกมาจำหน่ายบอกว่า ตนเองเป็นเขยของหมอสำรอง สุภาวงศ์ ที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร จะตระเวนนำสมุนไพรออกจำหน่ายตามตลาดนัดทั่วไป นับพันกว่าชนิด ก็ได้รับความนิยมในกลุ่มสมุนไพรมากมายโดยเฉพาะว่านปลาไหลเผือก ซึ่งมีฤทธิ์ในการแก้ปวดฟัน เพียงหั่นเป็นแว่นๆแล้วนำไปต้ม หลังจากเย็นแล้วก็นำไปอม หรือจะฝนกับน้ำมะนาวอมก็ได้ สามารถแก้ปวดฟันได้ดี   
        สำหรับอาการปวดฟันของคนเรานั้น ส่วนใหญ่มีผลมาจากฟันผุ ซึ่งในระยะเริ่มแรกจะมีลักษณะเสียวฟัน ก่อนที่อาการปวดจะลามไปที่บริเวณใต้คางและศีรษะต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกินของเย็น ของร้อน หรือของหวาน เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในช่องปาก ปล่อยกรดออกมาทำลายเคลือบฟัน และชอนไชเข้าไปจนถึงเนื้อเยื่อส่วนที่นิ่มภายใน ซึ่งมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก บวกกับในโพรงประสาทฟันมีเนื้อที่จำกัด จึงทำให้เกิดการอักเสบและบวม
      เมื่อเกิดอาการบวมจะทำให้เส้นประสาทถูกกด รวมทั้งเกิดการปิดกั้นช่องทางเปิดปลายรากฟัน ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก จึงไม่สามารถนำออกซิเจนมาเลี้ยงฟันได้ จนทำให้เกิดอาการปวดฟันที่รุนแรง
     จำได้ไม่ลืมครั้งหนึ่งเคยปวดฟัน ทรมานมาก ไปหาหมออยากให้หมอถอนทิ้งให้ แต่หมอไม่ถอน หมอบอกหายปวดก่อนแล้วค่อยถอน กลับมาด้วยความผิดหวัง ด่าหมอในใจ “ หายปวดแล้วกูจะมาถอนทำไมวะ” ฮ่าๆๆ

                                              ------------------------------------
ศูนย์เรียนรู้สมุนไพรไทย THAI HERBAL LEARNING CENTER

WWW.JAMRAT.NET   ๐๙๙-๒๘๗-๙๑๔๗
 
  

หนานเฉาเหวย หรือป่าช้าหมอง
                                          หนานเฉาเหวย – ป่าช้าหมอง
        “ ยอดยารักษา เบาหวาน-มะเร็ง-เก๊าท์-ความดัน”
                          จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
     จากประสบการณ์ตรงของหลายๆคน ที่ประสบกับปัญหาเบาหวาน –มะเร็ง-เก๊าท์ –ความดันโลหิตสูง ต่างศรัทธา เจ้าสมุนไพรที่ชื่อหนานเฉาเหวย หรือ ป่าช้าหมอง ชื่อก็ออกจีนๆบ่งบอกยี่ห้อแล้วว่ามาจากเมืองจีน เข้าใจว่าเข้ามาอยู่บ้านเรานานแล้ว โดยลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเลนำเข้ามาเมืองไทย
    หนานเฉาเหวย ระบาดมาทางภาคเหนือของประเทศไทย เริ่มปลูกกันมากขึ้นปากต่อปากด้วยสรรพคุณทางยาสูง และเริ่มแพร่หลายกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ด้วยชื่อภาษาจีนที่จำยาก บางคนนำมาปลูกเวลาเนิ่นนานก็จำชื่อไม่ได้แต่พูดกันติดปากว่าต้นเบาหวาน เพราะสรรพคุณเด่นคือรักษาเบาหวาน    ต่อมาเจ้าสมุนไพรหนานเฉาเหวยก็ถูกเรียกขานว่า “ป่าช้าหมอง” แม้แต่ป่าช้ายังหมองหม่นเงียบเหงาไม่มีคนตาย เพราะคนหันมานกินสมุนไพรป่าช้าหมอง
    มีคนกินใบสดๆของป่าช้าหมองเป็นเครื่องเคียงกับอาหารทำให้ทั้งชีวิตไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเลย ด้วยความเด่นทางยาที่มีสรรพคุณด้านปรับธาตุดูแลเรื่องความดันโลหิต ไต เบาหวาน เก๊าท์ปวดเข่าปวดข้อ แม้กระทั่งมะเร็ง คนเราถ้าระบบอวัยวะในร่างกายแข็งแรง ก็สามารถต่อสู้กับโรคร้ายได้ดีด้วยตัวของมันเอง
   บางคนต่อต้านกินสมุนไพรแล้วไตพังฮ่าๆๆๆ แล้วที่กินผักทุกวันไตพังไหม ? เฉกเช่นการกินใบป่าช้าหมอง วันละ ๓-๔ ใบ อวัยวะทุกส่วนแข็งแรงมันจะทำให้ไตพลอยแข็งแรง สามารถขจัดคัดกรองด้วยระบบอัตโนมัติที่ร่างกายมี
  ต่อให้ยาดีขนาดไหน ถ้าคุณยังไม่ลดพฤติกรรมการกิน โรคภัยมาเยือนคุณแน่นอน เช่นเป็นโรคเบาหวานแต่ดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานประจำ ชอบกินเลือดแปลง ลาบดิบ พืชผักที่มีสารเคมี แล้วมะเร็งจะไม่เกิดได้อย่างไร ฮ่าๆๆ
    ย้อนหลังเมื่อหกเจ็ดปีมาแล้วแฟนคลับผม ส่งต้นสมุนไพรหนานเฉาเหวยมาให้จากลำปาง เป็นต้นกล้าสูงประมาณ ๑ ฟุตจำนวน ๘๐ ต้นจำนวน ๑ ลังกระดาษใบใหญ่ เพื่อไปแจกจ่ายชาวบ้านช่วงที่ผมเดินสายไปบรรยายตามจังหวัดต่างๆ
    ส่งมาทางรถทัวร์ ผมไปรับตั้งแต่ตีห้า รับมาก็นำไปฝากไว้กับน้องชายที่โรงงานผลิตพัดลม HORSE POWER แถวเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ เนื่องจากไปเช้าโรงงานยังไม่เปิดเลยเอาไปวางไว้หน้าประตูโรงงานกะว่าสายๆค่อยโทรบอก ผมต้องรีบไปเตรียมตัวอ่านข่าวภาคเช้า
    เรื่องใหญ่ครับน้องผมนึกว่ากล่องลังลึกลับอาจเป็นระบิด (ช่วงนั้นภาคใต้กำลังดังเรื่องระเบิด) แจ้งตำรวจ สน.โชคชัย ๔ ลาดพร้าว ระดมเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด เอาล้อยางมาวาง กว่าจะเก็บกู้ได้ ฮ่าๆๆ กลายเป็นสมุนไพรป่าช้าหมอง พอเปิดกล้องวงจรปิดผู้ร้ายแต่งตัวดีผูกเน็คไท หน้าตาคล้ายนายจำรัส ฮ่าๆๆ
    การกินสมุนไพรป่าช้าหมอง ใช้ใบ๓-๔ ใบต้มกินต่างน้ำชาครับ หรือจะตัดทั้งยอดใบกิ่งนำไปตากแห้งบดเป็นผงร่อนแล้วบรรจุซองใยบัว ชงดื่ม รสชาติขมอมหวาน หรือจะเด็ดใบสดๆกินวันละ ๒-๓ ใบก็ได้ บางคนก็นำไปลวกกินกับน้ำพริก
   ถ้าท่านมีอาการของโรคเหล่านี้ ลองดูไม่เสียหลายไม่มีพิษมีภัยอะไร เบาหวาน , มะเร็ง .เก๊าท์ , ความดันสูง ฉี่กะปริบกะปรอย ดื่มกินควบคู่กับยาแผนปัจจุบันก็ได้ ต้มใบสดป่าช้าหมอง สัก ๑๐ ใบ ใบเตยสัก๒-๓ใบ ใส่น้ำท่วมยา ต้มกินต่างน้ำ รสชาติจะขมหวานหอมใบเตย
    มีเรื่องเล่า ขอสงวนนามผู้ป่วย เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ไปตรวจมีก้อนขนาด ๖ เซนติเมตร รักษาโดยการฉายแสง ฉีดคีโมและกินยาตามหมอสั่ง จนตัวลอก มือเท้าลอก หมดทางรักษา หลังจากนั้นหันมากินสมุนไพรป่าช้าหมอง กินเช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน มื้อละ ๓ ใบ เลิกกินยาแผนปัจจุบัน วัดค่ามะเร็งเป็นศูนย์ เดี๋ยวนี้บอกไปตีก๊อลฟ์สบาย
   ขอแถมท้ายอีกนิดครับสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ผมรู้ข้อมูลแล้วไม่บอกต่อมันนอนไม่หลับ เห็นใจทั้งผู้ป่วยมะเร็งและญาติ ตลอดชีวิตผมพยายามที่จะสืบเสาะแสวงหาทางออกสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง จะได้หลุดพ้นจากบ่วงกรรม เจอมาเยอะครับ เป็นมะเร็งทั้งๆที่ยังแข็งแรง พอส่งเข้ารักษา ด้วยสารเคมี ไม่นานต้องไปอยู่วัดหมด
    คุณมงคล สิมะโรจน์ นักธุรกิจ ออกมาเปิดเผยความในใจ ในฐานะสามีผู้ป่วย เนื่องจากภรรยาของเขาเป็นมะเร็งเต้านม พอรู้มันแสนปวดร้าวเหมือนตายทั้งเป็น นำภรรยาไปรักษา ฉีดคีโม ต่อมาลามไปถึงปอดและกระดูก ปรึกษาภรรยา ว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว ให้ทำใจ บังเอิญมีคนแนะนำให้กินยาชื่อ วีเจ. เจ้าของยาชื่อวิชัย อยู่ที่โรงงานนิคมอุตสาหกรรม
   คุณมงคล บุกไปถึงโรงงาน เพื่อขอทราบรายละเอียดว่ายามี อย.หรือไม่ เจ้าของบอกว่ายานี้ได้รับรองผล อย.มาจากมองโกเลีย แต่บ้านเราได้ อย.เป็นอาหารเสริม คุณมงคลซื้อมาให้ภรรยากิน ผ่านมาหลายเดือน ไปตรวจหาเชื้อมะเร็งไม่เจอ
   “ ผมไม่กล้ายืนยันว่า เมียผมหายด้วยการฉีดคีโม หรือกินยานี้ แต่อยากบอกทุกคนว่าเรื่องจริงเป็นแบบนี้ หากท่านใดอยากรู้ ก็โทรไปคุยดูกับ เจ้าของยาได้  ๐๘๑-๕๙๑-๒๓๘๒ และ ๐๘๑-๘๗๔-๑๔๑๓”
    ก็ขอให้ผู้ป่วยทุกท่านหายวันหายคืนนะครับ ท่านได้อ่านบทความนี้แล้วก็ถือว่าได้เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ความหวังยังมี ท่านหายป่วย คุณมงคล สิมะโรจน์ ก็ได้บุญ ผมพลอยมีความสุขไปด้วย
                                               -----------------------------------------
  
  

นิ่วในถุงน้ำดี "สลายสิ้นเพียงไม่กี่วัน"
                                   นิ่วในถึงน้ำดี
                      “ สลายสิ้นเพียงไม่กี่วัน”
                                        จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
       ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ถุงน้ำดีทำหน้าที่เหมือนอ่างเก็บน้ำ ซึ่งทำให้น้ำดีเข้มข้นขึ้น พร้อมใช้งานเวลาที่มีอาหารตกลงมาถึงทางเดินอาหารส่วนต้น ถุงน้ำดีจะบีบตัวให้น้ำดีออกมาคลุกเคล้ากับอาหาร น้ำดี สร้างจากตับ ไหลลงมาตามท่อน้ำดี ร่วมทำหน้าที่จับกับไขมันในอาหาร เพื่อดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
 
      กรณีมีนิ่วในถุงน้ำดีนั้น เกิดจากองค์ประกอบในน้ำดีตกตะกอน เวลาที่มีการดูดซึมน้ำออกไปจากน้ำดีภาวะไม่สมดุลของสารประกอบในน้ำดี เป็นเหตุให้มีการตกผลึกของคอเลสเตอรอล และมีหินปูน (สารแคลเซียม) จับตัวร่วมด้วย เมื่อรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ ก็จะกลายเป็นการสะสมของสารพิษและเป็นปัจจัยของโรคร้ายเรื้อรังหลากหลายเช่นมะเร็งป็นต้น
       อาการของนิ่ว เมื่อเกิดขึ้นแล้ว อาจมีอาการตั้งแต่ ท้องอืด อาหารไม่ย่อย บางครั้งนิ่วไปอุดท่อถุงน้ำดี ทำให้มีอาการปวดแบบปวดดิ้น หรือถ้านิ่วตกลงไปอุดท่อน้ำดีใหญ่ จะทำให้มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ตับอ่อนอักเสบ ซึ่งมีอันตรายรุนแรงถึงชีวิตได้
      แพทย์แผนปัจจุบันมักเลือกวิธีการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออก ตามที่ได้ศึกษามาซึ่งการตัดถุงน้ำดี ไม่มีผลต่อการย่อยอาหาร เพราะน้ำดีสร้างมาจากตับ ถุงน้ำดีเป็นเพียงที่เก็บพักน้ำดีเท่านั้น
      คุณประถม จากบ้านหนองแวงแห่ จังหวัดร้อยเอ็ดหลังจากไม่สบาย ไปตรวจพบนิ่วก้อนใหญ่ในถุงน้ำดี หมอแนะนำให้ผ่าตัด กลับมานอนคิดจะผ่าดีหรือไม่ผ่าดี ถ้าผ่ากลัวจะเกิดอาการลามปาม โรคนั้นโรคนี้จะตามมา กลัวโรคแทรกซ้อน คิดอยู่นาน บังเอิญมีคนแนะนำว่าลองกินสมุนไพร “เทพประทานสังหารโรค” ดู ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยผ่า
     หลังจากนั้นได้ลองกินสมุนไพรเทพประทานรักษาโรค ปรากฏว่าเพียงไม่ถึงสัปดาห์ อาการปวดทรมานเริ่มทุเลาลง อาการท้องอืด ก็ค่อยดีขึ้น อาการมีไข้อุ่นๆก็หายไป คิดว่าน่าจะมาถูกทางแล้ว พอกินหมดขวด ไปหาหมอตรวจ กลับไม่พบนิ่วก้อนใหญ่ในถุงน้ำดีอีกเลย
    อยากบอกเป็นวิทยาทานสำหรับผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดี จะได้ไม่ทรมานอีกต่อไป ไม่ต้องผ่าตัดให้เสียเงินเสียทองมากมาย ลองปรึกษาไปที่ ๐๘๕-๒๔๕-๘๐๘๑
   นับเป็นประสบการณ์ตรงของผู้ป่วย นิ่วในถุงน้ำดี ที่อยากจะนำมาถ่ายทอด ให้ทุกท่านได้เป็นกรณีศึกษา หมอพื้นบ้านเราส่วนใหญ่จะบอกว่า “ลางเนื้อชอบลางยา” หากบุญพาวาสนาส่งหมดเวรหมดกรรม พบทางสว่างโรคร้ายก็หายมลายไปสิ้น ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ
 
  

มะเร็งกลัวพิลังกาสา "สมุนไพรปราบมะเร็ง"
                                มะเร็งกลัวพิลังกาสา 
                           
สมุนไพรปราบมะเร็ง
                                                        จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
            ผมสนใจต้นไม้ทรงพุ่มต้นนี้เมื่อครั้งเดินทางไปพักที่รีสอร์ทแถวจังหวัดน่าน เจ้าของเขาปลูกไว้เป็นไม้ประดับบนเชิงเขาริมทางเดินที่ลดหลั่นเป็นขั้นบันได ที่สะดุดตาคือผลจะมีลักษณะกลมโต ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๐.๕ เซนติเมตร ออกผลเป็นกระจุกมีก้านช่อยาวห้อยย้อยลง ปละก้านผลยาวเรียงสลับรอบก้านช่อ ผลอ่อนจะเป็นสีแดง เมื่อแก่หรือสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเกือบดำ คล้ายผลมะเม่าทางภาคอีสาน
            ผมได้ขอเมล็ดมาเพาะไว้รอดมาได้ถึงทุกวันนี้ร่วมสิบกว่าต้นสมุนไพรพิลังกาสา มีชื่อเรียกหลายชื่อ  เนื่องจากใบอ่อน ผลอ่อน ยอดอ่อน มีรสชาติฝาดมัน เปรี้ยวอมหวานนิยมนำมาใช้รับประทานเป็นผักเหนาะ กินกับลาบ น้ำพริกบางคนก็เรียกผักจำหรือผักจ้ำแดง บ้างก็ เรียก จิงจ้ำ จ้ำก้อง มะจ้ำใหญ่  ตาปลาราม ตาเป็ด  ทางมาลายูเรียก ปือนา และ มาตาอาแย    สมุนไพรพิลังกาสา ผู้รู้บอกมีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงอินเดีย เป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม ความสูงของต้นประมาณ ๒-๓ เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขาออกรอบต้น
          ต่อมาผมได้ไปสัมภาษณ์หาข้อมูลจากปราชญ์พื้นบ้านทั่วประเทศและตำราแพทย์แผนไทย ถึงกับตะลึง ในคุณสมบัติของสมุนไพรพิลังกาสา เพราะทุกส่วนของสมุนไพรพิลังกาสาสามารถเข้าตำรับยารักษาโรคได้หลายโรค ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก มีสรรพคุณเน้นหนักไปทางด้านสมานแผลและฆ่าเชื้อโรค
               
       โดยเฉพาะ ผลสีม่วงเกือบดำของสมุนไพรพิลังกาสานี้จะมีสารแอนโทไซยานิน ( Anthocvanin)  ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระไปทำลายเซลล์ในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองอุดตัน  นอกจากนี้ยังยับยั้งเชื้ออิโคไล ( E.coli) ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษได้อีกด้วย
      ใบพิลังกาสา ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกันเป็นคู่ ๆ ตามข้อต้น ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบไม่มีจัก แผ่นใบเป็นสีเขียวมัน มีลักษณะหนาและใหญ่ ส่วนยอดอ่อนเป็นสีแดง

       จาการวิจัยพบว่ามีสาร α-amyrin, rapanone  สมุนไพรชนิดนี้มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยยับยั้ง

 platelet activating factor receptor binding  มีฤทธิ์เหมือนฮีสตามีน ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด รักษามาลาเรีย แก้อาการท้องเสีย แก้เกลื้อน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อ Aspergillus

                    สำหรับการใช้สมุนไพรพิลังกาสาในการรักษาโรค หมอพื้นบ้านเล่าให้ฟังว่า ถ้าแก้อาการกามโรคและหนองใน ให้ใช้รากสดประมาณ ๑๐ กรัม ขูดเอาเปลือกออก ตัดเป็นท่อนสั้นทุบให้แตก ต้มกับน้ำ ๓  แก้ว ต้มให้เดือดจนเหลือน้ำครึ่งเดียว กรองแต่น้ำดื่ม ก่อนอาหาร ๓ เวลา ครั้งละ ๓  ช้อนแกง
                    ส่วนหมอพื้นบ้านภาคอีสานแนะนำให้ใช้ผลพิลังกาสา ประมาณ ๑๐ ผลยีเอาแต่เนื้อ ต้มกับน้ำ ๑  ลิตร จนน้ำเป็นสีแดงเข้ม เติมน้ำตาลตามความเหมาะสม ต้มจนน้ำตาลละลาย ปิดไฟยกลง  พออุ่นก็ดื่มได้นอกจาก แก้โรคกามโรคและหนองในแล้วยังแก้ท้องเสียและช่วยเรียกความสดชื่นให้ร่างกายได้ดี
                  กรณีใช้สมานแผลและแก้พิษงู ใช้รากสด ๕ กรัม และดอกสด ๑  กำมือ รากสดขูดเปลือกออกหั่นเป็นท่อนๆแล้วทุบให้แตกแล้วตำให้เข้ากัน ใช้พอกแผลที่ถูกงูกัด เพื่อถอนพิษเบื้องต้น ลดอาการอักเสบ บรรเทาอาการปวดและลดการระคายเคือง หรือใช้เฉพาะแต่กลีบดอก ๑ กำมือ โขลกละเอียดพอกบาดแผลทั่วไปที่ไม่ได้ เกิดจากงู จะช่วยลดการอักเสบได้ดี ป้องกันแผลเป็นหนอง และป้องกันแผลติดเชื้อ
                ส่วนการใช้ฆ่าพยาธิให้ใช้ดอกสด ๑  กำมือ บีบพอช้ำ ต้มกับน้ำ ๓  แก้ว  เคี่ยวจนเหลือครึ่งเดียว กรองเอาแต่น้ำ ดื่มครั้งละ ๓ ช้อนแกง เว้นระยะทุก ๓ ชั่วโมง จนกว่ายาจะหมด ถ้าใช้แก้ตับพิการและขับลม ใช้ใบสด ๕ ใบ สับละเอียดต้มกับน้ำ ๑  ลิตร เคี่ยวจนเหลือประมาณ ๖๐๐ ซีซี กรองแต่น้ำดื่ม แบ่งเป็น ๓ ครั้งต่อวัน สัปดาห์ละ  ๑  ครั้ง เพื่อบำรุงตับ ขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อและแก้ไอ
                 นอกจากนั้นในบางตำราใช้ผลสุกนำมาตากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นลูกกลอนกิน หรือใช้ผงยาประมาณ ๑ ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำครึ่งแก้วดื่มช่วยบำรุงโลหิต ช่วยแก้โรค ระดูของสตรีได้ผลดีอีกด้วย
                ล่าสุดที่เป็นข่าวเกรียวกราวเมื่อหมอแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง ที่จังหวัดปราจีนบุรีได้แจกยาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็งให้กับผู้ป่วย เมื่อกินแล้วอาการดีขึ้นตามลำดับ หนึ่งใน ตำรับยารักษาโรคมะเร็งของ หมอแสงนั้นมีตัวยา “สมุนไพร พิลังกาสา” รวมอยู่ด้วย
                                          -------------------------------------------------------------------

น้อมเกล้าถวายความอาลัย
             
    สถิตย์อยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้  
         ข้าพระพุทธเจ้า www.Jamrat.net

เมืองมัลลิกา ร.ศ.๑๒๔ กาญจนบุรี
                           เมืองมัลลิกา  ร.ศ. ๑๒๔
                 เมืองแห่งวัฒนธรรมและวิถีชนย้อนยุคสู่อดีต
                                       จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
      เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ เป็นเมืองจำลอง ที่จัดสร้างขึ้นภายในเนื้อที่ ๖๐ ไร่ ในอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากตัวจังหวัดเพียง ๓๒ กิโลเมตร
      เราจะได้สัมผัสกับรากเหง้าความเป็นไทย ผ่านทางสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตของชาวสยามในช่วงปลายรัชสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ หลังจากมีการประกาศเลิกทาสแล้ว ผู้เข้าชมสามารถเปลี่ยนชุดให้เข้ากับบรรยากาศของยุคสมัยได้          
      
   ความยิ่งใหญ่ตื่นตาครั้งแรกที่เดินทางไปถึงคือมองเห็นกำแพงเมืองที่สูงตระหง่าน ด้านหน้ามีรถลากหรือที่เรียกว่า “รถเจ๊ก” จอดเรียงรายเป็นแถวมากกว่า ๑๕ คัน และซุ้มขายเครื่องดื่มลักษณะเหมือนจอมปลวกโค้งมนสานด้วยไม้ไผ่มีประตูเปิดยกขึ้นใช้ไม้ค้ำยัน
  สำหรับค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ๒๕๐ บาท เด็ก ๑๒๐ บาทช่วงที่ผมมาโปรโมชั่นพิเศษผู้ใหญ่ ๒๐๐เด็ก ๑๐๐ บาท บริเวณด้านหน้าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองแต่งชุดสีกากีคอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกพูดจาเรียบร้อยลงท้ายด้วยคำว่า “ขอรับ”ทุกคำ     
   
  พอเข้าประตูเมืองมา ภาพที่มองเห็นรู้สึกสบายตาเหมือนเมืองในสวรรค์ ต้นไม้ใบหญ้าดอกไม้ถูกประดับอย่างสวยงาม มีซุ้มแลกเหรียญสตางค์เพื่อจับจ่ายซื้อของให้สมจริงสมจัง เดินผ่านสะพานหันด่านแรกเป็นสะพานไม้โค้งกว้างสองฟากสะพานมีห้องแถวเล็กๆเป็นห้องให้วางขายของตรงกลางเป็นทางเดิน สะพานนี้ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ ชอบเสด็จประพาสเพื่อซื้อผลไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ    
     
   ทุกจุดจะมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำ ผ่านย่านการค้า มีอาหารคาวหวาน ขนมโบราณ มีการปรุงกันสดๆให้ได้ชมกัน เรียกว่าชมไปกินไป ผมเดินมาจนถึง หอชมเมือง สูงประมาณตึก ๔ ชั้น ลานด้านหน้ามีแม่ค้าหาบเร่มาวางขาย ถั่วต้มเผือกต้ม ภายในป้อมชมเมืองมีบันไดวนขึ้นไป เดินจนหอบครับแต่พอขึ้นไปจนสุดความเหนื่อยหายไป อากาศสดชื่น มองเห็นวิวทัศนียภาพโดยรอบสวยมากๆ      
     หอชมเมืองนี้สร้างจำลองมาจากหอคอยคุก เพื่อใช้ตรวจตราป้องกันนักโทษหลบหนี พอลงจากหอคอยผมก็เดินข้ามสะพานไม้ไปชมเรือนแพกลางสระน้ำ มีร้านข้าวแกงทรงโปรดและร้านกาแฟ นอกนั้นก็มีเรือนเดี่ยว เรือนไทยหมู่ เรือนหลังใหญ่ของคหบดีในยุคนั้นไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และมีโรงครัว ประกอบด้วยโรงสีข้าว ยุ้งข้าว โรงครัวเตรียมอาหาร
     
   มาแล้วก็ประทับใจครับ บ้านเรายังมีคนที่มีความคิดนำมนต์เสน่ห์ของอดีตมาถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังๆได้สัมผัส รักความเป็นไทย ความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า เราต้องหาโอกาสไปให้กำลังใจสนับสนุน และไปเก็บภาพแห่งความสวยงามนี้ไว้ได้อวดเพื่อนๆและชาวโลกด้วยความภูมิใจ
    ส่วนใครที่ไม่อยากเดินก็สามารถใช้บริการ “รถเจ๊ก” ชมเมืองได้ในราคาไปกลับ ๑๐๐ บาท เมืองมัลลิกา   ร.ศ.๑๒๔ เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเมืองตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐น.-๑๗.๓๐น. และเปิด-ปิดเมืองเวลา ๐๙.๐๐-๑๙.๐๐น. การเดินทางออกจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปทาง อ.ไทรโยค เพียง ๓๒ กิโลเมตร ตั้งอยู่ตรงทางเข้าปราสาทเมืองสิงห์ ติดกับปั๊มบางจาก ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี สอบถามข้อมูลรายละเอียดได้ที่ ๐๓๔-๕๔๐-๘๘๔
ติดตามชมคลิบได้ทาง Jamrat Channel   เพียงเข้าไปที่ GooGle  แล้วพิมพ์คำว่า  Jamrat Channel 

สิวเป็นหนองหายโดยบังเอิญ
                               สิวเป็นหนองหายโดยบังเอิญ
                                                 จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง

     ที่ผมหยิบยกเรื่องสิวเป็นหนองมาเขียนเพราะเห็นบรรดาสาวๆหลายคนบุคลิกดีหุ่นดีแต่พอดูใบหน้ามีสิวหนองขรุขระอย่างกับถนนบนดาวอังคารก็ไม่ปาน
   หลายคนลองใช้เครื่องสำอางหมดเงินมาก็เยอะ สิวที่เป็นหนองก็ไม่หาย บางคนก็ดูดีขึ้นไม่นานก็เป็นเหมือนเดิม ผลิตภัณฑ์อะไรดีที่มีคนบอกใช้มาจนท้อ สรุปบอกแพ้เครื่องสำอาง แล้วก็ปล่อยไปตามยถากรรมอยู่ไปวันๆจนชิน
   จะว่าไปแล้ว สิวหัวหนอง ถือว่าเป็นสิวอักเสบประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการอักเสบของเซลล์ผิว เนื่องจากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดตัน หรือเกิดขึ้นจากการอุดตันของไขมันที่ร่างกายทำการขับออกมาจากรูขุมขน เมื่อแบคทีเรียในสภาพแวดล้อมรอบๆตัวเข้าไปทำปฏิกิริยาย่อยสลายไขมันเหล่านั้น แล้วเกิดการย่อยสลายที่ไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดการอักเสบขึ้นจนกลายเป็นหนอง
     สิวหัวหนอง จะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนและมีหนองอยู่ภายใน โดยจะมีทั้งขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ถ้าหากเป็นสิวหัวหนองชนิดที่อยู่ตื้นจะสามารถรักษาหายได้อย่างรวดเร็ว แต่หากเป็นสิวหัวหนองชนิดลึก ซึ่งมีความรุนแรงมักจะมีอาการเจ็บปวด
   แล้วถ้ายิ่งปล่อยไว้เนิ่นนานมีหนองเรื้อรัง จากสิวก็อาจจะกลายไปเป็นฝีหนอง หรือกลายเป็นสิวหัวช้าง ซึ่งมีความอันตรายมากกว่าได้
   มีสาวๆหลายคนใช้น้ำมันมะพร้าว หรือบัวหิมะ นำมาแต้มที่บริเวณที่เป็นสิวหัวหนองจะเป็นการช่วยทำให้สิวหัวหนองค่อยๆหลุดออกมาเองตามธรรมชาติ หรือใช้น้ำอุ่นผสมเกลือ นำน้ำอุ่นผสมกับเกลือ แล้วทิ้งเอาไว้ให้เย็นลงเล็กน้อย แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นสิวหัวหนอง ทิ้งเอาไว้ประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง แล้วใช้สำลีคัลเติ้ลบัตเช็ดออก หนองที่อยู่บริเวณหัวสิวจะเยิ้มหลุดออกมา
  การบีบสิวก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่บรรดาสาวๆใช้ด้วยความมันเขี้ยวอยากจะกำจัดสิวหัวหนองให้ออกไปจากใบหน้าให้เร็วที่สุด
     สำหรับการบีบสิวหัวหนองที่ถูกวิธี ควรเริ่มจากการสร้างทางออกให้กับหนอง โดยใช้เข็มสะอาด หรือไม้จิ้มฟันที่ผ่านการทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อแล้ว จิ้มหัวหนองอย่างเบามือ แล้วค่อยๆใช้สำลีคัลเติ้ลบัต จำนวน ๒อันบีบหัวสิวเข้าหากันให้แรงและเร็วที่สุด เพราะยิ่งทำแบบช้าๆเบามือมากเท่าไหร่ ผิวหนังที่ถูกบีบโดยรอบก็จะยิ่งเกิดการอักเสบมากขึ้นเท่านั้น
     อย่างไรก็ตาม วิธีการต่างๆเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ วิธีการรักษาสิวที่ดีที่สุด ก็ยังคงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสิวขึ้นมาตั้งแต่แรก โดยการการควบคุมอาหารไม่กินของมันมากๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กำจัดความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ รวมไปถึงการดูแลรักษาความสะอาดของใบหน้าอยู่เป็นประจำ
      ล่าสุดมีแฟนคลับสุภาพบุรุษจากเชียงใหม่บอกว่า ได้กินสมุนไพร “หัวเชื้อสมุนไพรกลั่น “เทพประทานสังหารโรค” เพื่อป้องกันมะเร็ง แต่ผลปรากฏว่าสิวหนองที่ตัวเองเป็นมาร่วมหลายปี หายเป็นปลิดทิ้ง เหลือเชื่อจริงๆ สิวหนองที่เป็นก็เรียกว่าทั้งสิวเล็กสิวใหญ่สิวหัวช้าง บีบจนหน้าเละมาแรมปี ปวดทรมานมาก    
      เพียงเดือนกว่าๆที่กินสมุนไพรนี้เข้าไป ก็เริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ อาการเจ็บแสบปวดก็หายไป ดีใจมาก ตอนนี้ก็กินอยู่ ใบหน้าเริ่มเนียนใส สิวหนองฝ้าหายไปหมดอยากบอกเป็นวิทยาทาน
    “ ผมเจอมาแล้ว สมุนไพรตัวนี้ จะดูแลเรื่องมะเร็ง ต้านสารอนุมูลอิสระ เนื้องอก ซีสต์ ไวรัสตับ ภูมิแพ้ สลายครอเลสเตอรอล ไขมัน ประจำเดือนมาไม่ปกติ คือมีญาติกินรักษามะเร็งดีแล้วเขาบอกผม ”
   ก็เป็นประสบการณ์ที่เล่าสู่กันฟัง หากหมดหนทางเยียวยาจากที่อื่น ลองหันมาใช้วิธีนี้ก็ไม่เสียหลาย เป็นทางเลือกนะครับ ลองติดต่อหามาไว้ในครัวเรือนหากต้องใช้คราวจำเป็น ๐๘๕-๒๔๕-๘๐๘๑ ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ
                                     ------------------------------------------------------- 

ข่าวดี

     ติดตามชมคลิปการสัมภาษณ์ ชมทั้งภาพและเสียงทาง
                  
Jamrat Channel - Youtube

  ง่ายนิดเดียว เข้าGOOGLE แล้วพิมพ์คำว่า
Jamrat Channel 
    
   

 
    

โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกนครพนม
            โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกนครพนม
                                                          จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
       หลังจากตระเวนขับรถเรียบแม่น้ำโขงจากหนองคาย-บึงกาฬ จนมาถึงนครพนม ทำให้รู้สึกปวดเมื่อยตามเนื้อตัวโดยเฉพาะคอบ่าไหล่ตึงๆ เลยถือโอกาสแวะมาใช้บริการนวดรักษาอาการที่โรงพยาบาลแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกของจังหวัดนครพนม      
       เจ้าหน้าที่ขอบัตรประจำตัวประชาชนมากรอกและสอบถามอาการต่างๆเสร็จก็ให้เดินขึ้นรอที่ห้องนวดชั้น ๒ ด้านหน้าห้องนวดผมมองเห็นตู้ยาสมุนไพรและขวดบรรจุสมุนไพรจัดเป็นหมวดหมู่มีชื่อกำกับ จึงขออนุญาตถ่ายภาพสมุนไพรกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งทราบต่อมาคือคุณวันเพ็ญ  แก่นท้าว แพทย์แผนไทยรุ่นแรก เธอให้การต้อนรับและแนะนำเป็นอย่างดี                   
                วันนั้นหมอที่มานวดผมคือหมอประยงค์  พรมประกาย ซึ่งทราบต่อมาว่าเป็นหมอมือหนึ่งของที่นี่ หมอนวดไป ผมก็พูดคุยสัมภาษณ์ไปด้วยทราบว่าชีวิตหมอประยงค์ในอดีตทำงานอยู่โรงงานในกรุงเทพฯระยะหนึ่ง แล้วกลับมาบ้านเกิดนครพนม ทำงานเป็นผู้ช่วยที่โรงพยาบาลนครพนมตั้งแต่ยกของขนของ แทบทุกชนิด เห็นสภาพผู้ป่วยทีเดินทางมารักษาจนชินตา และคุ้นเคยกับสภาพการเจ็บป่วยของชีวิต
     ช่วงหลังจึงหันเห มาศึกษางานด้านนวดแผนไทยอย่างจริงจัง ด้วยความชอบอยากอุทิศตนเองช่วยเหลือผู้ป่วยตามแนวแพทย์แผนไทย จนล่าสุดได้ไปอบรมและฝึกนวดเกี่ยวกับการปรับสมดุลโครงสร้างร่างกาย ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกทางเลือก ที่จังหวัดนนทบุรี สำเร็จเป็นรุ่นที่ ๙
    ผมค่อนข้างโชคดี ได้นำสรีระร่างกายให้หมอประยงค์ พรมประกาย จับนวดปรับสมดุลโครงสร้างร่างกายใหม่ เส้นที่ตึงๆก็คลาย บางจุดเสียงดังแกรกๆลั่นเป็นจุดๆพอมีแรง นวดไปคลึงไป หมอประยงค์เล่าว่า
   “ ช่วงนี้อาจารย์ผมที่สอนนวดปรับสมดุลโครงสร้างร่างกายและกระดูก เดินทางมาเยี่ยมลูกศิษย์ที่นครพนมด้วย ท่านจะเก่งมากๆ อาจารย์ชื่อ นภาพร  ทองเนื้อแปด ขนาดคนเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต ปากเบี้ยว อาจารย์จะนวด จนผู้ป่วยจากที่พูดไม่ได้กลับมาพูดได้ และเดินได้  บางคนหูดับไม่ได้ยินเสียงอาจารย์ก็รักษาได้ แม้กระทั่งสายตาพร่ามัว ”  หมอประยงค์เล่าด้วยความภูมิใจ                       
               สำหรับโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกนครพนมนั้น จะมุ่งเน้นใช้ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยดูแลผู้ป่วยแบบผสมผสานกับแพทย์แผนปัจจุบันและสหวิชาชีพ ส่งเสริมใช้ยาไทย              
       เปิดให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยนอกทุกวัน เวลาราชการ เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๓๐ น. และนอกเวลาราชการ ๑๖.๓๐-๒๐.๐๐ น. ยกเว้นวันหยุดเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทางโรงพยาบาลจะให้บริการตรวจวินิจฉัยโรค นวดรักษา ประคบสมุนไพร อบสมุนไพร จ่ายยาสมุนไพร ให้คำปรึกษา กายบริหารฤาษีดัดตน การทำสมาธิบำบัด การทับหม้อเกลือ ประคบเต้านมมารดาหลังคลอด การทำแผล ล้างแผลกดทับ BEDSORE จ่ายยาสมุนไพรต้มอีกด้วย
       นอกจากนั้นยังบริการด้านการแพทย์แผนจีนควบคู่ไปด้วยโดยมีแพทย์ผู้เชียวชาญด้านการฝังเข็มจบ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนให้บริการรักษาด้วยการฝังเข็ม ครอบกระปุก แปะเมล็ดผักกาด บริการสปาเพื่อสุขภาพ นวดน้ำมันเพื่อการรักษา วารีบำบัด                   
          สำหรับการให้บริการการนวดแผนไทยประคบและอบสมุนไพร เปิดทุกวันเวลาราชการ ขณะที่การให้บริการฝังเข็มเปิดให้บริการ ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์   โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตั้งอยู่บริเวณ  ถนนหลังโรงพยาบาลนครพนม   โทรศัพท์หมายเลข ๐๔๒-๕๑๑-๔๒๒ ต่อ ๒๐๙๕
                              --------------------------------------------------------------------------
 
 
ติดตามได้ทาง www.Jamrat.net   และ Youtube
  

ใครว่าโรคไตไม่หาย
                                          ใครว่าโรคไตไม่หาย
                                                     จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง

      จากการที่ผมได้พบกับคุณเทวา แก้วอุดร ชาวบ้านผ้าขาว ตำบลม่วงไข่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ทำให้ความคิดผมเปลี่ยน เพราะมีคนบอกว่าใครเป็นโรคไต จะต้องฟอกไตตลอดชีวิต แต่คุณเทวา ป่วยเป็นโรคไต กินยาสมุนไพรอาการดีขึ้นและหายปกติ จนหมอสงสัยสอบถามว่าต้องกินยาอื่นมาแน่นอน             
        คุณเทวา ไม่ได้ป่วยแค่โรคไตอย่างเดียว แต่มีโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันพอกตับ เรียกว่าเธอมีครบ แต่อาการโรคไตวายของเธอค่อนข้างหนัก บวมทั้งตัว ตัวคล้ำ โดยเฉพาะขาบวมจนเดินไม่ได้ เข้ารักษาที่โรงพยาบาล อาการก็ดีขึ้นบ้าง นอนพักที่โรงพยาบาลได้ ๑๕ วัน หมอให้กลับ
   กลับมาบ้านก็พะวงกับชีวิต อาชีพขายข้าวแกงตอนเช้า ลูกค้าก็เริ่มเบาบาง เพราะเนื้อตัวคุณเทวา คล้ำ บวมลูกค้ารังเกียจ  อยู่ต่อมาป้าบุญคุ้มที่เป็นญาติมาเยี่ยมแนะนำให้ไปที่วัดศรีจำปาชนบท อำเภอพังโคน สกลนครเอายาสมุนไพรมากิน ตอนแรกก็กลัวว่าโรคไต กับการกินยาสมุนไพรมันจะทำให้ไตทำงานหนัก แต่หลังจากได้คุยกับแม่ครูอาวรณ์  ห่วงใย จิตอาสาที่ทำงานอยู่ที่วัด แล้วเกิดความมั่นใจ เพราะมีตัวยามีสมุนไพรถึง๕๐ กว่าชนิด ผ่านการต้ม หมักกลั่นเป็นอย่างดี สามารถฟื้นฟูไต รักษาไตให้กลับมาทำงานปกติได้
   หลังจากคุณเทวากินยาสมุนไพรได้ ๑ ขวด ขาก็เริ่มหายบวม อาการปวดขาปวดเข่าก็หายไป อาการบวมตามเนื้อตัวก็ลดลง จากที่สีผิวคล้ำๆก็เริ่มดูดีขึ้น ก็กินยามาเรื่อยๆ กินได้ ๒ เดือนไปตรวจ ปรากฏว่าเบาหวานจากที่เคยขึ้น ๕๐๐ ลดเหลือ ๙๕ อาการไตดีขึ้น ไขมันตับไม่มี
   “ ตรวจล่าสุด เมื่อ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๐ หมอบอกปกติหมดทุกอย่าง เหลือเชื่อ หมอคะยั้นคะยอถามว่ากินยาอื่นอีกหรือเปล่า เพราะหมอรักษาคนไข้มาหลายปี ไม่เคยมีคนไข้อย่างนี้ เป็นตั้งหลายโรค แต่ตรวจปกติหมด หรือว่าเครื่องเสีย หมอตรวจอีกหลายรอบ โดยเข้าเครื่องสแกน เข้าอุโมงค์ เพื่อความมั่นใจ”
    พอออกจากห้องหมอ พยาบาลตามมา สอบถามขอตัวอย่างยาที่กิน ขอแบ่งปันบ้าง คุณเทวาก็ไม่ให้ จนพยาบาลบอก “อย่าขี้ถี่หลาย”  พยาบาลบอกจะเอาไปให้แม่กิน
   ที่ผมนำชีวิตจริงของคุณเทวา แก้วอุดร มาเขียนเพื่อเป็นวิทยาทาน ทางเลือกหนึ่งของผู้ป่วย เป็นกรณีศึกษา เพราะจากประสบการณ์แล้ว ใครเป็นโรคไต ถ้าไม่มีเงินในการเยียวตา ฟอกไต อย่างสม่ำเสมอ มักจะอยู่ได้ไม่นาน        
   สำหรับกรณีแม่ครูอาวรณ์ ห่วงใย ที่เป็นจิตอาสาอยู่ที่วัด เธอมีอาชีพรับราชการครู ป่วยเป็นมะเร็งมดลูกขั้นสุดท้ายเลือดไหลไม่หยุดถูกหามมาที่วัดเหมือนกัน ปัจจุบันหายดี จึงมอบตัวเป็นจิตอาสาช่วยเหลือทางวัด เธอกินยาสมุนไพรทุกวันจนหน้าตาและมือเธอจะมีสีแดง เหมือนคนมีเลือดฝาด
   ผู้ป่วยท่านใดต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อแม่ครูอาวรณ์ ห่วงใย ที่  ๐๙๑-๗๙๔-๑๔๙๑ หรือจะเดินทางเข้าพบเจ้าอาวาสวัดศรีจำปาชนบท อ.พังโคน จ.สกลนคร เพื่อปรึกษาขอคำแนะนำก็สามารถทำได้ การเดินทางมาวัดก็ไม่ยุ่งยาก ไปให้ถึงสี่แยกอำเภอพังโคน วัดอยู่ไม่ไกลจากสี่แยก สอบถามชาวบ้านร้านค้ารู้จักดี  อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐนะครับ
                                   --------------------------------------------------------------------
                                                       
    

12345678910...>>